จับมือ NT วางโครงข่ายสื่อสารที่แข็งแกร่งบนพื้นที่กว่า 500 ไร่
พันธมิตรสำคัญที่ทำให้ซาฟารีเวิลด์ มั่นใจในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ คือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จากความร่วมมืออย่างดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลอดจนการลงนามความร่วมมือ (MOU) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในการวางรากฐานโครงข่ายสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการจัดการระบบเน็ตเวิร์ก และการสื่อสารต่างๆ ภายในพาร์ค ให้มีความรวดเร็ว ครอบคลุม ปลอดภัย และสามารถรองรับการเติบโตในอนาคต ของ Animal Theme Park แห่งนี้
“เนื่องจากการบริหารพื้นที่กว่า 500 ไร่ ทำให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลในสมัยก่อนนั้นทำได้ค่อนข้างยาก แต่เมื่อเทคโนโลยีต่างๆ ถูกพัฒนาและมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เราจึงตัดสินใจนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ โดยจับมือกับพันธมิตรที่มีโครงข่ายการสื่อสารที่แข็งแกร่ง อย่าง NT มาวางรากฐานระบบ โดยเน้นการใช้โครงข่ายแบบไร้สายประสิทธิภาพสูง ทั้ง Wi-Fi และ 5G” ฤทธิ์ กล่าวเสริม
ในส่วนของการบริหารงานในออฟฟิศนั้น เราได้เตรียมความพร้อมเรื่องการสื่อสารให้แก่พนักงานมากว่า 10 ปี จึงไม่ใช่เรื่องยากที่องค์กรจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการทำงาน ทั้งด้านระบบบัญชี, ระบบการตลาด โดยนำระบบอินเทอร์เน็ตของ NT มาจัดการสื่อสาร ครอบคลุมระหว่างสำนักงานทั้ง 8 แห่งภายในพาร์ค รวมถึงบริษัทลูกที่ภูเก็ต เพื่อลดความยุ่งยากในการติดต่อสื่อสาร
ผู้บริหารรุ่นใหม่บอกเล่าถึงแผนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในการบริหารภายในสวนสัตว์ด้วยดิจิทัลว่า “เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแข็งแกร่งแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ โดยเฉพาะการทำสัตวบาล เมื่อการเชื่อมต่อครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้เรามีแผนนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น ระบบ Tracking Device System, อุปกรณ์ IoT และเครือข่าย 5G ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อนำมาใช้ในการเก็บข้อมูลสัตว์แต่ละชนิด การดูแลสุขภาพของสัตว์อย่างใกล้ชิด การติดต่อสื่อสารกับสัตวแพทย์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะการดูแลการคลอดหรือฟักตัวของสัตว์แต่ละประเภท ที่อื่นจะมีระบบ HR ของเราเรียกว่าเป็น ‘Animal Resource’ (AR) เนื่องจากทุกชีวิตของสัตว์ภายในพาร์คของเรานั้นเหมือนครอบครัวและไม่อาจประเมินค่าได้”