หากพูดถึงเมืองสุราษฎร์ธานีในสายตาคนทั่วไป คำแรกที่นึกถึงมักเป็นทางผ่าน หรือจุดแวะพักก่อนมุ่งหน้าสู่เกาะสมุย เกาะพะงัน หรือเขื่อนรัชประภา
วันนี้เมืองที่ถูกมองข้ามมาตลอดกำลังจะเขียนบทใหม่ให้ตัวเอง ด้วยพื้นที่ชื่อ Sunny Market (ซันนี่ มาร์เก็ต) ตลาดกลางคืนที่กำลังก่อให้เกิดกระแสพูดถึงทั้งในและนอกจังหวัด

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขึ้นไปเรียนในกรุงเทพฯ แล้วได้สัมผัสกับบรรยากาศของตลาดนัดรถไฟรัชดาเป็นครั้งแรก ความประทับใจในคืนนั้นกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่งอกงามในความคิดมาตลอดกว่า10 ปี คุณสศิษฏ์ ปัญจคุณาธร หรือ "คุณซัน" Managing Director/Founder Sunny Market เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า "จริงๆ มันเป็นความฝันตั้งแต่ตอนที่เราเห็นตลาดนัดรถไฟรัชดา เวลาเราเดินทางก็จะไปดู Market ของแต่ละที่ ดูว่า Key Success Factor ของเขาคืออะไร วิธีจัดการยังไง เก็บข้อมูลมาตลอดเส้นทาง"
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา คุณสศิษฏ์สังเกตเห็นปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ คือตลาดแนวใหม่ที่เริ่มผุดขึ้นตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะขอนแก่น หรือจังหวัดอื่นๆ ล้วนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างทรงพลัง ขณะที่สุราษฎร์ธานีซึ่งมีศักยภาพไม่แพ้กันกลับยังขาดสิ่งนี้อยู่
"เราอยากให้สิ่งที่ทำมาแล้ว สามารถที่จะเป็น Landmark ของเมือง แล้วก็เป็น Attraction ของเมืองได้" คุณสศิษฏ์ กล่าว

แรงบันดาลใจอีกชั้นหนึ่งที่ลึกกว่านั้นคือการมองเห็นคนรุ่นใหม่ในบ้านเกิดของตัวเอง คุณสศิษฏ์ เผยกับ BrandAge Online ว่าสุราษฎร์ธานีมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่จำนวนมากที่ทำแบรนด์ได้ดี ทำสินค้าได้มีคุณภาพ แต่กลับกระจัดกระจายอยู่คนละมุมเมือง ทำให้โปรโมตได้ยาก และดูไม่มีพลัง
"คนรุ่นใหม่เวลากลับมาสุราษฎร์จะเปิดร้าน ทำแบรนด์ดีมาก ขณะเดียวกันพอร้านค้าตั้งกระจายตามแต่ละพื้นที่ ไม่อยู่ด้วยกัน ส่งผลให้การโปรโมตยังมีแรงส่งไม่เห็นผลเท่าที่ควร"
จากข้างต้นจึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเป็น "เจ้าภาพ" รวบรวมแบรนด์เหล่านั้นเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ด้วยจุดแข็งขององค์กรที่สั่งสมมาจากการบริหาร สหไทย ห้างท้องถิ่นที่คนสุราษฎร์รู้จักกันดี รวมถึง Connection และ Community ที่สร้างขึ้นผ่านช่องทาง Social Media ทำให้ทุกแบรนด์ที่มารวมตัวกันที่นี่ต่างเปล่งประกายได้ชัดขึ้น
"เหมือนเรามาเป็นเจ้าภาพตรงนี้ เราสามารถรวมคนกลุ่มนี้เข้ามาในพื้นที่ มาอยู่ด้วยกันได้จริงๆ เลยทำให้แบรนด์แต่ละแบรนด์เริ่มมีตัวตนที่ชัดเจนขึ้น" คุณสศิษฏ์ กล่าวอย่างมั่นใจ

Sunny Market ตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัทที่ติดกับสหไทย บนถนนเส้นที่ถูกกำหนดให้เป็น Entertainment Street ตามผังเมือง ซึ่งมีผับและบาร์เริ่มเปิดบริการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่บริเวณที่ดินผืนใหญ่ของบริษัทบริเวณต้นซอยยังไม่ได้ถูก Utilize อย่างเต็มศักยภาพ คุณสศิษฏ์ เปรียบเทียบภาพให้เห็นชัดขึ้นว่า "ถ้าลองนึกถึงทองหล่อ มันจะเจริญอยู่ถึงแค่ J Avenue แล้วหลังจากนั้นก็จะมืดไป เพราะความเจริญมาถึงตรงนั้น แต่ที่ดินเราอยู่ต้นซอยเลย ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ถนนเส้นนี้ก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ"
การออกแบบตลาดจึงไม่ใช่แค่การหาพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายของ แต่คือการวางรากฐานของย่านใหม่ทั้งย่านในเมืองสุราษฎร์ธานี ตลาดถูกออกแบบให้มีล็อกขนาด 2x2 เมตร รวม 252 ล็อก พร้อม Lighting Design ที่ประณีตและมีเอกลักษณ์ สร้างบรรยากาศที่ดึงดูดตั้งแต่ขับรถผ่าน และยิ่งน่าประทับใจเมื่อเดินอยู่ภายใน
"ถ้ามาเดินตลาดเราจะเห็นว่าเราทำ Lighting Design ไว้ดีมาก ถ้าใครขับรถผ่านแล้วไม่เคยมาสุราษฎร์มาก่อน ต้องแวะแน่นอน" คุณสศิษฏ์ กล่าว
ด้วยพื้นที่ที่มีจำกัดเพียง 252 ล็อก แต่มีผู้ประกอบการสนใจลงทะเบียนมาตั้งร้านมากถึง 1,800 ราย ทีมงานจึงต้องคัดสรรร้านค้าอย่างพิถีพิถัน โดยหลักการสำคัญคือการจำกัด Category เดียวกันไม่ให้เกิน 2 ร้าน และในแต่ละหมวดหมู่จะเลือกเฉพาะร้านที่ดีที่สุด "เราจะเลือกร้านที่ดีที่สุด ไม่ใช่ร้านที่ผ่านเกณฑ์เฉยๆ อิงกลุ่ม ไม่ใช่อิงเกณฑ์ ทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือตลาดเต็มไปด้วย Quality ทั้งในด้านสินค้าและการทำแบรนด์ ซึ่งมองว่าเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของ Sunny Market” คุณสศิษฏ์อธิบาย
ในด้าน Positioning คุณสศิษฏ์วางจุดยืนของตลาดไว้ที่กลุ่ม Premium Mass ขยับขึ้นมาจากตลาดทั่วไปเล็กน้อย มีทั้งของราคาเบสิก 5-10-20 บาท ไปจนถึงสินค้าแบรนด์ที่มีคอนเซ็ปต์ชัดเจน โดยยึดโยงกับรากเหง้าท้องถิ่นของสุราษฎร์ธานีเป็นแกนหลัก
"เราชูความเป็นท้องถิ่นจริงๆ ร้านค้าที่ Sunny Market ขายความเป็น Local เรามองว่าเราตอบโจทย์ Local Consumption ก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่ Local Experience ถ้ามาสุราษฎร์แล้วอยากลอง Local Taste ต้องมาที่นี่" คุณสศิษฏ์ กล่าว

ผลตอบรับตั้งแต่วันแรกที่เปิดจนถึงสัปดาห์ที่ 2 เกินความคาดหมายในทุกมิติ ทราฟฟิกไม่ได้ลดลงแบบที่ตลาดใหม่ทั่วไปมักเผชิญในช่วง Post-opening แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน มีลูกค้าขับรถมาจากจังหวัดใกล้เคียงอย่างชุมพร นครศรีธรรมราช กระบี่ แม้กระทั่งเพชรบุรี และมาซ้ำถึง 3-4 ครั้งในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แทบไม่เคยเห็นเดินในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเริ่มหลั่งไหลเข้ามา และรีวิวบน Google Maps ก็เริ่มสะสมได้หลายร้อยรายการในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ผลพลอยได้ของการเกิดขึ้นของตลาดในครั้งนี้ยังรวมไปถึง Synergy ที่เกิดขึ้นระหว่าง Sunny Market กับห้างสหไทย จนเกิดเป็นภาพของ Ecosystem ที่หมุนเวียนและเกื้อกูลกันอย่างลงตัวเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
"เริ่มเห็นคนที่มาเดินตลาด Sunny Market ถือถุงจากร้านในห้างสหไทยมาเดินด้วย หรือว่าคนที่เดินเข้าใน Shop ของสหไทยก็มีโอกาสได้ซื้อของมากขึ้น เพราะว่าเรามีที่จอดรถ 2 ที่ คนอยากกินอาหารในห้างก็แวะมาเดินตลาดต่อ" คุณสศิษฏ์ กล่าว

นอกเหนือจากมิติทางธุรกิจ คุณสศิษฏ์ยังมองภาพใหญ่ถึงผลกระทบเชิงเศรษฐกิจต่อเมือง โดยกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยความภาคภูมิใจว่า "พ่อค้าแม่ค้าแทบจะเป็นสุราษฎร์ 100% ผลักดันให้เม็ดเงินกลับมาหมุนที่สุราษฎร์จริงๆ เพราะหลายครั้งเวลามีอีเวนต์ ร้านค้ามาจากข้างนอก มาแล้วก็นำเงินกลับไป แต่รอบนี้กลายเป็นรอบของสุราษฎร์จริงๆ"
สำหรับเป้าหมายระยะยาว คุณสศิษฏ์ตั้งใจให้ Sunny Market ก้าวขึ้นสู่การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยอ้างอิงถึงจตุจักรที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นตลาดอันดับ 1 ของโลก และมุ่งหวังให้ Sunny Market เดินบนเส้นทางเดียวกัน ในขณะที่ความท้าทายที่ต้องเผชิญในวันนี้คือการรักษา Quality ของร้านค้าให้คงเส้นคงวา เพิ่มความ Dynamic ด้วยการจัดอีเวนต์หมุนเวียน Food Truck และโซนสินค้าสลับเปลี่ยน เพื่อให้ทุกครั้งที่มาเยือนมีอะไรใหม่ให้ค้นพบเสมอ
จากพื้นที่ดิน 20 ไร่ที่เคยนิ่งเงียบรอการพัฒนา สู่ตลาดกลางคืนที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทุกคืน Sunny Market กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความฝันที่บ่มเพาะมายาวนานกว่า 10 ปี เมื่อผสานเข้ากับความเข้าใจในท้องถิ่น ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ และความตั้งใจที่แท้จริงต่อบ้านเกิด สามารถเปลี่ยนเมืองทางผ่านให้กลายเป็น Destination ได้จริง และนั่นอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าของสุราษฎร์ธานี
