BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
114
VIEWS

ชวนคิดตาม รศ.นพ.ฉันชาย ออกแบบชีวิตก่อนที่ชีวิตจะออกแบบเรา บทเรียนจาก Living for Lasting Life

เม.ย. 16, 2569 S.Karnteera
โลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การเร่งเติบโต และการไล่ล่าความสำเร็จ คำถามหนึ่งที่หลายองค์กรและคนทำงานอาจยังไม่เคยหยุดคิดอย่างจริงจัง คือเรากำลังออกแบบชีวิตไปเพื่ออะไร และปลายทางของสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนั้นพาเราไปสู่ชีวิตแบบไหนกันแน่ 

แนวคิดจากเวที PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 ภายใต้หัวข้อ LIVING FOR LASTING LIFE โดย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ชวนให้เรากลับมามองชีวิตในมิติที่ลึกกว่าแค่การเติบโตทางอาชีพหรือผลประกอบการ แต่เป็นการออกแบบชีวิตให้อยู่ดีและจากไปดีอย่างมีคุณภาพ

แก่นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การมีชีวิตยืนยาวเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ซึ่งความหมายของคุณภาพชีวิตนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อเราเป็นเด็ก ความสุขอาจอยู่ที่เรื่องง่ายๆอย่างการเล่นหรือการได้ใช้เวลาอย่างสนุกสนาน พอเติบโตขึ้น ความหมายของชีวิตเริ่มขยับไปสู่ความสำเร็จ ความมั่นคงและบทบาทหน้าที่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง หลายคนเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นสร้างคุณค่าจริงหรือไม่?

รศ.นพ.ฉันชาย ได้เผยถึงแนวทางความสุขว่าจริงๆ แล้ว มีด้วยกันอยู่ใน 3 มิติ (3 P) ได้แก่ Pleasure, Passion และ Purpose จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบชีวิต เพราะมันช่วยให้เราไม่หลงทางอยู่กับความสุขระยะสั้นเพียงอย่างเดียว 

  • Pleasure คือความสุขจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน 
  • Passion คือพลังจากการได้ทำในสิ่งที่รัก 
  • Purpose คือความหมายลึกๆ ที่ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมีคุณค่า 
การจัดสัดส่วนของทั้ง 3 อย่างนี้ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน และไม่มีสูตรสำเร็จ สิ่งสำคัญคือการตระหนักรู้ว่าช่วงชีวิตที่เราอยู่ตอนนี้ต้องการอะไรเป็นหลัก และเรากำลังละเลยอะไรไปหรือเปล่า?

ในมุมของธุรกิจ แนวคิดนี้สะท้อนอย่างชัดเจนในเรื่องของการบริหารความเสี่ยง เพราะแท้จริงแล้วชีวิตของมนุษย์ก็ไม่ต่างจากองค์กร ทุกวันเรากำลังตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยงตลอดเวลา มีความเสี่ยงบางประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น พฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพ หรือการยื้อชีวิตโดยไม่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่ควรกล้ารับ เช่น การลงทุนกับอนาคต การทุ่มเททำงาน หรือการออกจากพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเติบโต 

ความท้าทายอยู่ที่การแยกให้ออกว่าอะไรคือ Risk to Avoid และอะไรคือ Risk to Take เพราะการใช้ชีวิตโดยไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยก็อาจทำให้เราไม่เติบโต แต่การรับความเสี่ยงผิดประเภทก็อาจนำไปสู่ความทุกข์ที่ยาวนาน

เมื่อมองชีวิตในระยะยาว ภาพจะชัดขึ้นว่ามนุษย์ทุกคนต้องเดินผ่าน 4 ช่วงหลัก ตั้งแต่ช่วงที่ยังแข็งแรง ช่วงที่เริ่มเจ็บป่วย ช่วงที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น และช่วงสุดท้ายของชีวิต 

สิ่งที่น่าสนใจคือคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับช่วงแรก (ช่วงแข็งแรง) มากที่สุด แต่กลับใช้เวลาน้อยมากในการเตรียมตัวสำหรับช่วงหลัง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ช่วงท้ายของชีวิตคือช่วงที่มีผลกระทบต่อทั้งตัวเราและคนรอบข้างมากที่สุด

ในช่วงที่ยังแข็งแรง การดูแลตัวเองคือพื้นฐานสำคัญ ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายหรือกินอาหารดี แต่รวมถึงการจัดการชีวิตในมิติที่กว้างขึ้น ทั้งการนอน การมีส่วนร่วมกับสังคม และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงเจ็บป่วย การดูแลต้องเปลี่ยนเป็นความร่วมมือกับระบบการแพทย์และการเงิน ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพหรือการวางแผนค่าใช้จ่าย และเมื่อเข้าสู่ช่วงพึ่งพา การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดภาระทั้งทางกายและใจของครอบครัว

แต่จุดที่หลายคนมองข้ามมากที่สุดคือช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่คุณภาพสำคัญกว่าระยะเวลาอย่างชัดเจน แนวคิดเรื่อง Living Will หรือหนังสือแสดงเจตนาจำนงจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะมันช่วยให้เรากำหนดได้ล่วงหน้าว่า ในสถานการณ์แบบใดที่เราไม่ต้องการยื้อชีวิต และใครคือคนที่เรามอบหมายให้ตัดสินใจแทนเรา หากวันหนึ่งเราไม่สามารถสื่อสารได้

คำถามสำคัญมีเพียง 2 ข้อ แต่ทรงพลังอย่างมาก 
1) สภาวะทางการแพทย์แบบใดที่เราไม่ต้องการยื้อชีวิตไว้? หรือเราไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ในสภาพแบบใด เช่น การไม่สามารถสื่อสารได้ หรือการต้องพึ่งเครื่องมือทางการแพทย์โดยไม่มีโอกาสฟื้นตัว เรามีสิทธิ์ปฏิเสธการรักษาที่ยื้อชีวิตอย่างไม่มีคุณภาพ
2) ใครคือคนที่เราต้องการให้เป็นผู้ตัดสินใจแทนเรา หากเราไม่สามารถตัดสินใจเองได้? ต้องเป็นคนที่เข้าใจตัวตนและความต้องการของเราจริงๆ มากพอที่จะตัดสินใจแทนเราได้ คำตอบของคำถามนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่รักเรามากที่สุดเสมอไป แต่ควรเป็นคนที่เข้าใจเรามากที่สุด

โดยปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยสื่อสารที่เราเรียกกันว่า "สมุดเบาใจ" หรือเอกสาร Living Will ช่วยบันทึกความต้องการและใช้เป็นแนวทางในการพูดคุยกับคนในครอบครัว ซึ่งจะช่วยทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความกังวลของคนไข้และครอบครัว

ในเชิงองค์กรและการบริหารคน ประเด็นนี้สะท้อนถึงเรื่อง Empathy และ Communication อย่างลึกซึ้ง เพราะหลายครั้งความขัดแย้งไม่ได้เกิดจากความไม่หวังดี แต่เกิดจากการไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของกันและกัน การมีบทสนทนาเรื่องชีวิตตั้งแต่เนิ่นๆ จึงไม่ใช่เรื่องอัปมงคล แต่เป็นการสร้างความชัดเจนและลดความคลุมเครือในวันที่สำคัญที่สุด

การพูดคุยเรื่องความตาย อาจไม่ใช่เรื่องง่ายในสังคมไทย แต่หากเปลี่ยนมุมมองจากความตายเป็นการอยู่ดีและจากดี บทสนทนานี้จะเบาลงและมีความหมายมากขึ้น เราอาจเริ่มจากสถานการณ์ใกล้ตัว เช่น การพูดคุยเมื่อมีคนรู้จักเจ็บป่วย หรือใช้เครื่องมืออย่างสมุดบันทึกความต้องการชีวิตเพื่อช่วยเปิดประเด็น สิ่งสำคัญไม่ใช่การได้คำตอบที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการเริ่มต้นเข้าใจกัน

ในท้ายที่สุด การออกแบบชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องของการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่คือการลดช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทุกข์ และเพิ่มช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคุณค่าให้มากที่สุด การวางแผนล่วงหน้าไม่ได้ทำให้ชีวิตสั้นลง แต่กลับช่วยให้เรากล้าใช้ชีวิตในปัจจุบันได้เต็มที่มากขึ้น เพราะเรารู้ว่าปลายทางของเราจะไม่สร้างภาระหรือความเจ็บปวดเกินจำเป็นให้กับคนที่เรารัก

จริงๆ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ทรงพลัง เพราะองค์กรที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่องค์กรที่เติบโตได้ดีในวันนี้ แต่เป็นองค์กรที่เข้าใจคุณภาพของชีวิตของผู้คนในทุกช่วงเวลา และช่วยให้พวกเขาสามารถออกแบบทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมาย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นจนถึงวันสุดท้ายที่ต้องส่งต่อ

เมื่อเรามองชีวิตในภาพใหญ่แบบนี้ คำว่า Lasting Life อาจไม่ได้หมายถึงการมีชีวิตที่ยาวที่สุด หากแต่คือการมีชีวิตที่ครบถ้วนที่สุดในแบบที่เราเลือกเอง

ชวนคิดตาม รศ.นพ.ฉันชาย ออกแบบชีวิตก่อนที่ชีวิตจะออกแบบเรา บทเรียนจาก Living for Lasting Life

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

ชวนคิดตาม รศ.นพ.ฉันชาย ออกแบบชีวิตก่อนที่ชีวิตจะออกแบบเรา บทเรียนจาก Living for Lasting Life

รวมพลังแบรนด์ท้องถิ่น สร้างแม่เหล็กใหม่ของเมือง สูตรคิด Sunny Market เปลี่ยนจุดแวะสู่ปลายทาง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

Read More Stories  

Research

ราคาเบนซินพุ่งสูง ส่งผลยอดขาย EV ในยุโรป ทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม 2026

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

ถอดรหัส “Prime Generations” เมื่อ Gen X ค้นพบตัวเองอีกครั้ง และ Baby Boomers กำลังออกแบบชีวิตใหม่

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

Read More Stories  

Digest

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ชวนสายสุขภาพร่วมกิจกรรม “Safety Run by Merz Aesthetics” ประสบการณ์ Run Club ครั้งแรกใจกลางเมือง

ครบรอบ 10 ปี “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” เปิดตัว Music Video แบรนด์ครั้งแรก ดึง “โจอี้ ภูวศิษฐ์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมกิจกรรมขอบคุณลูกค้าตลอดทั้งปี

เอไอเอ ประเทศไทย Kick off ปีที่ 88 เตรียมจัดคอนเสิร์ต “Let It Live - Let it Last – Let it Rock” นำทีมโดย Bodyslam และศิลปินชั้นนำคับคั่ง

Unboxing Ideas

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact