BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,311
VIEWS

5 รูปแบบออฟฟิศโมเดล ที่จะเกิดขึ้นหลังจบโรคระบาดโควิด : กรณีศึกษาออสเตรเลีย

มิ.ย. 10, 2564 M.Pussapol

ทุกวันนี้พวกเราหลายคนยังคงทำงานแบบ ”เวิร์คฟอร์มโฮม” กันอยู่ แต่ถ้าจะถามว่าชีวิตการทำงานจะเป็นอย่างไรหลังที่สถานการณ์โควิดสงบลงแล้วละก็ กรณีของประเทศออสเตรเลียจะเป็นตัวอย่างที่มองข้ามไปเสียไม่ได้ ทั้งนี้เพราะออสเตรเลียถือว่าเป็นประเทศแรกๆ ของโลก ที่สามารถควบคุมโรคระบาดโควิดได้ดีเยี่ยม โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมามีพนักงานองค์กรทั่วประเทศ กลับมาทำงานตามปกติแล้ว 41% และในเมืองใหญ่บางแห่ง เช่น เพิร์ธและแอดิเลด มีจำนวนผู้กลับมาออฟฟิศแล้วถึง 70%

ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด ธุรกิจส่วนใหญ่ถือกันว่าออฟฟิศหรือสำนักงานเป็นส่วนจำเป็นที่ขาดไม่ได้ แต่หลังจากถูก สถานการณ์บังคับให้ต้องหันมาทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม ผู้นำองค์กรต่างๆ ล้วนแปลกใจที่ productivity ของพนักงานไม่ได้ต่ำลงเลย

ปัจจุบันทั่วโลกเริ่มมีการฉีดวัคซีนมากขึ้นเรื่อยๆ ความเสี่ยงของโรคเริ่มต่ำลง มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและมาตรการอื่นๆ เริ่มผ่อนคลาย ถึงเวลาที่ผู้บริหารจะต้องเตรียมคิดและตัดสินใจว่าจะกลับมาใช้รูปแบบการทำงานในออฟฟิศแบบเดิม หรือยังคงทำงานที่บ้าน หรือจะถือโอกาสนี้สร้างระบบทำงานใหม่ที่ดีกว่าไปเลย

กรณีตัวอย่างออสเตรเลีย ทำการศึกษาโดย Dr. Daniel Davis นักวิจัยอาวุโสแห่งค่าย Hassell ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกยักษ์ใหญ่ระดับโลก โดยทำการสำรวจผู้นำธุรกิจและพนักงานออฟฟิศกว่า 1,600 คน ซึ่งผลการวิจัยสรุปออกมาได้ว่า ทั้งผู้นำองค์กรและพนักงานมีความคิดเห็นที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป บางรายคิดว่าจะยังคงทำงานแบบรีโมท คือไม่ต้องเข้าออฟฟิศเลย ส่วนบางคนเห็นว่าจะต้องกลับมาเข้าระบบสำนักงานเหมือนก่อนเกิดโรคระบาด หรือแบบไฮบริดผสมผสาน แต่สามารถสรุปออกมาได้เป็น 5 โมเดล ที่เป็นไปได้ ดังนี้

  1. As-It-Was: พนักงานกลับเข้าทำงานในออฟฟิศเหมือนเดิม เข้าเช้ากลับเย็นตามปกติ แต่อาจเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยขึ้นบ้าง และมีความยืดหยุ่นในการทำงานกว่าเดิม แต่โดยรวมคือยังเป็นออฟฟิศแบบรวมศูนย์เหมือนก่อนเกิดโรคระบาด
  2. Clubhouse: คือแบบไฮบริดหรือผสมผสาน พนักงานมาออฟฟิศเฉพาะเมื่อมีโปรเจ็กต์ หรือต้องประสานงานกับผู้ร่วมงานเท่านั้น นอกจากนั้นอยู่บ้านมุ่งทำงานที่ตนรับผิดชอบ ส่วนออฟฟิศเป็นศูนย์กลางเชื่อมทางสังคม เป็นที่พนักงานพบปะสังสรรค์ และทำงานร่วมกัน
  3. Activity-based Working: เป็นออฟฟิศแบบเน้นที่กิจกรรมเป็นหลัก โดยพนักงานเข้าทำงานในออฟฟิศแต่ไม่มีโต๊ะประจำตัว เคลื่อนย้ายไปตามกิจกรรมที่ต้องทำ เช่น ห้องประชุม โต๊ะกลาง มุมสำหรับโทรศัพท์ หรือห้องพักผ่อน โดยจะมีโต๊ะทำงานกลางไว้ไม่ครบตามจำนวนคน ซึ่งก่อนโควิดออฟฟิศแบบนี้จะมีโต๊ะกลางไว้ให้ 8 ตัว สำหรับพนักงาน 10 คน (เพราะคนส่วนหนึ่งต้องออกไปติดต่องานภายนอก) แต่หลังจบโควิดคาดกันว่าจำนวนโต๊ะจะลดลงเหลือเพียง 5 ตัว สำหรับทุกๆ 10 คน เนื่องจากจะมีพนักงานอีกส่วนทำงานที่บ้าน 2-3 วันต่อสัปดาห์
  4. Hub and Spoke: แทนที่จะเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ในย่านธุรกิจกลางเมือง พนักงานจะเข้าทำงานที่ออฟฟิศย่อยหรือสาขาเล็กๆ ที่กระจายอยู่ตามมุมเมือง บ้านใครใกล้ที่ไหนก็มาทำที่นั่น ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ในขณะที่ยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้าเห็นตากับเพื่อนร่วมงานได้
  5. Fully Virtual: ออฟฟิศเสมือนจริงเต็มรูปแบบ เป็น Remote Working พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือที่อื่นใดก็ได้ โดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือออนไลน์ช่วยเต็มที่ เช่น การประชุมทางไกล Project Management การประสานงานแบบ Collaboration หรือ Time Control ต่างๆ เป็นต้น ช่วยให้บริษัทประหยัดค่าเช่าสถานที่ราคาแพง และสืบทอดระบบเวิร์คฟอร์มโฮมที่พวกเขาเริ่มต้นไว้ในช่วงการระบาดใหญ่

ความจริงรูปแบบทั้งห้านี้ก็ไม่เชิงว่าเป็นของใหม่ แม้แต่แนวคิดออฟฟิศเสมือนจริงก็ถูกทดลองมานานแล้วโดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Yahoo!, IBM และ HP ต่างล้วนเคยอนุญาตให้พนักงานทำงานจากพื้นที่ห่างไกลมาแล้วก่อนเกิดโรคระบาด หรืออย่างในปี 1993 บริษัทโฆษณา Chiat/Day ก็เคยนำการทำงานแบบ Activity-based Working มาลองใช้แต่ไม่สำเร็จ

การสำรวจวิจัยครั้งนี้ ให้บทสรุปว่า พนักงานบริษัทในประเทศออสเตรเลียส่วนใหญ่ชื่นชอบการทำงานแบบไฮบริดมากที่สุด คือ Clubhouse และ Activity-based Working และมีพนักงานเพียงไม่ถึง 20% ทีjชอบการทำงานแบบ Fully Virtual ส่วนพนักงานระดับตำแหน่งผู้จัดการนั้นส่วนใหญ่ต้องการ As-It-Was คือกลับเข้าออฟฟิศ

อย่างไรก็ตามโมเดลออฟฟิศ 5 รูปแบบนี้ ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย เช่น Activity-based Working สามารถประหยัดค่าเช่าพื้นที่ได้แต่ก็ต้องลงทุนด้านการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรอย่างแรง ส่วน Hub and Spoke นั้น แม้จะฟังดูเข้าท่าแต่ก็ต้องแบ่งกำลังพลตามพื้นที่ แทนที่จะแบ่งกำลังพลตามฟังชั่นของงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือแม้แต่แบบ As-It-Was ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด แต่ก็จะมีพนักงานอีกมากมายที่ไม่อยากกลับมาทำงานเหมือนเดิม

และถึงแม้ว่าจะมีอีกหลายบริษัทที่เลือกที่จะใช้โมเดล Fully Virtual ต่อเนื่องไปเลย เพราะพิสูจน์แล้วว่าช่วยประหยัดในหลายด้าน แต่รูปแบบนี้ก็คงไม่เหมาะกับอีกหลายๆ บริษัท โมเดลออฟฟิศทั้ง 5 รูปแบบดังกล่าวจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้นำองค์กรต้องตัดสินใจ ชั่งน้ำหนักจากวัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ของบริษัท รวมถึงความชอบและสไตล์การทำงานของพนักงาน โดยต้องตระหนักไว้ว่ารูปแบบที่บริษัทหนึ่งใช้ได้ อาจไม่เวิร์คเลยกับอีกบริษัทหนึ่ง โดยไม่ว่าจะเลือกเดินตามโมเดลไหน ต่างต้องเกิดขึ้นจากการมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ความสามารถของผู้นําในการเลือกเส้นทางแห่งอนาตค และต้องสื่อสารวิสัยทัศน์ให้เข้าใจตรงกันทั้งองค์กร

 

The New York Times ฟ้อง OpenAI และ Microsoft หลายพันล้านเหรียญ ฐานละเมิดลิขสิทธิ์คัดลอกบทความเพื่อฝึก AI

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร

ส่องสมาร์ทโฟนโนเกีย 3 รุ่น น่าใช้ยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

โปรแกรมเมอร์ อาชีพมาแรง! คนรุ่นใหม่ไม่ตกงานในยุคดิจิทัล

รายงานดีลอยท์ การยอมรับ LGBT+ สร้างผลกระทบเชิงบวกในสถานที่ทำงาน แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทาย

ESG และผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

รู้จักจีนน้อยไป AI ระดับโลกกำลังคิดแบบปักกิ่ง เมื่อข่าวดีจากทั่วโลกต้องจ่ายเงิน แต่โฆษณาชวนเชื่อจีนให้ฟรี

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact