สำหรับความร่วมมือที่ประกาศในครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะเดินหน้าดำเนินโครงการทั้งหมด 3 ส่วน ดังนี้
· ผลักดันโซลูชั่นดิจิทัลให้เติบโต: ไมโครซอฟท์และเอไอเอสจะดำเนินงานร่วมกัน เพื่อกระตุ้นการใช้งานโซลูชั่นและบริการด้านคลาวด์ ข้อมูล ความปลอดภัยไซเบอร์ และ IoT ซึ่งในท้ายที่สุด จะทำให้องค์กรไทยทุกขนาดและทุกระดับสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย
· ยกระดับทักษะเชิงดิจิทัลให้กับมืออาชีพ: จากความเชี่ยวชาญและทรัพยากรที่ไม่มีใครเทียบของไมโครซอฟท์ เอไอเอสจะมอบโอกาสให้พนักงานในบริษัทได้รับการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีเชิงลึก (deep tech) ที่จะช่วยให้สามารถคว้าโอกาสด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยนอกจากหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ แล้ว พนักงานเอไอเอสยังจะได้รับใบรับรองความเชี่ยวชาญด้านทักษะที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์ อีกทั้งยังจะมีการจัดแฮกกาธอน (hackathon) พิเศษเพื่อนำไอเดียที่ฉายแววที่สุดออกมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับลูกค้าในการทำงานจริง นอกจากนี้ เอไอเอสยังจะนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเชิงลึกนี้ไปเผยแพร่ให้กับองค์กรนับแสนรายในเครือข่ายลูกค้าของบริษัทอีกด้วย
· มอบนวัตกรรมที่ดีที่สุดเพื่อธุรกิจ: ไมโครซอฟท์และเอไอเอสจะร่วมกันนำเสนอเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากทั้งสองฝ่าย เพื่อมอบโซลูชั่นที่ดีที่สุดด้วยศักยภาพจากทั้งเครือข่าย 5G ระบบคลาวด์ AI และ IoT โดยรวมถึงการผสมผสานผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถมอบประสิทธิภาพที่ดีที่สุดได้ ไม่ว่าสำหรับการทำงานบนคลาวด์หรือที่อุปกรณ์ปลายทาง (edge computing) การผสมผสานศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเข้ากับเครือข่าย 5G จะช่วยตอบโจทย์ในจังหวะสำคัญของการทำงาน เช่นการใช้หุ่นยนต์เข้ามาสนับสนุนงานด้านการแพทย์ การยกระดับภาคการผลิต การสร้างระบบอาคารอัจฉริยะ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจค้าปลีก ระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ต่างๆ โดยทั้งหมดนี้ นอกจากจะเป็นการขยายอีโคซิสเต็มดิจิทัลของเอไอเอสให้ครอบคลุมความต้องการของภาคธุรกิจได้มากกว่าที่เคยแล้ว ยังจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าต่อไป ผ่านทางโซลูชั่นทั้งในรูปแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน และในแบบที่ปรับแต่งมาให้ตอบโจทย์ของแต่ละองค์กรโดยเฉพาะ