หากมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นในไทย บางชาติก็อาจไม่แนะนำให้เดินทางมาไทยได้ นอกจากปัจจัยเรื่องความปลอดภัยแล้ว นักท่องเที่ยวอาจหลีกเลี่ยงมาเที่ยวประเทศที่กำลังมีการระบาดของโควิด-19 อยู่ เนื่องจากเมื่อกลับถึงประเทศตนเอง ต้องทำการกักตัวเป็นเวลาหลายวันตามข้อกำหนดของหลายประเทศ อย่างเช่น กรณีของประเทศอังกฤษที่มีการจัดกลุ่มประเทศต่างๆตามการฉีดวัคซีนและการระบาดของโรคโควิด-19 หากการระบาดในประเทศเพิ่มขึ้น ประเทศนั้นก็สามารถถูกเปลี่ยนจากกลุ่มสีเขียว (ไม่ต้องกักตัวเมื่อกลับเข้าอังกฤษ) ไปเป็นกลุ่มสีแดงได้ (ต้องกักตัว 14 วันเมื่อกลับอังกฤษ) ในกรณีของอังกฤษ ที่แม้ ขณะนี้มีประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วเกือบ 50% แต่ก็ยังประสบกับการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ จึงมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะประสบกับภาวะการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ อย่างเช่น Gemma ในปีหน้า ถึงแม้ว่าไทยจะฉีดวัคซีนให้ประชากร 50% ครบสองเข็มในช่วงสิ้นปีนี้ อย่างที่ตั้งเป้าไว้ก้ตาม
โดย ณ วันที่ 1 ก.ค. 2021 อังกฤษกำหนดให้ไทยเป็นประเทศกลุ่มสีแดง ซึ่งหากผู้อยู่ในอังกฤษเดินทางกลับมาแล้ว ต้องกักตัวในบ้านเป็นเวลา 14 วัน และในขณะที่ไทยกำลังเผชิญหน้าการระบาดรอบใหม่นี้อยู่ หลายประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาไทย เช่น เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ ก็มีข้อกำหนดว่า หากเดินทางกลับจากไทย จะต้องทำการกักตัวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันเป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ไทยจะไม่รับนักท่องเที่ยวในบางประเทศ หากประเทศนั้นมีการระบาดเกิดขึ้น การระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อาจเกิดขึ้นต่างประเทศเช่นกัน โดย ณ เดือน มิ.ย. แม้ประเทศที่ทำการฉีดวัคซีนให้ประชากรจำนวนมากอย่างอังกฤษและอิสราเอลก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ประเมินว่า ณ สิ้นปี 2021 หลายชาติที่มีนักท่องเที่ยวมาไทยจำนวนมาก อาจมีอัตราการฉีดวัคซีนในสิ้นปีนี้ที่ไม่สูงมากนัก ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดการระบาดในประเทศเหล่านั้นก็ยังมีอยู่
ในขณะที่จีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่มาไทย อาจยังไม่เปิดประเทศในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2022 จากความกังวลเรื่องการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่หากให้คนในประเทศเดินทางแล้ว อาจนำไวรัสสายพันธุ์ใหม่กลับมาระบาดในประเทศ ทำให้ทางการจีนมีแนวทางที่จะยังไม่เปิดประเทศไปอีก 1 ปี หรือจนถึงกลางปี 2022[1] หากจีนยังไม่เปิดให้คนในประเทศเดินทาง จะกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาไทยอย่างมาก เนื่องจาก
ในปี 2019 มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยถึงเกือบ 12 ล้านคน
ภาพท่องเที่ยวในปีหน้า: คนน้อย เที่ยวกันเอง ใช้จ่ายต่อหัวสูง
Krungthai COMPASS ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2022 อาจมีเพียง 9.9 ล้านคน จากที่เคยสูงถึง 39.9 ล้านคนในปี 2019 ด้วยปัจจัยความเสี่ยงจากการกลายพันธุ์ของไวรัส ที่ทำให้ไทยมีโอกาสจะไม่รับนักท่องเที่ยวจากบางชาติ หรือหากมีการระบาดระลอกใหม่ในไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติก็อาจหลีกเลี่ยงการมาไทยได้ ตลอดจนการที่จีนอาจยังไม่เปิดให้ประชาชนท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปีหน้า ซึ่งตัวเลขอาจสูงกว่านี้ได้ หากภาครัฐสามารถควบคุมการระบาดในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโควิด-19สายพันธุ์ใหม่ๆ โดยในยามที่ภาคการท่องเที่ยวไม่สามารถพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวได้เหมือนเคย การมุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพที่จะมาไทยในปีหน้าจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ในปี 2022 การเที่ยวด้วยตัวเองจะมีมากขึ้น เดือน มิ.ย. 2021 แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเที่ยวแบบกลุ่มเล็กหรือเที่ยวด้วยตัวเอง (Free Independent Travelers: FIT)ในช่วงหลังโควิด ซึ่งอาจมาจากเหตุผลด้านความปลอดภัยเนื่องจากการเที่ยวกลุ่มใหญ่กับกรุ๊ปทัวร์มีความเสี่ยงที่จะติดโรคมากกว่า
มีการใช้จ่ายต่อทริปที่สูงขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมจะฟื้นตัวก่อน วิเคราะห์ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูงจะเป็นกลุ่มที่กลับมาเที่ยวก่อน เนื่องจากน่าจะเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการเดินทางมาท่องเที่ยวได้มากกว่ากลุ่มอื่นที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด และเนื่องจากที่การเที่ยวต่างประเทศเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกไม่สามารถทำได้เป็นเวลานาน และยังไม่สามารถทำได้โดยสะดวกนักแม้จะมีการเปิดประเทศแล้ว ทำให้การท่องเที่ยวระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่พิเศษมากยิ่งขึ้น ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวจึงอาจมีการใช้จ่ายต่อทริปที่สูงมากขึ้น
ซึ่งผลการสำรวจความเห็นจากนักท่องเที่ยวก็ดูจะสนับสนุนข้อสมมตินี้ โดยผลสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นกับการเข้าพักโรงแรมที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตลอดจนเลือกที่จะท่องเที่ยวโดยการใช้บริการสายการบินฟูลเซอร์วิสมากขึ้น จึงประเมินว่าธุรกิจท่องเที่ยวในกลุ่มที่เน้นสินค้าและบริการพรีเมียมจะมีการฟื้นตัวได้ก่อน
[1] https://www.wsj.com/articles/china-to-keep-covid-19-border-restrictions-for-another-year-11624361777