นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติถือเป็นช่วงโอกาสของการลงทุน ซึ่งการลงทุนพลังงานเป็นการลงทุนจากรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือ การไฟฟ้าฝายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่เป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งเข้าไปช่วยเศรษฐกิจฐานรากผ่านนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เพื่อสูบน้ำภาคการเกษตร
รวมทั้ง กฟผ.จะลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งจะสนับสุนการปลูกพืชพลังงาน และได้มีการจ้างงานในพื้นที่และนักศึกษาจบใหม่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ขอให้มั่นใจการที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาแบบไม่กักตัว แต่มีการตรวจสอบเชื้อหลายรอบระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตั้งแต่เปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์วันที่ 1 ก.ค.2564 มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเพียง 0.002% เท่านั้น แสดงว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะขยายไปพื้นที่อื่น เช่น เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า แต่จะทยอยเปิดด้วยความระวัดระวังเพื่อสร้างความมั่นใจให้คนไทย
รวมทั้งช่วงที่ผ่านมาสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศทำงานต่อเนื่องเพราะเชื่อว่าการท่องเที่ยวต้องการมาและต้องการเห็นการท่องเที่ยวกลับมาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง โดยทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังวิกฤติโควิด-19 จะเปลี่ยนไปด้วยการเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะตลาดมากขึ้น
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การล็อคดาวน์ 14 วัน จะเห็นการค้าขายลำบาก แต่ถ้าแยกกลุ่มที่ติดกับไม่ติดออกจากกันก็จะวนกลับไปวงจรเดิม ซึ่ง ส.อ.ท.เห็นว่าภาครัฐต้องรีบดำเนินการตรวจผู้ติดเชื้อ และภาคอุตสาหกรรมก็พร้อมตรวจผู้ติดเชื้อ เพราะตอนนี้มีการติดเชื้อในแรงงานทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ในขณะที่การฉีดวัคซีนให้กับแรงงานตาม ม.33 ยังไม่ครบถ้วน
ทั้งนี้ ระบบสาธารณสุขเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าจัดการได้ทุกอย่างจะกลับมา แต่ขณะนี้ระบบสาธารณสุขรับบทหนัก ถึงแม้เปิดประเทศแล้วคนไทยจะกล้าไปเที่ยวหรือไม่ วันนี้การท่องเที่ยวในประเทศเหลือเกือบ 0% ถ้าเราจัดการแยกคนที่ติดเชื้อกับไม่ติดเชื้อ และฉีดวัคซีนได้ครบจะทำให้ภาคธุรกิจเปิดได้และทำให้ความเสี่ยงทางธุรกิจน้อยลง
นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ธุรกิจค้าปลีกในจังหวัดที่ถูกปิดได้รับผลกระทบมากแต่มีการปรับตัวเสริมทัพการทำงาน รวมทั้งใช้รูปแบบการค้าออนไลน์ ซึ่งทำให้ฟื้นยอดขายได้ 20-30% เพราะเมื่อยอดขายหายไปจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงซัพพลายเชน แต่ต้องยอมรับว่ามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีบางส่วนไปต่อไม่ได้ ซึ่งทำให้ภาคเอกชนได้เริ่มโครงการในลักษณะผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยเหลือเอสเอ็มอี เช่น การสนับสนุนแหล่งเงินทุน การใช้ใบอินวอยซ์มาเป็นหลักฐานให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้
ทั้งนี้เกิดการดิสรัปชัน ทำให้พวกเราต้องปรับเปลี่ยนเพราะเกิด Homebody Economy มากขึ้น รวมทั้งในช่วงวิกฤติเราต้องมาปรับปรุงธุรกิจเพื่อรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแล้วจะทำให้ธุรกิตก้าวกระโดดได้
นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า การจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจจะต้องพิจารณาสถานการณ์ล็อคดาวน์และต้องควบคุมการระบาดระลอกที่ 4 ให้ได้ ซึ่งแม้ว่าจะล็อคดาวน์แต่ยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงแง่ลบที่จะไม่เห็นจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน เพราะการระบาดจากสายพันธุ์เดลต้าทำได้ยากจึงเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันมากกว่า 5,000 คน และถ้าควบคุมไม่ได้จะเห็นการล็อคดาวน์จนเปิดเศรษฐกิจได้ แต่ต้องกลับมาล็อคดาวน์อีกรอบ จึงเป็นไปได้ที่ระลอก 4 มีลักษณะเช่นนี้ ซึ่งทางออกระยะยาวต้องสร้างภูมิคุ้มกันหมู่