TQM ใช้ความพยายามอย่างมากในการที่จะสร้างนวัตกรรม ตลอดจนทรานส์ฟอร์มระบบทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
อีกสิ่งสำคัญที่ TQM ไม่เคยละทิ้งเลยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือการดูแลใส่ใจในลูกค้า (High Touch) ควบคู่ไปกับการพัฒนา Technology (High Tech) โดยหนึ่งในนโยบายที่ TQM ได้ประกาศไว้เสมอมาคือความเป็น "Number 1 Digital Insurance Broker” ที่ใช้ Digital และ Innovation มาช่วยในการเสริมช่องทางที่จะเชื่อมโยงกับลูกค้าได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความง่ายและรวดเร็ว
“เราไม่เพียงแต่จะพยายามพัฒนาแค่นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเท่านั้น อีกสิ่งที่เราพยายามพัฒนามาโดยตลอด คือหัวใจในการบริการ และการ Connect กับลูกค้า ตลอดจนการสร้างความผูกพันกับลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ”
โดยจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา TQM ไม่ได้แค่เพียงขายประกันให้ลูกค้าแล้วจบกัน แต่ยังใส่ใจไปถึงงานบริการหลังการขายด้วย เห็นได้จากการมีบริการทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายและสินไหมที่คอยให้คำแนะนำลูกค้า การมีบริการคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีสาขาอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยเพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจ
“สินค้าประกันภัยไม่เหมือนสินค้าทั่วไป เมื่อลูกค้าซื้อประกันภัยเขาก็คาดหวังจะให้คุ้มครองตามเงื่อนไข หรือตลอดอายุกรมธรรม์ ซึ่งแน่นอนว่างานบริการหลังการขายนั้นสำคัญ เพราะเราเข้าใจดีว่าการที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันเพราะอยากได้ความสบายใจในทุกจังหวะของชีวิตและคนที่รัก
สุดท้ายประกันภัยเป็นสิ่งที่อยู่กับมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวันจากไป ตั้งแต่เรื่องของชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน เมื่อประชาชนเข้าใจและมีประกันภัยทุกคน ความเสี่ยงภัยก็จะลดน้อยลง ความมั่นคง คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น” ดร.อัญชลิน กล่าวทิ้งท้าย