แพนทีนเป็นเบอร์ต้นๆ ของตลาดแชมพูในทั่วโลกที่กลายเป็นแบรนด์หลักที่สร้างรายได้ให้กับพีแอนด์จีเป็นจำนวนมาก แพนทีน จึงถือเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง โดยจุดเด่นของมันตลอดกว่า 60 ปีที่ผ่านมาก็คือเป็นแบรนด์ที่ให้ความใส่ใจกับความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก และนวัตกรรมที่สืบต่อเนื่องมาจากความเข้าใจผู้บริโภค คือนวัตกรรมที่สร้างบนพื้นฐานของความเข้าใจผู้บริโภค
ทำให้เมื่อแพนทีนออกอะไรใหม่ๆ มาก็แล้วแต่ จะต้องผ่านงานวิจัย ต้องผ่านความเข้าใจผู้บริโภคก่อนที่จะนำเสนอนวัตกรรม ในเชิงของความสำเร็จในจุดเด่นของแพนทีนนั้น พีแอนด์จีไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ สร้างนวัตกรรมออกมาเหมือนเป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือเป็น Invention ใหม่ๆ แต่ผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นนวัตกรรมที่อยู่บนพื้นฐานความเข้าใจ และความต้องการของผู้บริโภค เพราะหลายๆ ครั้งเวลาที่บอกว่าสร้างนวัตกรรม แต่นวัตกรรมนั้นไม่ได้ถูกแปลงให้เป็นยอดขาย มันก็ไม่ใช่นวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ เมื่อนวัตกรรมของแพนทีนประสบความสำเร็จแปลงเป็นยอดขายได้ จึงกลายเป็นความสำเร็จในทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
พีแอนด์จี นำเรื่องของ Customer Centric เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานวัตกรรมของแพนทีนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งนั่นคือสูตรสำเร็จในการทำตลาดทั่วโลกของพีแอนด์จี ไม่เว้นแม้ประเทศไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พีแอนด์จี ทำความเข้าใจกับผู้บริโภคคนไทย และเข้าใจว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร
ตัวอย่างในเรื่องนี้สะท้อนออกมาได้ตั้งแต่พีแอนด์จี Launch ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในบ้านเรา Innovation ใหม่ๆเกิดขึ้น และพีแอนด์จีพบว่าผู้บริโภคเมืองไทยใช้ทั้งแชมพูและคอนดิชั่นเน่อร์ แต่ความต้องการของเขาก็ยังไม่ถึงจุดที่มองไว้ เพราะเขาก็ยังอยากได้ผมที่มีคุณภาพ ผมที่ไม่ชี้ฟู เพราะฉะนั้นการพัฒนาสินค้าจึงต้องผลิตนวัตกรรมอื่นๆ ออกมาตอบสนอง และเป็นโอกาสทางการตลาดด้วย
พีแอนด์จีพบว่า กลุ่มเป้าหมายที่เป็นสาววัยทำงาน เป็นกลุ่มที่มีอำนาจซื้อมาก และมีจำนวนมาก เขาต้องการความอ่อนวัย ช่วงเวลาหนึ่งพีแอนด์จีจึงต้องมีผลิตภัณฑ์แชมพูที่ช่วยให้ผมมีความอ่อนวัย เช่นเดียวกันกับในปี 2006 ที่พีแอนด์จีทำงานวิจัยปรากฏว่า 80% ของผู้หญิงไทย เป็นผู้หญิงผมยาว อยากมีผมยาวที่สลวย อยากมีผมยาวที่แข็งแรง