- เทคโนโลยี 5G จะกลายเป็นกระแสหลัก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน สามารถเรียนและทำงานได้จากทุกสถานที่ เนื่องจากมาตรการระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อลดความเสี่ยง โดยมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยี 5G ที่จะช่วยเชื่อมต่อผู้คนทั่วโลกให้เข้าถึงกันรวดเร็วขึ้น
- Customer Data Platform (CDP) จะเป็นที่นิยม เนื่องจาก CDP เป็นซอฟต์แวร์ด้านการตลาดที่ใช้จัดเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าจากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย และใช้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่นๆ เพื่อดึงข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ทางด้านการขาย การตลาด หรืออื่นๆ และจะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น
- Cybersecurity จะกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คน เริ่มทำงานที่ออฟฟิศน้อยลง และทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องกลับมายกระดับกลยุทธ์ด้าน Cybersecurity เพื่อรองรับอุปกรณ์และเครือข่ายในการ Work from home เนื่องจากเหล่า Hackers ใช้โอกาสนี้ในการโจมตีธุรกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องจากฐานข้อมูลทั่วโลก ในเดือนมกราคมถึงเมษายน 2020 การโจมตีข้อมูลธนาคารเพิ่มสูงถึง 238% และการโจมตีผ่านระบบคลาวด์เพิ่มสูงถึง 600%
- Work from Home มีแนวโน้มจะอยู่นานกว่าโควิด-19 ทำให้เกิดการพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ Smart Work from Home เช่น Zoom, Webex หรือ Microsoft Teams ซึ่งส่งผลทำให้ยอดขายคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการทำงานจากบ้านเพิ่มมากขึ้น และเกิดการลงทุนด้านเครือข่ายและการเชื่อมต่อในพื้นที่ชนบทมากยิ่งขึ้นด้วย
- Headless Tech จะ Disrupt อุตสาหกรรม และเปลี่ยนรูปแบบของการทำ e-Commerce เกิดจากการที่ธุรกิจสามารถแยกการทำงานของ Front-End (โปรแกรมหน้าบ้าน เช่น เว็บไซต์ แอปพลิแคชัน) กับ Back-End (โปรแกรมหลังบ้าน เช่น ฐานข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน) ได้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า การเปลี่ยนจากประสบการณ์แบบ Omnichannel ไปสู่การเชื่อมต่อทุกอย่างตั้งแต่ โกดัง ไปถึง หน้าร้าน ไปจนถึงการให้บริการทางออนไลน์
- เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) จะได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น เติบโตอย่างมากในยุค COVID-19 และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนโลกธุรกิจตลอดไป หลังยุค COVID-19 เทคโนโลยี AI กระตุ้นให้ทุกองค์กรปรับตัวให้นำมาใช้มากขึ้น และจะเป็นตัวกำหนดความสามารถทางการแข่งขันของทุกองค์กร ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
ทั้งนี้ Digital transformation ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ มาใช้งาน แต่เป็นการก้าวสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญขององค์กร เพราะ Digital Transformation ครอบคลุมถึงกระบวนการใหม่ วิธีการการทำงานรูปแบบใหม่ โครงสร้างองค์กรและขีดความสามารถแบบใหม่ รวมถึงองค์ประกอบวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐานในโมเดลธุรกิจเดิม ซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลา ความทุ่มเทและทรัพยากรมากมาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กร และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับองค์กร
งาน JRIT ICHI – Cyber Market Station รูปแบบมาร์เกตเพลสในโลกเสมือนจริง (Virtual event) เต็มรูปแบบพร้อมนำเสนอ IT / Digital Solutions และนวัตกรรมจากบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น ครอบคลุมทุกภาคอุตสาหกรรม ด้วยแนวคิดการเปิด “ตลาด” แบ่งออกเป็น 2 โซนประกอบด้วย Manufacturing Innovation Zone และ Retail Innovation Zone นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ Webinar ตลอดเดือนสิงหาคม สามารถลงทะเบียนเข้าฟังได้หลายหัวข้อตามความต้องการ เพื่อเรียนรู้และค้นหาคำตอบจากองค์กรชั้นนำ ร่วมแชร์ไอเดีย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับบทบาทของ Digital Transformation และเทคโนโลยีไอทีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจสามารถนำความรู้ที่ได้จากการสัมมนาไปคิดต่อยอดในการทำงาน ประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ถูกต้อง
- วันที่ 4 สิงหาคม : Webinar จากบริษัท Wacom
- วันที่ 10 สิงหาคม : Webinar จากบริษัท Hitachi Asia
- วันที่ 11 สิงหาคม : ICHI-TALK ep.2
- วันที่ 20 สิงหาคม : Webinar จากบริษัท Classmethod
- วันที่ 24 สิงหาคม : Event กับ Influencer
- วันที่ 27 สิงหาคม : Webinar จากบริษัท Cybernet