แลนดี้ โฮม ศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1โชว์ผลงานปิดยอดขาย 8 เดือน รวมมูลค่า 1,600 ล้านบาท คาดปิดยอดไตรมาส 3/64โต 5 % เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/63 ด้านตลาดรับสร้างบ้านกลุ่มลูกค้าบ้านไฮเอนด์ ราคา 15 ล้านบาทขึ้นไปยังสดใส เหตุจากแนวโน้มการปรับขึ้นค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างอย่างต่อเนื่องมีผลกระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้าน เดินหน้า
อัดโปรโมชั่นเร่งสปีดยอดขายครึ่งปีหลัง 2564 ให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 2,400 ล้านบาท
นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัดเผยว่าแม้การล็อกดาวน์ประเทศเพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ครั้งนี้ส่งผลต่อให้ภาคธุรกิจเกิดการชะลอตัว แต่สำหรับแลนดี้ โฮมยังคงเติบโตสวนทางพิษโควิด ซึ่งพิจารณาได้จากยอดขาย 8 เดือน (มกราคม - สิงหาคม 64) สามารถปิดยอดขายมูลค่ารวม 1,600 ล้านบาทแบ่งสัดส่วนตามมูลค่าการปลูกสร้าง ดังนี้ บ้านหรูขนาดใหญ่Brand Landy Grand ราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป สัดส่วน 32%,บ้านขนาดกลาง Brand Landy Homeราคา 5 - 10ล้านบาทสัดส่วน 32%และราคา 10-15 ล้านบาท สัดส่วน 23%ส่วนบ้านหลังเล็กBrand Trendy Homeราคา 2-5 ล้านบาทสัดส่วน 13% โดยพบว่าลูกค้าที่มีงบประมาณปลูกสร้างตั้งแต่10 ล้านบาทขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีความต้องการปลูกสร้างบ้านสูงสุด
ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านที่พบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ไม่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีความพร้อมในการตัดสินใจปลูกสร้างบ้านแลนดี้ โฮม จึงมองเห็นโอกาสในการทำตลาดรับสร้างบ้านหรูขนาดใหญ่ภายใต้แบรนด์ Landy Grand
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯ ในกลุ่มบ้านหรูแบรนด์ Landy Grand โตเกินเป้า มาจาก การเปิดสาขาใหม่ในโซนราชพฤกษ์ที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์ย่านฝั่งธนฯ ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าตลาดไฮเอนด์เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นกลุ่มนิชมาร์เก็ตที่มีกำลังซื้อและความต้องการบ้านหรูในราคาที่คุ้มค่าและ
เป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางการเงินจากสถานการณ์โควิดน้อยกว่ากลุ่มอื่นประกอบกับการขึ้นราคาของวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะราคาเหล็กที่ปรับขึ้นแรงในช่วงต้นปี รวมถึงค่าแรงช่างที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ลูกค้าเร่งตัดสินใจปลูกสร้างบ้าน เพราะมองว่าในอนาคตราคาบ้านจะมีการขึ้นราคาตามวัสดุและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้การอ่อนตัวของค่าเงินบาทยังส่งผลให้ลูกค้าหันมาปลูกสร้างบ้าน เพื่อเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน เนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีแต่มูลค่าเพิ่มขึ้นอีกทั้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่นการ Work from home ในช่วงโควิดทำให้ลูกค้าเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านและเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพการอยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตวิถีใหม่ รวมถึงลูกค้าหลายรายมองว่าช่วงนี้สามารถบริหารจัดการเวลาในการปรึกษากับทีมสถาปนิกและมีเวลาในการเข้ามาตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างได้มากขึ้น นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการตัดสินใจปลูกสร้างบ้าน