ไฟที่ด้านในแว่นจะให้ข้อมูลต่าง ๆ ในการใช้งาน สีเขียว แสดงถึงการการชาร์จเต็ม, สีส้ม แสดงแบตเตอรี่ต่ำ, สีน้ำเงิน สำหรับโหมดการจับคู่, สีแดง แสดงแบตเตอรี่หมด หรือความร้อนสูงเกินไป และสีขาว แสดงข้อผิดพลาดในการจับภาพ สำหรับไฟสีขาวด้านหน้าที่แยกจากกัน ซึ่งอยู่ติดกับกล้องด้านขวาจะสว่างทุกครั้งที่แว่นตากำลังบันทึก
แว่นตาจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการชาร์จจนเต็ม และแบตเตอรี่จะใช้งานได้ประมาณ 6 ชั่วโมง หากใช้งานเป็น ช่วงๆ แอป View ที่ใช้งานร่วมกันจะแสดงการอ่านข้อมูลแบตเตอรี่แบบสดเมื่อทำงานจับคู่กับแว่นตา
เคสกระเป๋าที่มาพร้อมกับแว่นตา มีความทนทานด้วยวัสดุคล้ายหนัง และเป็นที่ชาร์จในตัวที่สามารถเติมเต็มแบตเตอรี่ให้กับแว่นตาได้ 3 ครั้ง การชาร์จตัวเคสกระเป๋า ชาร์จผ่านสาย USB-C ที่ให้มาในกล่อง
แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Stories มีราคาไม่แพงนัก ราคาเริ่มต้นที่ 299 ดอลลาร์, รุ่นใช้เลนส์โพลาไรซ์ (Polarized Lenses) มีราคา 329 ดอลลาร์ และรุ่นใช้เลนส์ทรานซิชั่นที่ (Transition Lenses) มีราคา 379 ดอลลาร์ แว่นตามีรูปแบบของกรอบแว่นหลัก 3 สไตล์ คือ Wayfarer, Round และ Meteor มีรูปแบบ สี ขนาด และประเภทเลนส์รวมกันทั้งหมด 20 แบบ
แว่นตา Ray-Ban Stories เริ่มวางขายแล้ว การขายในระยะแรกจะขายทางออนไลน์ Ray-Ban.com ขายผ่านร้านขายแว่นตา Ray-Ban และจะขายผ่านร้านค้าปลีกอื่นๆ ซึ่งรวมถึง Amazon, Best Buy, Sunglass Hut และ LensCrafters ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ นอกจากการวางขายในสหรัฐอเมริกาแล้ว ในระยะแรก แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Stories จะมีวางขายในประเทศ แคนาดา สหราชอาณาจักร อิตาลี ไอร์แลนด์ และออสเตรเลีย