ขณะที่เรื่องของเมนูกาแฟนั้น จะมีเมนูหลากหลายที่เป็น 18 เมนูเครื่องดื่มประจำ 2 ซิกเนเจอร์เมนู และ 2 ซีซันนั่ลเมนู ที่เปลี่ยนทุกๆ ไตรมาส เพื่อสร้างสีสัน และดึงดูดลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำ จำหน่ายในราคาแก้วละ 45-50 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่จับต้องได้ และน่าจะช่วยขยายตลาดร้านกาแฟให้เข้าสู่ฐานคนดื่มที่กว้างมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับกาแฟของออล์คาเฟ่ ที่ขยายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น
เนสกาแฟ สามารถเปิดร้านเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ได้แล้ว 26 สาขา กระจายอยู่ทุกภูมิภาค ตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายในปี 2565 จะมีสาขาของเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ได้มากกว่า 200 สาขา ซึ่งการมีโมเดลของร้านที่หลากหลายในต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก น่าจะเข้ามาช่วยทำให้สามารถขยายสาขาได้เร็วมากขึ้น
ที่ผ่านมา ตลาดรวมกาแฟมูลค่ากว่า64,700 ล้านบาท นั้น ถูกถือครองส่วนแบ่งโดยเนสกาแฟในหลายเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ 3 in 1 ที่เนสกาแฟมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% หรือกาแฟผงสำเร็จรูปที่รู้จักกันดีในนามเนสกาแฟ เรดคัพ ค่ายนี้ก็มีแชร์อยู่ถึง 84 – 85% ขณะที่กาแฟพร้อมดื่ม เนสกาแฟมีแชร์อยู่ประมาณ 32%ถือว่าครองตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้
อย่างไรก็ตาม เทรนด์ของการดื่มกาแฟคั่วบดที่มาจากการเขย่าของเชนร้านกาแฟดัง ทำให้คอกาแฟมีการยกระดับการดื่มกาแฟของตัวเองไปสู่ทิศทางดังกล่าว แม้เนสกาแฟจะมีการนำกาแฟคั่วบดเข้ามาเป็นส่วนผสมของกาแฟแต่ละตัวที่ทำตลาด แต่ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมชมชอบเข้าร้านกาแฟก็ทำให้เนสกาแฟไม่อาจจะตกขบวนในเรื่องนี้ได้
เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ จึงเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้ Nescafe Ecosystem ให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นเพื่อรองรับการดื่มกาแฟนอกบ้าน ถือเป็นมิติใหม่ที่ทำให้เนสกาแฟมีความครบวงจร เพราะก่อนหน้านั้น เนสกาแฟมี “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสไตล์คาเฟ่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ไม่สะดวกชงกาแฟดื่มที่บ้าน ขณะที่เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ จะเป็นโมเดลธุรกิจร้านกาแฟสดที่นำความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นวิธีชง สูตรกาแฟ และการบริหาร เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ธุรกิจร้านกาแฟถือเป็นการนำเสนอประสบการณ์กาแฟสดสไตล์คาเฟ่ให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลายยิ่งขึ้น