ถึงตรงนี้ หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า การเข้ามาแข่งขันในตลาดการเงินประเทศจีน
ที่มีความแข่งแกร่งและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างมาก ธนาคารกสิกรไทยมีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร
กับคำถามนี้ คุณบัณฑูรอธิบายว่า ทุกวันนี้การแข่งขันไม่ได้มีอยู่แค่ในประเทศจีน เพราะดิจิทัลทำให้ทุกแห่งเชื่อมโยงกันหมด ส่วนการแข่งขันในจีนที่มีสูงธนาคารกสิกรไทยก็ไปด้วยความเพียรพยายามที่เยอะกว่า
“มันก็ยากทั้งนั้นไปที่ไหนไม่มีหรอกที่จะไม่มีการแข่งขันทุกที่มีการแข่งขันทั้งนั้น ไม่งั้นจะเรียกว่าธุรกิจเหรอธุรกิจต้องประเมินสถานการณ์ตลาดเป็นอย่างไรใครทำอะไรเราทำได้ไหมเนี่ย
ที่สำคัญคือ เทคโนโลยีและบุคลากรเป็นตัวแปรตัวปัจจัยสำคัญของความสำเร็จไม่มีเทคโนโลยีก็บ๊ายบายบุคลากรไม่มีใครอยากทำงานด้วยก็จบ ไม่ว่าจะที่จีนหรือไทย”คุณบัณฑูรอธิบาย และกล่าวเพิ่มเติมว่า
“เราไม่ใช่เฉพาะทำกับนักธุรกิจจีน แต่สำคัญทำอย่างไรที่เราจะเป็นตัวเชื่อมการค้าขายการลงทุนระหว่างประเทศที่บอก AEC+3 คือยุทธศาสตร์ของเราเออีซีคืออาเซียนบวก 3 คือจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ทุกคนมีบทบาทมีพลังด้วยกันทั้งนั้น ในการค้าขายในการลงทุนเราต้องไปสวมเอาพลังงานตรงนั้นมาใช้ให้เกิดมั่งคั่งโดยรวมด้วย และของประเทศไทยด้วย
ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่พิสูจน์ว่าโลกเรานี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไหวตัวทันโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นผู้นำก็คือ รัฐบาลที่ต้องไหวตัวให้ทันและพัฒนาล่วงหน้าในเรื่องที่จะต้องพัฒนาแล้วนำพาประเทศให้พัฒนาล่วงหน้าเพราะของพวกนี้ไม่ได้พัฒนาข้ามคืน”
ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทยย้ำว่า ประโยชน์ที่ได้ทันทีจากการเข้ามาเปิดเป็นธนาคารท้องถิ่นในประเทศจีนก็คือ 1) เป็นการเปิดโอกาสในการทำธุรกิจอย่างกว้างขวาง 2) คือประเทศจีนเป็นแหล่งของความรู้มหาศาล
“ความรู้เดี๋ยวนี้จีนก้าวหน้าในทุกด้าน โดยเฉพาะเทคโนโลยีไอทีต่างๆ พวกนี้ก้าวหน้ากว่าซีกโลกตะวันตกด้วยซ้ำไป มันจะมีซิลิคอนวัลเลย์ของเอเชียเกิดขึ้นที่นี่แล้วเผลอๆ บางอย่างมันไปไกลกว่าซิลิคอนวัลเลย์ที่อเมริกาแล้ว”