BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,220
VIEWS

2040 Mercedes-Benz, Ford, GM, Volvo เลิกขายรถสันดาปภายใน Toyota คิดต่าง

พ.ย. 22, 2564 P.Patikom

2040 เป็นปีที่ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์โลกหลายราย เช่น Mercedes-Benz, Ford, GM, Volvo ประกาศว่าจะเลิกขายรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (รถใช้น้ำมัน ดีเซล เบนซิน ก๊าซธรรมชาติ) ขณะที่ Volkswagen (VW) ก็ประกาศว่า ปี 2035 จะหยุดขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในในตลาดยุโรป จะขายแต่รถยนต์ไฟฟ้า และจะตามด้วยตลาดสหรัฐอเมริกา และจีน

สาเหตุใหญ่น่าจะมาจากการที่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อันเนื่องมาจากปริมาณก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในชั้นบรรยากาศที่สูงมาก นับวันจะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติส่งผลกระทบต่อทุกประเทศในโลกรุนแรงมากขึ้น สาเหตุประการหนึ่งของการที่ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์มีปริมาณสูงขึ้นทุกปีมาจากรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ขณะเดียวกันผู้บริโภคทั่วโลกก็มีความเข้าใจปัญหา Climate Change มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการในการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคเปลี่ยนมาสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่ปล่อยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์มากขึ้น

 

จะเห็นได้จากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วสูงถึง 160% โดยมียอดขาย 2.6 ล้านคัน

ดังนั้นบรรดาค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายค่ายจึงประกาศช่วงเวลาที่ชัดเจน ในการเลิกขายรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคต่อรถยนต์ไฟฟ้า ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นทุกปี นี่ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของ Tesla ผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของโลกขึ้นไปสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แม้ยักษ์ใหญ่รถยนต์ค่ายตะวันตกหลายรายจะประกาศชัดเจนถึงเวลาที่จะเลิกขายรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน

แต่ Toyota ที่เป็นยักษ์ใหญ่แถวหน้าในตลาดรถยนต์โลกกลับคิดต่างออกไป Toyota กลับจับมือผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นเช่นกันหลายราย ได้แก่ Yamaha Motor, Kawasaki Heavy Industries, Mazda, Subaru เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน เช่น เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ได้จากชีวมวล

Toyota มีความเชื่อว่า แม้ว่าการเปลี่ยนเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เป็นเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไฮโดรเจน นั้นเป็นเรื่องยากทางเทคโนโลยี แต่การบรรลุเป้าหมายนี้จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ยังสามารถสนับสนุนระบบซัพพลายเชนสำหรับรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งรวมถึงคนงานหลายแสนคนที่อาจต้องออกจากงานเนื่องจากอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

 

 

Akio Toyoda ประธานบริษัท Toyota กล่าวว่า "ศัตรูคือคาร์บอน ไม่ใช่เครื่องยนต์สันดาปภายใน”

ความคิดของ Toyota ที่จะนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้ในรถเครื่องยนต์สันดาปภายในนั้น ยังมีข้อสงสัยว่าจะทำได้ทันเวลาหรือไม่ เพราะด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ไฮโดรเจนเป็นธาตุที่ยากต่อการผลิต การขนส่ง รวมทั้งยังต้องผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน หรือมีเทนซึ่งทำลายสิ่งแวดล้อม ส่วนการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ใช้ไฟฟ้าแยกไฮโดรเจนจากน้ำ ก็ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล แม้จะสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานจากแสงอาทิตย์ และลมก็ตาม แต่เป็นเรื่องของอนาคตอันไกล เพราะตอนนี้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ยังไม่สามารถผลิตได้เพียงพอ

เมื่อประกอบกับความต้องการใช้งานรถยนต์ใช้พลังงานสะอาดอย่างรถยนต์ไฟฟ้า ของผู้บริโภคทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายประเทศทั่วโลกที่เป็นตลาดใหญ่สำหรับรถยนต์ รวมทั้งญี่ปุ่นก็กำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจนในการเลิกใช้รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า Toyota และพันธมิตรจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเพื่อใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีความความคุ้มค่าในการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ทันเวลากำหนด และทันต่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้หรือไม่

แต่อย่างไรก็ตาม Toyota ก็ลงทุนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเงินลงทุนไม่น้อยเช่นกัน Toyota มีแผนจะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 15 รุ่นภายในปี 2025 และลงทุน 13.5 พันล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า เพื่อขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ ไปพร้อมกับกำลังพัฒนายานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน

ท่ามกลางคลื่นความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าชองผู้บริโภค ที่กำลังถาโถมจากทุกสารทิศ ก็ต้องรอดูว่า เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวจะทันและคุ้มค่าพอที่จะทำให้อุตสาหกรรมเครื่องยนต์สันดาปภายในอยู่รอดหรือไม่ หรือที่สุดแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นอุตสาหกรรมหลักเพียงหนึ่งเดียวในตลาดรถยนต์ของโลก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น Toyota อาจเสียเปรียบยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ทุ่มเงินมหาศาลกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ก็เป็นได้

Cr : HT AutO / The New York Times / Forbes / Clean Technica / auto123.com

Source

Source

Source

Source

Source

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ได้รับเกียรติร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน Asia Automotive Award ประจำปี 2024

เอ็มจี ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัว Official Automotive Partner กับทีมดังจากลอนดอน Arsenal F.C.

กลุ่มบริษัทเรเว่ ยกระดับขับเคลื่อนเครือข่ายธุรกิจ พร้อมประกาศวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ “NEW FUTURE, YOUR WAY”

Rêver Automotive เปิดตัว BYD ATTO 3 ราคา 1,199,900 บาท* เผยความพร้อมจากโชว์รูมผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

เชิญสัมผัส ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV “Our beloved: นี่แหละ...รถของเรา”

มาสด้ายกทัพยนตรกรรมสกายแอคทีฟลุยงาน Big Motor Sale พร้อมมอบข้อเสนอสุดร้อนแรงที่พลาดไม่ได้

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact