วิกฤตโควิด19 กระทบทุกวงการอยู่แล้วอย่างที่ทุกคนทราบดี เรียกที่ได้ว่าหนีไม่พ้นน ยิ่งธุรกิจร้านอาหาร ต้องปรับตัวหนักเรียกได้วันต่อวัน อาหารญี่ปุ่นเป็นหนึ่งตลาดที่แมสในแระเทศไทย เพราะโดยพฤตอกรรมของคนไทยแล้วทำให้เชนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยนั้นเติบไว ตั้งแต่ตลาดล่างยันตลาดบน พอเจอวิกฤตเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้อาหารญี่ปุ่นก็ยังเป็นอาหารประเภทแรก ๆที่คนคิดถึง
มากุโระ กรุ๊ป (Maguro Group) กลุ่มผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมี่ยมของประเทศไทย โชว์ความสำเร็จธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมผนึกกำลังทุนจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำในภูมิภาคเอเชียกว่า 300 ร้อยล้านบาท สู่การขยาย 2 แบรนด์ใหม่ “SSAMTHING TOGETHER” ร้านอาหารเกาหลีระดับพรีเมี่ยม และ “TAIKO” ร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นแบบจานด่วนที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ เอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยความคุ้มค่าและความแตกต่าง ตั้งเป้ายอดขายปี 2565 จำนวน 750 ล้านบาท รวมถึงการมุ่งหน้าเข้าตลาดทรัพย์ฯ ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้
เอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง กรรมการบริหาร ร้านอาหารญี่ปุ่นมากุโระ และกลุ่มธุรกิจในเครือมากุโระ กรุ๊ป เปิดเผยว่า การดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจในเครือมากุโระ กรุ๊ป ในปี 2564 ที่ผ่านมานับว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ถึงแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤตของสถานการณ์โควิด แต่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือทั้ง 10 สาขาก็ยังแข็งแกร่ง เนื่องจากมีการปรับตัวที่ดีทั้งแผนการตลาด และมาตรฐานสุขอนามัย โดยยังคงคุณภาพอาหารที่ดีเยี่ยม ทำให้มีฐานกลุ่มลูกค้าที่มั่นใจในแบรนด์มาใช้บริการอย่างตัวเนื่อง
ผลกระทบที่ทำอะไรไม่ได้ถ้าคนยังมีกำลังซื้อตลาดอาหารกลุ่มพรีเมี่ยมแมสยังคงไม่ตาย เพราะคนรวยยังไม่ล้มและยังมีเงิน… กลุ่มเป้าหมายของมากุโระค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม (Premium Mass) จึงทำให้แนวทางการขยายสาขาของเราจะไม่ใช่ไปทุกที่แบบดาวกระจาย แต่จะดูที่ Real demand ที่กลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มที่มี Potential เป็นลูกค้าได้อยู่จริง ๆ ศักยภาพของทำเลก็สำคัญ ไม่ใช่ว่าจะต้องใจกลางเมืองที่สุด หรือเป็นย่านที่ Hid ที่สุดแต่เป็นย่านที่มีการเจริญเติบโตในแง่ของ ที่พักอาศัย การคมนาคม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยของลูกค้าเรา ด้วยความที่กลุ่มเป้าหมายของเรา ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม (Premium Mass) จึงทำให้แนวทางการขยายสาขาจะไม่ใช่ไปทุกที่แบบดาวกระจาย แต่จะดูที่ real demand หรือเป็นย่านที่ hip ที่สุดแต่เป็นย่านที่มีการเจริญเติบโตในแง่ของ ที่พักอาศัย การคมนาคม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยของลูกค้า
ปริมาณลูกค้าที่มาใช้จ่ายบ่อยส่วนใหญ่คือคนวัน 25 - 40ปี ซึ่งพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนแบรนด์ได้บ่อยเช่นกัน แต่ลูกค้ากลุ่มที่ 2 ของเราคือ กลุ่มครอบครัว ซึ่งนี้คือกลุ่มลูกค้าหลักของเรา เรามองว่ากลุ่มนี้จะเติบโตมากขึ้น
ต่อเนื่องจากที่เกริ่นไปเรื่องของระบบ Royalty program ที่นำเข้ามาเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นกับลูกค้าหลักของ และเน้นการดูแลให้บริการที่มีความยั่งยืน
ภาพรวมตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังเติบโตอย่างต่อเนือง เพราะวัฒนธรรมการทานของคนไทยและญี่ปุ่นมีความคล้ายกัน จึงทำให้มีร้านญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นทุกปี หากย้อนกลับไปใน 2561 ปัจจุบันมีร้านเพิ่มขึ้นมา 21% โดยอาหารจะจำแนกออกไป ตั้งแต่ประเภท บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ชาบู สุกี้ ราเมง และมาเป็นซูชิ ล่าสุดซูชิแบบโอมากาเสะ ก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้น เรามองเรื่องนี้เป็น positive เพราะคนไทยจะมีทางเลือกการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น และจากข้อมูลประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยถึงผลการสำรวจตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยปี 2563 ว่า มีร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เป็นร้านอาหารประเภทซูชิเพิ่มขึ้นสูงสุดกว่า 504 ร้าน ซึ่งมากกว่าปี 2562 ถึง 50% MAGURO ปัจจุบันวางตัวแบรนด์ไว้เป็นระดับ Premium mass โดยเราจะเป็นร้านที่ทำอาหารให้มีคุณภาพแบบ Fine dining ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับร้านในกลุ่มธุรกิจ
เอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง กล่าวทิ้งท้ายว่า “ลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่ จะมีกำลังซื้อสูง และมีรสนิยมหรือชื่นชอบในการทาน และความต้องการ ก็จะคาดหวังการได้รับการปฏิบัติที่ “เหนือระดับ” มากกว่า “ลูกค้าส่วนใหญ่ จะไม่รู้ความต้องการของตัวเอง จนกว่าเราจะชี้ให้เค้าเห็นว่าเค้าต้องการอะไร” ซึ่งความต้องการจะแตกต่างกัน การดูแล นอกจากจะมีมาตรฐาน ที่ละเอียดลึกซึ้งแล้ว สำหรับลูกค้าบางรายยังต้องมีการดูแลแบบ custom เฉพาะบุคคลด้วย จึงเป็นที่มาของเราที่ต้องการสร้างวัฒนธรรม “การให้มากกว่าที่ขอ” (GIVE MORE) ให้อยู่ในทุก ๆ ด้านของการบริการของเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น โดยผ่านสิ่งที่ทำถนัดและทำได้ดีที่สุด นั้นคือมอบอาหารที่มีคุณภาพและสร้างประสบการณ์ที่รู้สึกอิ่มเอมใจ ทุกครั้งที่เดินออกจากร้านของเราแม้ว่าการแข่งขันในตลาดนี้ที่มีความรุนแรงนั้น MAGURO ยังสามารถสร้างจุดเด่นให้แตกต่างด้วยคุณภาพของอาหารในคอนเซ็ปต์ “ใหญ่ สด คุ้ม” รวมถึงความชัดเจนในความเป็น Specialist ในด้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ที่แบรนด์สื่อสารออกไปอย่างต่อเนื่อง”