แม้การประกาศเป้าหมายขายรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ได้มากกว่า 1.4 ล้านคันของ Elon Musk ในปี 2022 จะเป็นการประกาศหลัง GM ประกาศเป้าหมายขายรถยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันในปี 2025 หนึ่งวัน ที่ดูเหมือนจะเป็นการคุยข่ม GM แต่ตัวเลขยอดส่งมอบกว่า 1.4 ล้านคันดังกล่าวที่ Elon Musk, CEO ของ Tesla ประกาศ ก็เป็นตัวเลขที่มีความเป็นไปได้สูง
ถ้ามองย้อนไปดูยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในปี 2021 ที่ผ่านมา ตลอดทั้งปี Tesla ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้มากถึง 936,172 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ถึง 87% ที่ในปี 2020 นั้น Tesla ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้ 499,647 คัน และยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในปี 2021 ยังสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ของ Wall Street ที่คาดการณ์ว่า ในปี 2021 Tesla จะส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 897,000 คัน ด้วย
ดังนั้นเป้าหมายโตเพียง 50% ของ Tesla และมียอดส่งมอบสูงกว่า 1.4 ล้านคันในปี 2022 นี้ จึงดูเป็นเป้าหมายที่สบายๆ สำหรับ Tesla จริงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแบรนด์ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์อื่นๆ
ขณะที่ในปี 2021 รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Chevrolet ของ GM ขายได้ไม่ถึง 25,000 คัน
สำหรับรายรับของ Tesla ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 รายรับของ Tesla เพิ่มขึ้นเป็น 17.72 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 16.57 พันล้านดอลลาร์, อ้างอิงตามข้อมูลของ IBES จาก Refinitiv
ส่วนผลกำไรที่ปรับแล้วของ Tesla อยู่ที่ 4.09 พันล้านดอลลาร์ ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และการตัดบัญชี {Amortization (EBITDA)} สูงกว่าการประมาณการของบรรดานักวิเคราะห์ที่ประมาณการไว้ที่ 3.89 พันล้านดอลลาร์, อ้างอิงตาม Refinitiv
นอกจากนั้น ในไตรมาสนี้ของปี 2022 โรงงานของ Tesla ในรัฐเท็กซัสจะมีการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ติดตั้งแบตเตอรี่ไฮเทครุ่นใหม่ (Next-generation) รุ่น 4680 ที่จะมีความจุพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ขณะที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพียง 2 เท่า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าบรรจุจำนวนแบตเตอรี่น้อยลง ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าลดลง 10 – 20% และยังช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่า 15% ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้งด้วย ซึ่งนี่จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ขายได้มากขึ้นอีก
เมื่อมองในภาพรวมแล้ว ถ้า GM ต้องการเอาชนะ Tesla ในด้านยอดขายในปี 2025 GM ต้องปรับเป้าหมายการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 ใหม่ เพราะเป้าหมายเดิม 1 ล้านคัน (แม้จะเป็นเฉพาะตลาดในอเมริกาเหนือ) นั้น ไม่น่าจะเอาชนะ Tesla ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพัฒนาศักยภาพในการผลิต เทคโนโลยี และการตลาด รถยนต์ไฟฟ้าของ GM ว่า จะสามารถเพิ่มยอดการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถทำยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 ได้มากกว่า Tesla หรือไม่
Cr : CNBC / REUTERS
Source
Source