สำหรับกรีนบอนด์ที่ปตท. ออกมาในครั้งนี้ถือเป็นรายแรกของโลกที่ได้รับ Certificate ด้านโครงการอนุรักษ์ป่า (Forest Conservation Project) จาก Climate Bonds Initiative ด้วย
“หลังจากนี้ ปตท.จะเดินหน้าโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ตามเจตนารมณ์ของการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ Green Bonds เป็นหนึ่งในภารกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศ โดยจะดำเนินการโครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและลดภาวะโลกร้อนเพื่อดูแลป่าในระยะยาวผ่านสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศปตท. จะสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงการเพิ่มจำนวนพื้นที่ป่าของประเทศ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ตามเจตนารมณ์ของปตท. ในการออกหุ้นกู้รายแรกของโลกที่ได้รับ Certificated ด้านโครงการอนุรักษ์ป่าจาก Climate Bonds Initiative หรือ CBI” อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการลงทุนในอนาคตของปตท.
สอดคล้องกับแนวคิดของ ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จากการที่ไทยยูเนี่ยนออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนครั้งที่ 2 เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ ๆ ใน Blue Finance หรือการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อมหาสมุทร – และอุตสาหกรรมอาหารทะเลโดยรวม
“ไทยยูเนี่ยนดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® โดยมีโครงการต่าง ๆ ที่ผลักดันด้านความยั่งยืนมาโดยตลอด และเพื่อตอบรับกับทางภาครัฐที่ได้มีการออกกฎเกณฑ์เพื่อสนับสนุนบริษัท เอกชนไทยในด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน เรามีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืนในตลาดทุนในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนไทยยูเนี่ยนและพันธกิจในการทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป”
การที่ไทยยูเนี่ยนได้ตัดสินใจออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนในรุ่น 5 และ 10 ปี ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ ๆ และเป็นการสร้างเส้นอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนของบริษัท โดยเป็นอัตราดอกเบี้ยของรุ่น 5 และ 10 ปีที่เสนอขายครั้งนี้ และอัตราดอกเบี้ยของรุ่น 7 ปีที่เสนอขายไปในเดือนกรกฎาคม 2564
เมื่อเทรนด์รักษ์โลกเป็นหนึ่งใน Mega Trends กำลังมาและนักลงทุนก็เริ่มมองหาการลงทุนในบริษัทที่มุ่งพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจที่จะต้องปรับตัวสอดรับการเปลี่ยน แปลงในครั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็กำลังมีแผนการดำเนินงานต่อเนื่องด้านการลงทุนอย่างรับผิดชอบ โดยจะศึกษาวิเคราะห์ความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของเงินสำรองทางการ จะช่วยให้การกระจายความเสี่ยงการลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมถึงพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้สีเขียว ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความหลากหลายของสินทรัพย์ทางการแล้ว ยังช่วยให้พอร์ตโฟลิโอของประเทศไทยเขียวขึ้น เป็นอีกหนึ่งแรงที่ร่วมผลักดันการสร้างพลังบวกให้กับโลกนี้ด้วยเช่นเดียวกัน