1. ASPIRE ปิ่นเกล้า – อรุณอมรินทร์
ทำเลใจกลาง Medical & Education Hub ของประเทศ จะเป็นโครงการใหม่เพียงโครงการเดียวบนช่วงถนนเส้นดังกล่าว โดยเจาะกลุ่มนักศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์ สวนทางกับดีมานด์ที่พบความต้องการสะท้อนจากยอดขายรวมที่ต่อเนื่องสูงถึง 75% จากทั้งหมด 11 โครงการที่เปิดขายในแนวโครงข่าย MRT สถานีบางยี่ขัน – บางขุนนนท์ – แยกไฟฉาย และยังเป็นโอกาสของตลาดปล่อยเช่าในลูกค้าดังกล่าว โดยอัตราการปล่อยเช่าปีล่าสุดที่ 8,000 – 15,000 บาทต่อเดือน ด้วยผลตอบแทนการปล่อยเช่าถึง 4.5 – 5%
2. ASPIRE รัชโยธิน
หนึ่งในทำเลทองที่รองรับนักศึกษาและ First Jobber ที่มีทั้งสถานที่ทำงานขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีโครงข่ายรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว (หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต) เปิดทำการ จึงมองว่าย่านรัชโยธินเป็นทำเลที่ดีต่อการลงทุน ซึ่งจากการสำรวจซัพพลายพบ 15 โครงการ จำนวน 9,024 ยูนิต มียอดขายแล้วกว่า 87% ในขณะที่ 3 ปีที่ผ่านมาพบการเปิดโครงการใหม่ลดลงต่อเนื่อง พบราคาขายเฉลี่ย 125,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งไม่สอดรับกับสิ่งที่ตลาดมองหา โดยอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในย่านนี้ก็มีอัตราที่ดีเช่นกัน อยู่ที่ประมาณ 5% และพบภาพรวมอัตราการปล่อยเช่าปีล่าสุดที่ 9,000 – 20,000 บาทต่อเดือน
3. ASPIRE สุขุมวิท – พระราม 4
ทำเลใจกลางย่านสุขุมวิท ศูนย์รวมย่านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของกรุงเทพฯ พบยอดขายรวมที่เกิดขึ้น 76% จากทั้งสิ้น 21 โครงการ และอัตราการปล่อยเช่าปีล่าสุดที่ 9,500 – 20,000 บาทต่อเดือน ด้วยผลตอบแทนการปล่อยเช่าถึง 5% ส่งผลให้ภาพรวมตลาดของคอนโดในทำเลนี้เป็นที่ถูกตาต้องใจสำหรับใครหลายคน
“และสำหรับความท้าทายของตลาดคอนโดในปีนี้ ทิศทางของตลาดยังคงปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เอพีจับสัญญาณตลาดเรียลดีมานด์ในลูกค้าเซ็กเม้นต์กลางถึงกลางล่าง ที่มองหาคอนโดใหม่ในทำเลซิตี้โซนได้ทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ และหลายดีเวลลอปเปอร์ต่างกระโดดลงมาแข่งขันในตลาดดังกล่าว ดังนั้น ผู้ประกอบการที่สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ เลือกแปลงที่ดินที่ใช่ พัฒนาโครงการได้ตอบโจทย์สอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ในแพ็กเกจราคาที่ลูกค้ามองหา จะสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือกว่าสินค้าทั่วไปในตลาด และได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างแน่นอน” กมลทิพย์ กล่าวสรุป