คาโอ ประเทศไทย มียอดขายในปี พ.ศ. 2564 กว่า 13,307 ล้านบาท จาก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการดูแลสุขอนามัยและความเป็นอยู่, ธุรกิจการดูแลสุขภาพและความงาม, ธุรกิจเครื่องสำอาง และกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์
แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใส่ใจในเรื่องการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยกันมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตแบบ “New Normal” ซึ่งส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสียที่ส่งผลกระทบต่อตลาดและธุรกิจของคาโอ
ประการแรก ผู้บริโภคมีความต้องการด้านผลิตภัณฑ์สุขอนามัยเพิ่มขึ้นและยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาโอได้ตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปิดตัวสเปรย์แอลกอฮอล์ สบู่ล้างมือ และผงซักฟอกชนิดพิเศษสำหรับฆ่าเชื้อไวรัส
ประการที่ 2 คือการเติบโตช่องทางอีคอมเมิร์ซ ซึ่งคาโอ เริ่มทำการตลาดแบบ Direct to Consumer (DTC) ตั้งแต่ปี 2021 ด้วยการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น Lazada, Shopee, JD Central และบริการจัดส่งสินค้า เช่น Grab, Foodpanda
ประการที่ 3 ความต้องการในตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงาม เช่น เครื่องสำอางครีมกันแดด และผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมลดน้อยลง เนื่องจากผู้คนไม่ออกไปข้างนอก และลดการร่วมกิจกรรมทางสังคมต่างๆ ส่งผลให้ความต้องการในตลาดสินค้าความงามลดลง
ประการสุดท้าย ปัจจุบันการทำธุรกิจยุคนี้ หากจะทำอะไรก็ต้องคำนึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งทุกวันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือสังคมมากขึ้นหรือที่เรียกว่า Sustainable Brand
ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงส่งผลให้คาโอต้องปรับตัวตามให้ทัน