BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,903
VIEWS

ไฮไลท์ในงาน Bangkok International Motor Show 2022

มี.ค. 23, 2565 S.Vutikorn

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022 โดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวด้วยกัน ไปด้วยใจ ไปได้ไกล” หรือ “KEEP MOVING FORWARD TOGETHER” เพื่อสื่อถึงประสบการณ์ สร้างการเรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนาสรรค์สร้างแรงบันดาลใจในการเปิดประตูบานใหม่ๆ เพื่อการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

โดยในปีนี้มีค่ายรถยนต์-รถจักรยานยนต์ชั้นนำกว่า 35 แบรนด์ เข้าร่วมจัดแสดงบนพื้นที่กว่า 170,960 ตารางเมตรของชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565

ไฮไลท์รถในงาน Bangkok International Motor Show 2022 มีอะไรบ้าง เชิญรับชม

 

Aston Martin

แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและน่าตื่นตาตื่นใจ ผสานเส้นสายบึกบึน ดุดันแบบนักล่า โอเวอร์แฮงก์หน้า-หลังสั้นและโป่งล้อกว้าง แสดงถึงความคล่องตัว และการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ไฟหน้าแบบใหม่ พร้อมไฟท้ายบางเฉียบ กว้างเต็มพื้นที่ของฝาท้ายที่เชิดขึ้น สะท้อนคาแร็กเตอร์ของนักล่ามือฉกาจ ควบคู่สมรรถนะเหนือชั้น

ทะยานแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี 8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ สมรรถนะจัดจ้านระดับ 503 แรงม้า (BHP) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 685 นิวตันเมตร ที่ 2,000-5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF ผสานเพลาขับวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ติดตั้งในปลอกอะลูมิเนียม (Alloy Torque Tube) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 306 กม./ชม.

แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ เป็นยนตรกรรมที่มีทั้งความอเนกประสงค์ ห้องโดยสารกว้างและสะดวกสบาย รวมไปถึงเครื่องยนต์ทรงพลัง เบนซินทวินเทอร์โบ วี 8 สูบ 4.0 ลิตร 550 แรงม้า (PS) แรงบิด 700 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ พร้อมโหมด Sport เพิ่มการตอบสนอง ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที      ท็อปสปีด 291 กม./ชม. มั่นใจในเรื่องประสิทธิภาพการขับ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เฟืองท้ายควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผสานช่วงล่างดับเบิลวิชโบนและถุงลม Adaptive Triple Air Suspension ปรับความสูงได้หลายระดับ พร้อม 5 โหมดการขับ คือ Terrain+, Terrain, GT, S และ S+

Audi

The New Audi RS 7 Sportback ผลงานอันยอดเยี่ยมจากทีม Audi Sport ที่สุดแห่งสมรรถนะจาก Racing Sport ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง ทรงพลังและแรงจัดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 ลิตร V8 เทอร์โบชาร์จ ผลิตแรงม้าได้สูงสุด 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงเพียง 3.6วินาที และความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากออปชั่นพิเศษ Dynamic Package ซึ่ง อาวดี้ ประเทศไทย ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานสำหรับรถที่นำเข้ามาขายในประเทศไทยโดยเฉพาะ

พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ยึดเกาะถนนเป็นอย่างดี ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ Quattro with Sports Differential ในการขับขี่ปกติ ระบบจะกระจายกำลังไปยังล้อหน้า/หลังในอัตรา 40:60 และในลักษณะการขับขี่รูปแบบอื่น ระบบจะสามารถเพิ่มการกระจายไปยังล้อหน้าได้สูงสุดถึง 70% หรือกระจายน้ำหนักไปยังล้อหลังได้สูงสุดถึง 85% ในส่วนเฟืองท้ายพิเศษ Sport Differential อาวดี้ ประเทศไทย ได้สั่งอุปกรณ์พิเศษนี้มาเป็นมาตรฐานใน RS 7 Sportback ที่นำเข้ามาขายในประเทศไทย โดย Sport Differential จะสามารถถ่ายกำลังไปยังล้อซ้าย/ขวา ได้อย่างอิสระและฉับไว ช่วยให้การเข้าโค้งมีความสนุกสนาน เหมาะกับการขับขี่แบบสปอร์ตเป็นอย่างยิ่ง  

 

BMW

BMW M440i xDrive Coupé ใหม่เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งพละกำลังสูงสุดถึง 285 กิโลวัตต์/387 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,900-5,000 รตน. เครื่องยนต์นี้ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์ 8 จังหวะ แบบ Steptronic Sport เพื่อให้ตัวรถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุดที่ 250 กม./ชม. ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive ก็ทำงานผสานกับช่วงล่างระบบ Adaptive M เฟืองท้ายแบบ M Sport และระบบบังคับเลี้ยวแบบแปรผันตามการหมุนของพวงมาลัย (Variable Sport Steering) เพื่อให้ BMW M440i xDrive Coupé ใหม่ ตอบสนองกับทุกการควบคุมอย่างรวดเร็ว ฉับไว  มอบความคล่องตัว และแม่นยำสูงสุด ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับทุกเส้นทาง

Ford

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ให้เป็นที่สุดแห่งรถกระบะที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมการทำงานของตัวถังที่แข็งแกร่งและเหนือชั้นยิ่งขึ้น ยกระดับสมรรถนะด้านออฟโรดให้เหนือมาตรฐานสำหรับผู้หลงใหลการขับขี่ออฟโรดตัวจริง

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพื่อพิชิตทุกเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 เป็นครั้งแรก มอบพละกำลังถึง 397 PS ที่ 5,650 รอบต่อนาทีและแรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ปรับแต่งโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและเส้นทางออฟโรด ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ปรับจูนตามมาตรฐานของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เครื่องยนต์ใหม่ของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ จึงส่งกำลังการขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัดทั้งบนทางกรวด ดิน โคลน และทราย

GWM

TANK 300 HEV Concept Car ครั้งแรกกับการปรากฏโฉมในตลาดต่างประเทศของเอสยูวีออฟโรดพลังงานไฟฟ้าสำหรับนักขับขี่ขาลุย หลังจากที่ได้จัดแสดงครั้งแรกที่งาน Shanghai Auto Show ในปีที่ผ่านมา TANK 300 HEV Concept Car จากแบรนด์ TANK ที่มาพร้อมดีไซน์คลาสสิก บึกบึน แต่แฝงความสง่างามและทันสมัยอยู่ในตัว พร้อมด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองได้อย่างครบครัน และยังรองรับการผจญภัยได้อย่างลงตัวด้วยกันชนขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จัดเต็มกับล้อขนาดใหญ่พร้อมลุยและโหมดการขับขี่ที่มากถึง 7 รูปแบบ ร่วมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ และฟังก์ชั่นช่วยเหลือการขับขี่มากกว่า 30 ฟังก์ชั่น โดย TANK 300 HEV Concept Car สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TANK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ออฟโรดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

Honda

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูล ไฮบริด e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมโดดเด่นในทุกมุมมอง ยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นด้วยดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคันกับรุ่น RS โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit - IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร มาพร้อมสวิตช์ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย

Hyundai

ฮุนได สตาร์เรีย พรีเมียม ได้รับการออกแบบพิเศษรอบคัน ดีไซน์ด้านหน้าออก แบบให้มีความกลมกลืนไปกับตัวรถและแผงไฟหน้า  ติดตั้งแผงไฟ LED ใหม่พร้อมระบบเปิด- ปิดอัตโนมัติ ดีไซน์ Brass Chrome สำหรับตัวถังสีดำและ Dark Chrome สำหรับตัวถังสีขาว บริเวณกระจังหน้า กันชนด้านหน้าและหลังและล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว กระจกบังลมด้านหน้าลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และหลังคา Dual Sunroof ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความหรูหรา

ภายในตกแต่งด้วยวัสดุ Suade ไฟเรืองแสงในห้องโดยสารปรับได้ถึง 10 แบบ ที่เปิดประตูคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า แป้นคันเร่งและเบรก ตกแต่งด้วยโครเมียมและอะลูมิเนียม ชุดแต่งบันไดข้างดีไซน์พิเศษ ชุดเครื่องเสียง BOSE ลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบความสะดวกสบายและสุนทรียภาพทุกการเดินทาง

ฮุนได สตาร์เรีย พรีเมียม มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มอบกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า แรงบิดที่ 431 นิวตันเมตร

Isuzu

อีซูซุ วี-ครอส 4x4 พรีเมียม สปอร์ตออฟโรด ที่มาพร้อมความแรงจัดเต็ม ขับสนุกเร้าใจของเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เติมเต็มความเข้มสไตล์สปอร์ตทรงพลังในทุกมิติของรถด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทนสีเทาดำ และ Black Chrome ใหม่! Front Bumper Guard สีทูโทน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคันที่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง Fender Lip, Robust Extender เพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่! แบบ Robust Radius สี Matte Black พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม ห้องโดยสารอารมณ์ใหม่ ผสานความเท่ สปอร์ต และหรูหรา ด้วยดีไซน์ High-Class & Sporty เน้นสีแบบทูโทน ดำ-น้ำตาล พร้อมออกแบบให้มิติห้องโดยสารกว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู ที่เติมเต็มอารมณ์ด้วยวัสดุตกแต่งพรีเมียม สี Brown Cafe และ Satin Silver เพิ่มความสปอร์ตหรู เหนือระดับไปอีกขั้น และจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกสบายตามหลัก Usability Design เน้นการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบของ ISUZU Ultimate Entertainment

JEEP

Jeep® Wrangler Rubicon คำว่า รูบิคอน (Rubicon) บ่งบอกว่าเป็นรุ่นสูงสุดในสายพันธุ์แรงเลอร์ ซึ่ง รูบิคอน เป็นชื่อของเส้นทางออฟ-โรดสุดหฤโหดในแคลิฟอร์เนีย มีความยาวหลายสิบกิโลเมตร มีเพียงรถออฟโรดสมรรถนะสูงที่สามารถไปได้ตลอดรอดฝั่ง ก็คือ จี๊ป แรงเลอร์ เจ้าของฉายา ราชาออฟโรด

จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน มากับตัวถัง 2 แบบ คือ 2 และ 4 ประตู ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของผู้ครอบครอง รูปลักษณ์บึกบึนและโดดเด่น แค่เห็นก็ทราบทันทีว่าเป็นรถ จี๊ป ฝากระโปรงหน้าติดตั้งสติ๊กเกอร์ ‘RUBICON’  และยางแบบ MUD-Terrain (โคลน) ที่ใช้ ก็แสดงให้เห็นว่าเกิดมาเพื่อลุยอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ทำให้ จี๊ป แรงเลอร์ แตกต่างจากรถออฟโรดทั่วไปก็คือ การที่ตัวรถสามารถถอดประกอบได้หลายชิ้นส่วน อาทิ หลังคาและประตู แม้กระทั่งกระจกบังลมด้านหน้า ก็สามารถพับลงได้ตามแบบฉบับ จี๊ป พันธุ์แท้ จนเรียกว่าเกือบจะ ‘เปลือย’ ซึ่งชาวออฟโรดทราบดีว่า สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอรรถรสในการขับออฟโรดได้เป็นอย่างดี

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 270 แรงม้า (hp) ที่ 5,250 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ผสานหลายระบบพิเศษ สำหรับการขับออฟโรดแบบสุดขั้ว ขณะที่ห้องโดยสารก็เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นั่งสบายทุกตำแหน่งด้วยบักเก็ตซีตหุ้มหนังแท้เกรดพรีเมียม มาตรวัดแบบอ้ะนาล็อก ขั้นกลางด้วยจอดิจิทัลอเนกประสงค์ แสดงข้อมูลได้หลากหลาย อาทิ สถานะเครื่องยนต์ รวมไปถึงมุมไต่ มุมเอียง ให้ผู้ขับได้ทราบ พร้อมติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ 8.4 นิ้ว กลางแดชบอร์ด ควบคุมระบบอินโฟเทนเม้นต์ได้ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัสและเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ผ่านลำโพง Alpine 9 ตำแหน่ง

Lexus

LEXUS NX 450h+ ยนตรกรรมครอสโอเวอร์สุดหรูรุ่นที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งจากเลกซัสประเทศไทย ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว การออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและโดดเด่นทำให้ Lexus NX ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดจำหน่ายสะสมที่มากกว่า 1 ล้านคัน ซึ่งในปีที่ผ่านมาถือเป็นก้าวสำคัญของเลกซัสที่ได้มอบทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า ผ่าน NX 450h+ กับระบบไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด และยังได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ด้วยยอดจองสะสมตั้งแต่เปิดตัวกว่า 503 คัน

ด้วยสมรรถนะใหม่แห่งการขับขี่ที่เร้าใจจากเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร ทำงานผสานกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูง 18.1 kW ทำงานผสานกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูง และมอเตอร์กำลังสูง สามารถเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 87 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ด้วยการชาร์จไฟจนเต็ม 100% ภายในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงทำให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ความเงียบที่เหนือกว่า และการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น NX 450h+ ยังมี Battery Charging Mode ที่ทำการชาร์จแบตเตอรี่จนกระทั่งชาร์จได้ถึง 80% สามารถวิ่งได้ด้วยระบบ EV โดยไม่จำเป็นที่จะต้องหาสถานีชาร์จไฟระหว่างทาง ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเมื่อต้องเดินทางไกล

 

Maserati

Maserati MC20 ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล

มาเซราติ เอ็มซีทเวนตี้ สะท้อนความเป็นสปอร์ตของมาเซราติ ยุคใหม่ โดยอักษร ‘MC’ ย่อจากคำว่า Maserati Corse ขณะที่ตัวเลข 20 ก็สื่อถึงปี 2020 ซึ่งเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์ มาเซราติ ดีไซน์พลิ้วไหว ผสานจิตวิญญาณสปอร์ตของขุมพลัง Nettuno วี6 สูบ 630 แรงม้า แรงบิด 730 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า 325 กม./ชม. ซึ่งขุมพลังบล็อกนี้เป็นเครื่องยนต์ที่ มาเซราติ ผลิตขึ้นด้วยตัวเองอีกครั้งในรอบ 20 ปี

Maserati Ghibli Hybrid นิยามแห่งความสวยหรู ที่มาควบคู่ความประหยัด

มาเซราติ กิบลี ไฮบริด ขับเคลื่อนแบบผสมผสาน ด้วยขุมพลังไมลด์ไฮบริด (Mild Hybrid) ที่ใช้ระบบไฟฟ้า มาช่วยเพิ่มศักยภาพให้มีสมรรถนะเหนือชั้น เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ 48 โวลต์ และอิเล็กทรอนิกส์ซูเปอร์ชาร์จ (e-Booster) มีกำลังสูงถึง 330 แรงม้า (hp) แรงบิด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 255 กม./ชม. นับเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดอันโดดเด่น และเป็นผลงานแรกของเครื่องยนต์ยุคอนาคต ที่ผสมผสานสมรรถนะ  ความประหยัด และสุนทรียะแห่งการขับได้อย่างลงตัว

Mazda

NEW MAZDA3 ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมใหม่ ต้นแบบแห่งความสง่างาม เจ้าของรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก และ Top 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2020 รวมถึงรางวัล Best Hatchback under 2,000 c.c. จากงาน Car of the Year ในปีนี้ โดยมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “AWAKENING YOUR SOUL” เพื่อปลุกสัญชาตญาณความสปอร์ตในแบบคุณให้มีชีวิต เติมเต็มเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยดีไซน์ที่สะกดสายตาในทุกมุมมอง มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า และสีใหม่ล่าสุด สีบรอนซ์ แพลตทินัม ควอตซ์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และฟาสท์แบ็ค 5 ประตู พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแท้จริง ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้น 979,000 บาท

Mercedes-Benz

The new C-Class เจนเนอเรชั่นที่ 6 รหัส W206 คือเดอะนิวเบบี้ลักชัวรีที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ กับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild-HYBRID สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์ The new C-Class มีพละกำลังมากถึง 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที และให้แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 ก.ม./ช.ม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC) ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ตและขนาดตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ จึงช่วยมอบความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ส่วนดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางมาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้ว ที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อยเพิ่มพื้นที่หน้าจอมากกว่ารุ่นเดิมมากกว่า 100% ฯลฯ ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น

 

MG

NEW MG HS และ NEW MG HS PHEV โฉมใหม่ มาพร้อมกับนิยาม “REFINEMENT” สะท้อนความเป็นรถยนต์สปอร์ตพรีเมียม SUV ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานระหว่างความหรูหราและความสปอร์ตอย่างลงตัว ทั้งในด้านของการออกแบบภายนอกและภายในที่ทันสมัยใส่ใจในทุกรายละเอียด ฟังก์ชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วยการติดตั้งระบบนำทางเสมือนจริง หรือ AR NAVIGATION ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องหน้าที่ถ่ายทอดสภาวะแวดล้อมจริงในขณะเดินทางร่วมกับระบบนำทาง Navigation แบบ Real Time ช่วยให้การใช้งานระบบนำทางแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่าเดิม และระบบกุญแจดิจิทัล (Digital Key Techno logy) อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลสูงสุดถึง 26 ระบบ และระบบช่วยผู้ขับขี่หรือระบบ ADAS ที่เทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังจากระบบขับเคลื่อนทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูลขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี 

NEW MG HS และ NEW MG HS PHEV มี 5 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็นรุ่นที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่น X และรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริดจำนวน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PHEV D และ รุ่น PHEV X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีเทา (Metal Ash Grey) และสีแดง (Scarlet Red)

Mitsubishi

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่เพียงภายนอกเท่านั้น  แต่ภายในยังมีการปรับปรุง พร้อมติด ตั้งและเพิ่มเทคโนโลยีระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า จึงส่งผลให้รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่นี้มีความโดดเด่น อรรถประโยชน์ สมรรถนะการขับขี่ และความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

การยกระดับดีไซน์ภายนอกแบบ SUV ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Advanced Dynamic Shield ที่บ่งบอกถึงพละกำลังและความมั่นใจ ด้านหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมติดตั้งกันชนท้ายและแผ่นกันกระแทกแบบใหม่ ดีไซน์แบบสามมิติ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น เหนือระดับยิ่งขึ้น ขนาดตัวถังรถมีดีไซน์ขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (ใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 95 มม.) ด้วยความสูงจากพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 15 มม. จึงทำให้รถมีความสูงมากถึง 220 มม. ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และพร้อมลุยทุกเส้นทาง

Nissan

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ – รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ทั้งทันสมัย และแฝงความสปอร์ต ด้วยสีโมโนโทน 6 สี รวมไปถึงสีไนท์ บลู (Night Blue) และสีทูโทนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สีภายนอกสีขาว-หลังคาดำ และสีภายนอกเทา-หลังคาดำ สำหรับรุ่น VL CVT และ VL สปอร์ตเทค การตกแต่งภายในระดับพรีเมียมมาพร้อมกับความสะดวกสบาย สร้างความประทับใจด้วยเบาะนั่งพรีเมียม QUAOLE MODURE ที่ไม่สะสมความร้อน ให้ความรู้สึกนั่งสบายตลอดการเดินทาง นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจและเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบด้าน ประกอบด้วย 6 ถุงลมนิรภัย (สำหรับรุ่น V CVT) ให้ผู้ขับขี่และคนที่คุณรักรู้สึกมั่นใจและปลอดภัย พร้อมด้วย Advanced 360° Safety Shield เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันของนิสสัน ที่เชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อให้ผู้ขับขี่และคนที่คุณรักเพลิดเพลินกับความบันเทิงและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

PEUGEOT

เปอโยต์ ประเทศไทย ทำตลาดด้วยเอสยูวี 3 รุ่น คือ 2008, 3008 และ 5008 7 ที่นั่ง โดย 2 รุ่นแรกนั้น เพิ่งคว้ารางวัล Car of The Year 2002 ที่จัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์

อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่ง 2008 เป็นคอมแพ็คเอสยูวีที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.2 ลิตร ที่ทั้งแรงและประหยัด พร้อมความทันสมัยด้วยมาตรวัดสามมิติ (3D i-Cockpit) ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ หัวใจพรีเมียม ขณะที่ 3008 เป็นเอสยูวีไซส์มาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ ส่วน 5008 7 ที่นั่ง ก็เด่นด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับการใช้งานแบบครอบครัว

 

Porsche

ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส ใหม่ เวอร์ชั่นที่สปอร์ตที่สุด เร้าใจที่สุด มาพร้อมพิสัยการเดินทางสูงสุดถึง504 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) นี่คือ ไทคานน์ (Taycan) รุ่นแรกที่ทำลายขีดจำกัดระยะทาง 500 กิโลเมตรได้สำเร็จ

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด มีงานออกแบบดีไซน์ที่สร้างความแตกต่างจากพี่น้องร่วมตระกูล: ชุดแต่งตัวถัง Sports Design Package เสริมภาพลักษณ์ดุดันจากชิ้นงานตกแต่งกันชนหน้า กันชนท้าย และสเกิร์ตข้าง รวมไปถึงโคมหน้าไฟ รมดำ 3D Track Graphics ที่ได้รับการติดตั้ง Daytime Running Light แบบ LED

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) ปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) โดยเฉพาะ ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ ทั้งในเชิงของการบังคับควบคุม และความนุ่มนวลสะดวก สบาย 2 วัตถุประสงค์ที่เปรียบเหมือนคุณลักษณะพิเศษของปอร์เช่ เสริมศักยภาพด้วยระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง Rear-wheel Steering ออกแบบเป็นพิเศษให้เหมาะสมกับไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) โดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพการขับขี่ที่โดดเด่นที่สุดในรุ่น

เวอร์ชั่นสปอร์ต พกพาพละกำลังมหาศาลติดตัวมากว่า 598 แรงม้า (440 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ขณะที่ใช้งานในโหมด Normal จะให้กำลังที่ 517 แรงม้า (380 กิโลวัตต์) ความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องยกประโยชน์ให้ความชาญฉลาดของระบบควบคุมอัจฉริยะ เกรี้ยวกราด ดุดัน แต่แฝงด้วยความเรียบง่าย ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) มอบประสบ การณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น รองรับสมรรถนะสไตล์สปอร์ตที่มีพิษสงรอบตัวยิ่งกว่าไทคานน์ (Taycan) ทุกรุ่น

 

Rolls-Royce

โรลส์-รอยซ์ แบล็กแบดจ์ โกสต์ และแบล็กแบดจ์ คัลลิแนน คือ 2 อัครยนตรกรรมยุคใหม่ที่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะ สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครองที่มีรสนิยมพิเศษ ตัวถังพ่นสีขาวอาร์คติกไวท์ (Arctic White) ตัดกันกับโค้ชไลน์ (Coachline) ด้านข้างเป็นเส้นสีดำที่ลากยาวจรดตัวถัง โดยเป็นงานแฮนด์เมดผ่านปลายพู่กันของ มร. มาร์ค คอร์ต ผู้รับผิดชอบการวาดโค้ชไลน์เพียงหนึ่งเดียวของ โรลส์-รอยซ์ ขณะที่ชิ้นส่วน สเตนเลสชุบโครเมียมต่างๆ อาทิ ขอบกระจก ปลายท่อไอเสีย รวมไปถึงสัญลักษณ์นางฟ้าหรือสปิริต ออฟ เอ็กสตาซี (Spirit of Ecstasy) บนฝาประโปรง ถูกทำเป็นโครเมียมสีดำ ด้วยกรรมวิธีชุบโลหะด้วยกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้มีสีเข้มและดูเงางาม ผสานความอลังการของล้อแม็กคาร์บอนคอมโพสิต ขอบ 21 นิ้ว ที่ผลิตมาเพื่อใช้กับ แบล็กแบดจ์ โกสต์ โดยเฉพาะ

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ วี12 สูบ 6.75 ลิตร ปรับแต่งเพิ่มประสิทธิภาพให้มีกำลังระดับ 600 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่สามารถตอบสนองแบบสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ผสานเสียงคำรามหนักแน่นจากชุดท่อไอเสียแบบพิเศษ ขณะที่ช่วงล่างก็ได้รับการปรับปรุงให้มีความสปอร์ตมากขึ้น พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้วยระบบเบรกที่อัพเกรดให้เหมาะสมกับสมรรถนะที่สูงขึ้น

ห้องโดยสารสุดหรูหรา แดชบอร์ดประดับด้วยแผงวีเนียร์ (Veneer) Technical Fibre ลวดลายสามมิติ เป็นงานแฮนด์เมด ผลิตจากเส้นใยคาร์บอนและโลหะ เคลือบด้วยเรซิ่น พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยสัญลักษณ์อินฟินิตี้ (Infinity) บริเวณนาฬิกาบนแดชบอร์ด, กลางเบาะหลัง และแผ่นกันรอยบริเวณประตู สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่ไร้ขีดจำกัด

 

SUBARU

The All-New Subaru BRZ รถสปอร์ตคูเป้ระดับตำนานที่ครั้งนี้พลิกโฉมการออกแบบใหม่หมดทั้งคันในเจฯเนอเรชั๋นที่ 2  ตั้งแต่เครื่องยนต์ขุมพลังใหม่จนถึงดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวของการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight  Advanced Driver Assist Technology เป็นครั้งแรก  จนได้รับการยกย่องให้เป็น “สุดยอดสปอร์ตคูเป้ยอดนิยมแห่งปี” จากหลายเวทีระดับโลก

B – BOXER The All-New Subaru BRZ เป็นสปอร์ตคูเป้เจนเนอเรชั๋น 2 ของ      ซูบารุที่สานต่อดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของ Subaru BRZ รถสปอร์ตที่คล่องตัวและมีน้ำหนักเบา มาพร้อมกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ปรับขุมพลังใหม่ ขนาด 2.4 ลิตร มอบอัตราเร่งที่ดุดันด้วยพละกำลัง 237 แรงม้าและแรงบิด 250 นิวตันเมตร  

R – REAR WHEEL DRIVE เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่วางเครื่องยนต์ด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง The All-New Subaru BRZ ทำงานประสานกับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมแพดเดิลชิฟต์ ตอกย้ำนิยามความเป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ตอบ สนองการขับขี่ทุกรูปแบบได้ดังใจ

Z – ZENITH ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ต The All-New Subaru BRZ ที่มีน้ำหนักเบา ให้การควบคุมและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมีส่วนร่วมกับรถได้เป็นหนึ่งเดียว

The All-New Subaru BRZ ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด มาพร้อมกับห้องโดยสารและแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ เบาะที่นั่งคู่หน้าบุด้วยหนังและวัสดุพิเศษ (Ultrasuede) แผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ LCD หน้าจอระบบสัมผัสอินโฟเทนเม้นต์ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เสริมระบบควบคุมเสถียรภาพแบบสปอร์ต Track Mode ที่ให้อิสระแก่ผู้ขับขี่มากขึ้น และเพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Advanced Driver Assist Technology

 

Suzuki

SUZUKI XL7 มาพร้อมกับสีใหม่ สไตล์ทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีตัวรถ เติมเต็มความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำ ให้ความรู้สึกเข้มและดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม สอดรับกับไฟหน้า LED สามารถปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เติมความเข้มด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว รวมถึงราวหลังคา เพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น 

Toyota

Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ประเภท SUV ขนาดกลาง และเป็นหนึ่งในยนตรกรรมแห่งอนาคตใหม่ล่าสุด เป็นรุ่นแรกในซีรีส์ bZ จากโตโยต้า ทั้งนี้ Toyota แบรนด์ bZ จะเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า แบรนด์ใหม่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ซีรีส์ที่มีชื่อว่า bZ โดยรถรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ทนทาน ความจุ 71.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมีเป้าหมายระยะทางวิ่งสูงสุด ที่ประมาณ 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐานระดับโลก WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicles Test Procedure)

Toyota bZ มาจากคำว่า “Toyota Beyond Zero” ซีรีส์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาภายใต้แนวคิดให้เป็นยนตรกรรมไม่ใช่เป็นเพียงแค่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ช่วยลดปริมาณมลพิษ แต่จะเป็นยนตรกรรมที่จะนำเสนอการขับเคลื่อนแห่งความสุข ที่มีคุณค่าเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าผู้ที่เลือกเป็นเจ้าของ พร้อมที่จะรักและมีความ สุขกับการขับขี่ กับคอนเซ็ปต์ของยนตรกรรมนี้ให้เป็น “ศูนย์รวมกิจกรรมแห่งความสุข (Activity Hub)” สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงสังคมและผู้คนรอบตัวในหลาก หลายด้าน

 

Volvo

New Volvo C40 Recharge Pure Electric ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่รับแหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่ สมรรถนะการขับ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Dual Motor AWD ให้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า ที่ 4,350-13,900 รอบ/นาที แรงบิด 660 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโล เมตรชั่วโมง ระยะทางการขับต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มไกล 500 กิโลเมตร แบตเตอรี่มีระบบรองรับการชาร์จเร็ว ใช้เวลาการชาร์จจาก 0-80% 37 นาที ระบบการขับขี่แบบ One Pedal Drive ที่ให้การเร่ง ชะลอ และเบรก ทำได้ด้วยแป้นเหยียบเพียงแป้นเดียว และเริ่มขับโดยไม่ต้องกดปุ่มสตาร์ท

New Volvo C40 Recharge Pure Electric มีขนาดความยาว 4,431 มิลลิเมตร กว้าง กว้าง 1,837 มิลลิเมตร ความกว้างวัดจากกระจกมองข้าง 2,034 มิลลิเมตร สูง 1,596 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,702 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,202 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 493 กิโลกรัม พื้นที่เก็บสัมภาระ ความจุ 419-1,205 ลิตร 

Ducati

Ducati Streetfighter V4 SP “King of naked bike” ตกแต่งลวดลาย Winter Test จากรถแข่งในรายการระดับโลกอย่าง World Superbike (WSBK) และ SBK เบาะนั่งหุ้มหนัง Alcantara ถังน้ำมันอะลูมิเนียมโดดเด่นเฉพาะรุ่น SP ตัวเครื่องที่ถูกยกมาจาก Superleggera V4 พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงสุดเท่าที่ Ducati จะส่งมอบให้ได้ เช่น ชุดล้อคาร์บอน 5 ก้าน เบรก Brembo Stylema ซึ่งมีราคาประมาณการไม่เกิน 1.6 ล้านบาท

Ducati Multistrada V2S รถที่มีไอเดียการพัฒนามาจากความต้องการให้รถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน สามารถขับขี่ได้ในทุกๆ วัน ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ Ducati Testastretta 2 สูบ L-Twin 937 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบวาล์วแบบ Desmodromic และ Testastretta 11° ให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 94 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมสลิปเปอร์คลัทช์ และเกียร์ยังถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 689,000 บาท

 

Harley-Davidson

Harley-Davidson นำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวิศวกรรมสุดล้ำมาสร้างสรรค์ไลน์อัพรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นปี 2022 อัพเกรดด้วยฟีเจอร์สุดพรีเมียม ผสานสมรรถนะชั้นยอด และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาพร้อมตัวเลือกสีใหม่ โดยไฮไลท์รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่จัดแสดงภายในบูธ Harley-Davidson ได้แก่ Low Rider® ST 117, Pan America™ Special, Sportster™ S, Street Glide® ST 117 และ Road Glide® ST 117

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ได้รับเกียรติร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน Asia Automotive Award ประจำปี 2024

เอ็มจี ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัว Official Automotive Partner กับทีมดังจากลอนดอน Arsenal F.C.

กลุ่มบริษัทเรเว่ ยกระดับขับเคลื่อนเครือข่ายธุรกิจ พร้อมประกาศวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ “NEW FUTURE, YOUR WAY”

Rêver Automotive เปิดตัว BYD ATTO 3 ราคา 1,199,900 บาท* เผยความพร้อมจากโชว์รูมผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

เชิญสัมผัส ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV “Our beloved: นี่แหละ...รถของเรา”

มาสด้ายกทัพยนตรกรรมสกายแอคทีฟลุยงาน Big Motor Sale พร้อมมอบข้อเสนอสุดร้อนแรงที่พลาดไม่ได้

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact