หลายปีมานี้ “คูโบต้า” กำลังจะสร้าง Brand Perception ของการเป็นแบรนด์ขายเครื่องจักรกลการเกษตรมาสู่การเป็นแบรนด์ที่มอบโซลูชั่นการเกษตร ซึ่งไม่เพียงแต่การสื่อสารเท่านั้น แต่คูโบต้ายัง “ลงมือทำ” ด้วยการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าเกษตรกรและคนทั่วไปได้สัมผัส และเห็นภาพการเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming) ผ่าน “คูโบต้าฟาร์ม”
เพื่อสร้าง Brand Experience ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คูโบต้าจึงได้วางแผนกลยุทธ์ในการนำโซลูชั่นนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่มาถ่ายทอดผ่าน “คูโบต้าฟาร์ม ฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่” เชิญชวนเกษตรกรกลุ่มต่างๆ เข้ามาศึกษาเรียนรู้ใน คูโบต้าฟาร์ม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่
คุณพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึง ที่มาของกลยุทธ์ดังกล่าวว่ามาจาก Pain Point ที่เกิดขึ้นในอาชีพเกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของรายได้ ทั้งๆ ที่อาชีพนี้คิดเป็น 30% ของจำนวนแรงงานในประเทศแต่กลับสร้างรายได้เพียง 8%
ประกอบกับประเทศไทยกำลังจะเป็นประเทศที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2565 และอีก 9 ปีถัดไปจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Hyper-Aged Society) ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วกว่าญี่ปุ่น โดย 80% ของประชากรสูงอายุจะมีรายได้เฉลี่ยต่อปีระดับกลางลงล่าง นั่นหมายถึงกลุ่มลูกค้าคูโบต้ามีแนวโน้มอายุเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีความกังวลในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพราะไม่เห็นตัวอย่างผลลัพธ์ที่ชัดเจนหรือจับต้องได้ และการทำเกษตรได้ถูกส่งต่อและกลายเป็นภารกิจสำคัญของรุ่นต่อไป ก่อให้เกิดเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Smart Farmer) อีกทั้งปัญหากลัวการเปลี่ยนแปลง (The Fear of Change) ที่เป็นกำแพงทำให้เกษตรกรยังไม่กล้าก้าวสู่โลกนวัตกรรมเกษตรและยังคงเคยชินกับวิธีการเพาะปลูกแบบเดิม ไม่พร้อมในการแบกรับความเสี่ยง รวมถึงการบริหารจัดการเงินทุน
คูโบต้ายังมองเห็นพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์โรคระบาด เกิดเป็นเทรนด์การเพาะปลูกผักสวนครัวขนาดเล็กรับประทานในครัวเรือน ขยายวงไปยังกลุ่มคนเมือง (Urban People) ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มเกษตรกร ในขณะเดียวกันเกิดความต้องการซื้อสินค้าในหมู่ผู้บริโภคที่คำนึงถึงความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) หันมายกระดับผลผลิตการเกษตรให้มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และสร้างมาตรฐานการผลิต นอกจากนี้โอกาสจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานคืนถิ่นที่เป็นคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่กลับเข้าสู่ภาคการเกษตร ที่เป็นกลุ่ม Non-Farmer และกลุ่ม Farmer ที่เป็นลูกหลานเกษตรกรอยู่แล้วที่เริ่มเข้ามารับช่วงต่อการทำการเกษตรจากพ่อแม่แต่ก็ยังกังวลว่าผลลัพธ์ในการทำเกษตรจะเป็นอย่างไร เนื่องจากยังมีข้อจำกัดทั้งความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ อีกทั้งมีความรู้สึกว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่ยากลำบาก จึงมองหาแนวทางที่จะขยายธุรกิจของครอบครัวให้สามารถใช้แรงงานน้อยลง ได้ผลผลิตมากขึ้น และสามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้
“ปัจจุบันโลกของการทำเกษตรเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมแล้ว ซึ่ง Pain Point และ Customer Insight ทั้งหมดสามารถหาทางออกด้วยการทำเกษตรสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาวิถีการทำการเกษตรและอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตของ Smart Farmer ในแทบทุกด้าน รวมถึงช่วยแก้ปัญหาทั้งด้านพื้นที่การเกษตรที่ลดลงเพราะการขยายตัวของสังคมเมือง และสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอน”