ในมุมของธุรกิจมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นดีมานด์ตลาดจับความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับพฤติกรรมคนสร้างเป็นโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกดิจิทัลผ่านเรื่องราวของ Sharing Economy อย่างมากมาย
ภาพของการทำธุรกิจโดยยึดเรื่องของ Sharing Economy เริ่มมีความชัดเจนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของการให้บริการแท็กซี่ผ่านแอพพลิชั่น ไม่ว่าจะเป็น Grab Taxi, Uber หรือ All Thai Taxi
แต่เทรนด์ของโลกวันนี้ได้ขยายออกไปมาก โมเดล Sharing Economy ถูกนำมาปรับใช้กับหลายๆ อุตสาหกรรมจนเกิดเป็นมาตรฐานที่จะมายกระดับอุตสาหกรรมนั้นๆ ให้ไปไกลกว่าเดิม
อย่างที่เรารู้กันดีว่า เทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาขึ้นในทุกๆ วัน มีสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญคือ สัญญาณเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นแบบมีสายหรือไร้สายก็ตาม
เมื่อโมเดล Sharing Economy และโครงข่ายสัญญาณ มาผนวกกัน เราจึงเรียกว่าเป็น SharingInfrastructure ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม คนหนึ่งมีสัญญาณ อีกคนทำโครงข่ายกระจายสัญญาณ ทำให้ WIN WIN ด้วยกันทั้งคู่
เห็นชัดเจนที่สุดคือ กรณีศึกษาของ ไฟเบอร์วันที่ให้บริการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกแท้ในการติดตั้งโครงข่ายดิจิทัลแบบรวมศูนย์ (Digital Service Distribution Platform) เพื่อรองรับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและบริการดิจิทัลอื่นๆ จากผู้เล่นต่างๆ ที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่ต้องเดินทางเอง
พูดง่ายๆ ก็คือ ไฟเบอร์วันเป็นเหมือนช่องทางกระจาย ให้ผู้เล่นบรอดแบนด์ต่างๆ เข้ามาปลั๊กอินสัญญาณต่อไปยังลูกค้าของตัวเองผ่านไฟเบอร์ออฟติก โดยที่ไฟเบอร์วันไม่ได้มีสัญญาณเป็นของตัวเอง
เทรนด์นี้เราอาจจะเห็นเพิ่มมากขึ้น เพราะโมเดลนี้ ไม่จำเป็นมี Asset ครบทุกอย่าง แต่มีให้ตอบโจทย์ในสิ่งที่ยังเป็นปัญหากับตลาดอยู่ ในเคสนี้ก็คือ สายระโยงระยางตามเสาไฟฟ้าของใครต่อใคร ติดใหม่ก็ลากใหม่ สายที่ยกเลิกก็ไม่ได้เก็บออกไป เมื่อไฟเบอร์วันเข้ามาก็จะลดต้นทุนให้บรรดาบอร์ดแบนได้
ถึงแม้ Sharing Economy จะเป็นโมเดลที่เดินไปไกลมาแล้ว แต่ในกลุ่มของ Sharing Infrastructure ยังอยู่ในช่วง Introduction ที่ยังต้องสร้างความเข้าใจตลาดอีกมาก นับเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตาไม่แพ้กัน