Upgrade Technology
นอกจากนี้ต้องยอมรับถึงเบื้องหลังสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนจากวิกฤตโรคระบาดสามารถเดินต่อไปอย่างไม่สะดุดยังมาจาก 2 ปัจจัย นั่นคือเทคโนโลยีการสื่อสารอันเป็นสะพานเชื่อมให้สมาชิกและนักธุรกิจเครือข่าย J&C สามารถปรับรูปแบบการทำธุรกิจจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ได้ในทันที และระบบงานหลังบ้านที่ทำหน้าที่สนับสนุนการขายให้เกิดความคล่องตัว
คุณอาสา หัชลีฬหา ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า J&C มีการปรับรูปแบบการจัดประชุมออฟไลน์ตามสาขาต่างๆ มาเป็นการไลฟ์ผ่าน Facebook ตั้งแต่ต้นปี 2564 โดยเป็นการให้ความรู้แก่สมาชิกและนักธุรกิจในการปรับตัวไปสู่ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน JC Mcommerce และทำธุรกรรมผ่าน J&C Wallet พร้อมดึงนักธุรกิจเครือข่าย J&C ที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจขายตรงผ่านออนไลน์มาแชร์เคล็ดลับและประสบการณ์ และใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาช่วยสร้างสีสันเพื่อกระตุ้นให้เกิดมุมมองการขายแบบใหม่อีกทางหนึ่ง เสริมด้วยแคมเปญช้อปปิ้งออนไลน์ตั้งแต่ 9 เดือน 9 จนถึง 12 เดือน 12 เพื่อกระตุ้นยอดขาย
แน่นอนว่าในเวลานั้นผู้ผลิตสินค้าและเจ้าของแบรนด์ต่างพากันสื่อสารผ่านออนไลน์กันทั้งนั้น ประกอบกับการปรับอัลกอริธึมปิดกั้นการมองเห็นของโซเชียลมีเดียอยู่ตลอดเวลา J&C จึงเพิ่มโปรแกรม Zoom Cloud Meetings เข้ามาช่วยสื่อสารอีกช่องทางหนึ่ง พร้อมทั้งเพิ่ม Gimmick จากการประชุมแบบสองมิติ โดยใช้เทคโนโลยี 3D Newtex เพิ่มมิติการประชุมแบบเสมือนจริง หรือ Virtual Meeting เป็นเจ้าแรกในธุรกิจขายตรง
“หัวใจสำคัญของการทำงาน J&C อยู่ที่การพัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน ทุกครั้งหลังจากที่เริ่มไลฟ์ผ่าน Facebook เราจะกลับมาทบทวนสิ่งที่พลาด หรือสิ่งที่เราทำได้ดีแล้วนำกลับมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในวันถัดมา โดยจะมีทีมงานคอยมอนิเตอร์ตลอด ทำให้เรารู้ว่าพอ Facebook ปิดกั้นการมองเห็น เราจึงเปลี่ยนแผนมาใช้ Zoom ทันทีเพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้สมาชิกและนักธุรกิจเข้ามาเอนเกจ นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้ในเรื่องของระยะเวลาการประชุมออนไลน์ที่เหมาะสม คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม คือเราปรับตัวในทุกมิติจริงๆ นอกจากนี้เรายังได้ทำสตูดิโอใหม่ และพัฒนาเทคโนโลยี 3D Newtex ทำเป็น Virtual Studio ชื่อ World J&C ลิงค์กับคนได้ทุกที่ทั่วโลกเสมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ทำให้เราสามารถพัฒนาระบบการประชุมจากระดับภาคและระดับประเทศมาสู่ระดับนานาชาติรองรับสมาชิกและนักธุรกิจเครือข่ายของเราที่อยู่ใน CLMV และประเทศจีน ซึ่งถือว่าได้รับผลตอบรับดีมาก เพราะในแต่ละครั้งจะมีคนเข้าร่วมกิจกรรมใน Zoom กว่า 2,500 คน ซึ่งโดยธรรมชาติของธุรกิจขายตรง ยิ่งมีการรวมตัวกันจำนวนมากเท่าไหร่ ย่อมทำให้เกิดยอดการซื้อขายขึ้นมากเท่านั้น โดยเฉพาะการซื้อขายออนไลน์ผ่าน JC Mcommerce สะท้อนได้จากตัวเลขยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบจากปี 2563 ทั้งยังมียอดคนสมัคร J&C Wallet เพิ่มขึ้นเท่าตัว”
New Trust
ขณะเดียวกัน ดร.สมชาย ก็ได้กล่าวเพิ่มเติมถึง New Socialized, New Money, New Brand and New Product ว่ายังนำมาสู่ New Trust หรือการสร้างความน่าเชื่อถือแบบใหม่ให้กับสมาชิกและนักธุรกิจเครือข่ายอีกด้วย
“Trust เป็นสิ่งสำคัญในธุรกิจขายตรงอยู่แล้ว ซึ่ง J&C ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ยิ่งในช่วงที่เราไม่สามารถเจอหน้ากันได้ จำเป็นต้องทำอะไรที่คนเห็นแล้วจับต้องได้และน่าเชื่อถือ ยกตัวอย่างการสาธิตสินค้าผ่านออนไลน์ เราจะเน้นนำเอกสารรับรองผลการวิจัยผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ผู้ใช้มานำเสนอ ส่วนการทำธุรกรรมทางออนไลน์ J&C ก็ได้พัฒนาระบบชำระเงิน J&C Wallet อย่างต่อเนื่องนาน 10 ปีแล้ว ล่าสุดเป็นพันธมิตรกับ SCBX ในการใช้แพลตฟอร์ม e-Payment เชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์ม AliPay ในขณะเดียวกันเราพัฒนาหลักสูตรการเรียนทำธุรกิจขายตรงทางออนไลน์แบบ e-Learning เพื่อ Upskill/Reskill เป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมบริการซื้อขายและจัดส่งสินค้าแบบ Omni-channel ที่ครอบคลุมหลากหลายช่องทาง”