AI ย่อมาจากคำว่า Artificial Intelligence หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าปัญญาประดิษฐ์
อธิบายให้ง่ายและสั้นที่สุดก็คือ AI เป็นซอฟต์แวร์ที่อยู่ในฮาร์ดแวร์ซึ่งเป็นอะไรก็ได้ เพียงแต่ซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า AI นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คิดและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่ป้อนเข้าไปด้วยเหตุผล จนมีความสามารถที่ทัดเทียมหรือมากกว่ามนุษย์เราด้วยซ้ำ
หลายคนอาจจะคิดภาพ AI ไปไกลถึงหุ่นยนต์อัจฉริยะ แต่ความเป็นจริงคือทุกวันนี้คนหลายล้านคนทั่วโลกต่างพึ่งพาความสามารถของ AI มานานแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ SIRI ผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่ใน iPhone ทุกเครื่อง
แต่เชื่อว่าสิ่งที่ผู้อ่าน BrandAge ต้องการคำตอบก็คือ AI จะส่งผลกับภาคธุรกิจได้อย่างไร?
ในความเป็นจริง AI ถูกนำเข้ามาช่วยในการพัฒนาสินค้าและบริการนานมากแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว ผลดีของการทำเอา AI มาใช้อย่างแรกก็คือ การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในเรื่องของ Functional Benefit หรือหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้านั่นเอง เพราะ AI ทำให้เจ้าของแบรนด์สามารถเห็น Pain Point ได้เร็วกว่าการใช้คนหลายล้านเท่า
มีหลายอุตสาหกรรมที่นำเอาระบบ AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการเงิน, การแพทย์, สายการบิน, ระบบ Call Center, Chatbot ฯลฯ
เรียกว่าสุดแล้วแต่ความต้องการของนักพัฒนาซอฟต์แวร์เลย
เพียงแต่ว่าหัวใจในการทำงานของ AI นั้น อยู่ที่การใส่ข้อมูลที่ถูกต้องเข้าไป เพราะแม้ว่า AI จะฉลาดกว่าคนเราหลายล้านเท่า แต่ตอนเริ่มต้น AI ก็เป็นเหมือนแก้วเปล่าที่ต้องใส่ข้อมูลดีๆ เข้าไปในตอนแรก เพื่อให้ AI ได้เลียนแบบความคิดให้เหมือนมนุษย์ และทำงานให้เหนือกว่ามนุษย์
Highlight
- PWC รายงานว่า AI จะช่วยสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจโลกมากถึง 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
- หุ่นยนต์ Sophia ได้รับสิทธิ์การเป็นพลเมืองของประเทศซาอุดีอาร์เบีย ตัวแรกของโลก
- ธนาคารไทยพาณิชย์ มีการเปิด SCB Abacus บริษัทที่เน้นการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาธุรกิจเป็นครั้งแรกในแวดวงการเงินและการธนาคารของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Key Success
- AI ช่วยการทำงานให้เร็วขึ้น
- AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำและเร็วขึ้น
- ใครที่เข้าถึง AI ก่อน คือผู้ชนะ เพราะเป็น Market Leader