Augmented Reality หรือ AR นั้นมีใช้มาพักใหญ่แล้วในอุตสาหกรรมการพิมพ์, ในงานอีเวนท์ หรือแม้กระทั่งกับเกม หลักการของ AR ก็คือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างภาพเสมือนแบบสามมิติ ไปทับซ้อนกับวัตถุจริงที่มองเห็นผ่านกล้องในจอสมาร์ทโฟนจนเป็นเรื่องราวเดียวกัน
เสน่ห์ของ AR จึงอยู่ที่การสร้างประสบการณ์สามมิติที่เสมือนจริงให้กับผู้ใช้งาน
ในยุคเริ่มต้นการจะทำ AR ทีมงานจะต้องมีการระบุ Detect Marker กับวัตถุที่เราต้องการให้แสดง ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนาการใช้งานให้ง่ายขึ้นด้วยการใช้ภาพแทน Detect Marker แต่ในปัจจุบัน Augmented Reality สามารถเพิ่มลูกเล่นทางการตลาดได้มากกว่านั้น คือให้สิ่งของรอบตัวเป็นจุด Detect แทนหรือที่เรียกว่า Markerless
นั่นหมายความว่า นักโฆษณาสามารถใช้ของทุกอย่างที่กล้องของสมาร์ทโฟนเห็น เช่น สิ่งก่อสร้าง, พื้น, ผนัง กำแพงเป็นตัว Detect ได้
นั่นหมายความว่า AR จะสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจใน Content ที่เราต้องการสื่อสารไปยังผู้บริโภคได้มากขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว
ข้อดีของการนำเอา AR เข้ามาผสมผสานกับ Content ก็คือ ผู้บริโภคจะเข้าถึงข้อมูลที่เราอยากสื่อสารในเวลาที่เพิ่มมากขึ้น เพราะความน่าสนใจของ Content นั่นเอง
พบว่าในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีสื่อหลายสำนักรวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเองก็มีการนำเอา AR เข้ามาใช้ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธี ซึ่งถือเป็นการให้ความรู้และประสบการณ์ในการใช้งาน AR กับคนไทยทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี
Highlight
- ในต่างประเทศมีการใช้ AR มาทำเป็นแคตตาล็อกรถยนต์โดยลูกค้าแค่ถ่ายป้ายทะเบียนรถ แอพพลิเคชั่นสามารถจำลองภาพรถในสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นโชว์รูมรถได้
- Pokemon Go ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกก็ใช้พื้นฐานของ AR มาประยุกต์เป็นเกม
- IKEA เคยใช้ AR ทำแคตตาล็อก IKEA Place เพื่อให้ลูกค้าสแกนภาพ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการแล้วลองวางในพื้นที่จริงได้
- แผ่นพับที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่จัดพิมพ์กว่า 10 ล้านฉบับก็ใช้เทคโนโลยี AR ทำให้สามารถดูภาพ สามมิติ พร้อมเสียงบรรยายได้
- หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมีการนำเอา AR เข้ามาเพิ่มความน่าสนใจให้กับหนังสือพิมพ์ในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วประเทศ