BYD หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน และเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในจีน หยุดการผลิตรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเต็มรูปแบบ (Full Combustion) หันมามุ่งเน้นผลิตเฉพาะรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV - Electric Vehicle, Full Electric) และรถยนต์ไฟฟ้าลูกผสมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) เท่านั้น
บริษัท BYD กล่าวในเอกสารแถลงการณ์ ที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “ในอนาคต BYD จะมุ่งเน้นไปที่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนขับเคลื่อน และรถยนต์ไฟฟ้าลูกผสมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid)”
แต่ BYD จะไม่หยุดผลิตเครื่องยนต์เบนซินโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสูง จะยังคงถูกใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าลูกผสมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ BYD เป็นการตอบสนองต่อคำมั่นของรัฐบาลจีนที่จะเพิ่มการใช้พลังงานสีเขียว เพื่อให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดภายในปี 2030
BYD เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ 6 ราย ซึ่งรายอื่นๆ ได้แก่ Volvo, Ford, General Motors, Mercedes-Benz และ Jaguar Land Rover ได้ร่วมลงนามในการรณรงค์ระดับโลก เพื่อยุติการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ในปี 2040
BYD ขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานรูปแบบใหม่ (New Energy Vehicles - NEV) 104,878 คัน เมื่อเดือนมีนาคม 2022 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจาก 24,218 คันในเดือนเดียวกันของปี 2021 เป็นยอดขายรายเดือนสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ยอดขายของเดือนมีนาคมดังกล่าว ประกอบด้วยรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนขับเคลื่อน 53,664 คัน, รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) 50,674 คัน และรถยนต์ NEV เชิงพาณิชย์ 540 คัน
บริษัทยังกล่าวในแถลงการณ์ว่า จะยังคงให้บริการและจัดหาชิ้นส่วนอะไหล่อย่างครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตให้กับลูกค้าที่ยังคงใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในของ BYD
Cr : REUTERS
Source