คอดโต้ตอกย้ำผู้นำเทรนด์ ด้วยนวัตกรรมที่มาพร้อมโซลูชั่น เพื่อยกระดับการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่ผสมผสานเทคโนโลยีร่วมกับการใส่ใจในธรรมชาติเพื่อการอยู่ร่วมกันของคนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคยุคใหม่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเพิ่มมากขึ้น ด้วยนวัตกรรมกระเบื้องที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดีที่สุดแห่งปี
ECO COLLECTION กระเบื้องแห่งธรรมชาติสะอาดผลิตจากการหมุนเวียนทรัพยากรในการผลิตมาใช้ใหม่แบบหมดจดหรือ Zero Waste ที่ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ 80% โดยหมุนเวียนวัตถุดิบที่เหลือใช้ในกระบวนการผลิต พร้อมลดการปล่อยก๊าซ CO2 จากการขนส่งได้ถึง 75% เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 944 ต้น และหมุนเวียนน้ำในการผลิตกลับมาใช้ซ้ำ 25% อีกทั้งปราศจากสารอินทรีย์ระเหย ปราศจากสารเคมีโลหะหนัก ซึ่งนับเป็นกระเบื้องรักษ์โลกแห่งปีภายใต้แบรนด์คอตโต้ โลโก้ COTTO สีเขียว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มสินค้ารักษ์โลกที่มาพร้อมลวดลายที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งพื้นและผนังทั้งแบบ ECO-TERRA ECO TERRA VISTA (MIX) และ ECO-TERRA BOHO ที่นำนวัตกรรมใหม่ของพื้นดินเผาแบบดั้งเดิม มาพัฒนาสีสัน และลวดลายให้ท้าทายความคิดของเหล่าดีไซเนอร์ได้สนุกกับค้นหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อให้พื้นที่สวย ได้ร่วมรักษ์เรา รักษ์โลกไปด้วยกัน
สิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ Chief Marketing Officer (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด)บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความสำเร็จของนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ในการพัฒนากระเบื้อง ECO COLLECTION ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ของ COTTO ในปีนี้ว่า “การเปิดตัวกระเบื้อง ECO COLLECTION ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ที่ตอบโจทย์นโยบาย หรือแผนงานการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งวิจัย พัฒนา พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานร่วมกับการใส่ใจในธรรมชาติ ในการพัฒนาสินค้า บริการ และโซลูชั่น ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพี่อส่งมอบวัสดุในการตกแต่งที่พักอาศัย ให้สามารถรองรับกิจกรรมในทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์คอตโต้พร้อม โลโก้ COTTO สีเขียว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มสินค้ารักษ์โลก ที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจที่เราให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมช่วยดูแลโลกและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการเกิดผลิตภัณฑ์นั้นๆ มาสู่การหมุนเวียนไม่รู้จบ เพื่อทรัพยากรที่ยั่งยืนและส่งต่อเพื่ออนาคต” สิทธิชัย กล่าวและเพิ่มเติมว่า