Healthtech สตาร์ทอัพดาวรุ่งที่น่าจับตามอง
เวียดนามมีสตาร์ทอัพประมาณ 3,800 บริษัท (ข้อมูล ณ 31 Dec 2021) เป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น 4 บริษัท มีมูลค่าบริษัทรวมมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสตาร์ทอัพดาวรุ่งอีก 11 บริษัท มีมูลค่าบริษัทรวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับยูนิคอร์นทั้ง 4 บริษัท ประกอบด้วย 1) VNG บริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 และเป็นยูนิคอร์นแห่งแรกของเวียดนาม เป็นผู้ให้บริการแอปพลิเคชันส่ง Message, Payment App, ผู้ผลิตเกมออนไลน์ และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษา 2) VNPay บริษัท Fintech ที่เป็นยูนิคอร์นแห่งแรกของเวียดนาม เป็นผู้ให้บริการแอปพลิเคชันในมือถือของธนาคารมากกว่า 22 แห่งในเวียดนาม และมีผู้ใช้งานมากกว่า 22 ล้านคนต่อเดือน 3) MoMo บริษัท e-Wallet ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเวียดนาม เป็นผู้ให้บริการแอป MoMo ซึ่งเป็น e-Wallet ที่มีผู้ใช้มากกว่า 23 ล้านคน สามารถใช้ได้ใน 80% ของร้านอาหารและเครื่องดื่ม และ 70% ของซูเปอร์มาร์เก็ตในเวียดนาม และ 4) Sky Mavis บริษัทสตูดิโอเกม ผลิตเกมบนโลกบล็อกเชนในรูปแบบ Play-to-Earn หรือเล่นเพื่อสร้างรายได้ ในช่วงพีคมีผู้เล่นสูงสุด 2.7 ล้านคนต่อวัน
ธนาคารกสิกรไทย มองว่า มูลค่าการลงทุนในสตาร์ทอัพเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 9 ปีที่ผ่านมาและแตะระดับ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 ซึ่งการลงทุนในธุรกิจ Digital Payment และ E-commerce ยังได้รับความนิยมสูงสุดในเวียดนาม ในขณะที่การลงทุนในธุรกิจเกมออนไลน์มีการเติบโตก้าวกระโดด (+2,813%) และการลงทุนในธุรกิจ Healthcare (+1,016%) ก็เป็นที่จับตามองอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวเวียดนามยุคใหม่ เต็มใจจ่ายเงินเพื่อรับบริการด้าน Healthcare เมื่อเทียบกับรายได้ โดยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพสูงถึง 6.6% ของ GDP ซึ่งเวียดนามอาจต้องใช้เวลาอีก 70 ปี ในการพัฒนาบริการด้านสาธารณสุขเทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยวัดจากจำนวนแพทย์ต่อประชากรของเวียดนามเทียบกับประเทศ OECD ดังนั้น Telemedicine หรือแพลตฟอร์มพบกับหมอออนไลน์จึงเป็นทางออกสำคัญในการยกระดับการให้บริการ Healthcare ของเวียดนาม และ Healthtech จึงเป็นกลุ่มธุรกิจที่กสิกรไทยให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยวางแผนด้านการลงทุนไว้อย่างต่อเนื่อง
Jio Health เป็นหนึ่งใน Healthtech ที่มีอนาคต เนื่องจากอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพในเวียดนามยังมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดรวมถึงการขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์ การแออัดของโรงพยาบาล และการรอคอยการได้รับการรักษาที่ยาวนานในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่ง Jio Health มีความโดดเด่นในรูปแบบแพลตฟอร์ม Telemedicine ให้บริการทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยหลังพบแพทย์จะได้ใบสั่งยาออนไลน์ที่จะซื้อยาผ่านร้านขายยาภายใต้แบรนด์ Jio ได้ในละแวกบ้าน และสามารถรับบริการทางการแพทย์ที่บ้านได้ (ปัจจุบันมีการเพิ่มทุน 20 ล้าน USD เมื่อเดือนมีนาคม 2565 รอบ Series B โดย KBank ได้ร่วมลงทุนด้วย)
Jio Health ยังเป็นผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ (E-prescriptions) ผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android นอกเหนือจากนี้ Jio Health ยังเป็นผู้ให้บริการสมาร์ทคลินิก (Smart Clinics) แฟรนไชส์ร้านขายยา (Jio-branded Neighborhood Pharmacies) และบริการสุขภาพตามความต้องการในเคหสถาน (On-demand Home Care) ผ่านช่องทางออฟไลน์ของบริษัท รวมถึงการเป็นผู้ให้บริการสุขภาพในด้านต่างๆ อาทิ บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ (Primary Care) บริการสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (Chronic Disease Management) บริการสุขภาพเฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ (Pediatrics and Ancillary Care Services) รวมถึงบริการสุขภาพเฉพาะทางอื่นๆ บนแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพในกลุ่ม Healthtech ที่น่าสนใจที่ KBank ให้ความสนใจอีกหลายราย อาทิ Med247 Platform ซึ่งเป็น Telemedicine ที่ให้บริการทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีเครือข่ายกับคลินิกเล็กๆ ในชุมชน (เพิ่มทุน 4.5 ล้าน USD ในเดือน มี.ค. 2022 รอบ Series A รวมถึง Docosan Platform จองนัดหมายหมอออนไลน์ สอบถามราคาก่อนพบแพทย์ และมีการ Review ความเห็นของผู้ใช้บริการคนอื่น ๆ (เพิ่มทุน 1 ล้าน USD ในเดือน เม.ย. 2022 รอบ Seed Funding)
ปัจจุบันเครือข่ายการบริการในต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ในกลุ่มประเทศ AEC+3 และประเทศอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง โดยมีสาขานครโฮจิมินห์เป็นสาขาล่าสุด และมีสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกว่า 84 แห่งทั่วโลก มีฐานลูกค้าในภูมิภาคกว่า 1.85 ล้านคน
สำหรับธนาคารกสิกรไทย สาขานครโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่ Sun Wah Tower, 115 Nguyen Hue Boulevard, Ben Nghe Ward, District 1, Ho Chi Minh City, The Socialist Republic of Vietnam เว็บไซต์ธนาคารกสิกรไทยในเวียดนาม https://www.kasikornbank.com.vn/EN/Pages/index.aspx นอกจากนี้ ยังมีสำนักงานของ KBTG Vietnam ตั้งอยู่ที่เขต 12 ในเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ ตั้งเป้าดึงดูดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศเวียดนามมาทำงานด้วย 80 คน โดยคาดว่าในปี 2569 จำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 350 คน