ตลาด Commercial เป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้ที่สำคัญของธุรกิจไอที เพราะเป็นธุรกิจอีกขาหนึ่งที่สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างในกรณี ASUS ซึ่งเป็นแบรนด์ที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี ในฐานะหนึ่งในผู้นำเรื่องของคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลก เข้าตลาดนี้มาตั้งแต่ปี 2019 และได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างรวดเร็ว เพราะเพียงแค่ 3 ปี หลังทำตลาดนี้อย่างจริงจังก็มีส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาอยู่ที่ 7% และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ASUS ตั้งใจรุกตลาด Commercial ต่อเนื่อง สังเกตได้จากการเปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นสำหรับภาคธุรกิจองค์กรในซีรีส์ ASUS ExpertBook หวังเพิ่มสัดส่วนการเติบโตของการตลาด Commercial ในไทย และมอบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกคนในทุกๆ ภาคส่วน เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด ในฐานะเจ้าแห่งนวัตกรรมและเป็นที่ไว้วางใจในวงการไอที
คุณชาร์ลส์ ลิว ผู้จัดการผลิตภัณฑ์กลุ่มโน้ตบุ๊คธุรกิจ บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ASUS ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “Your Vision, Our Passion วิสัยทัศน์ของคุณ คือสิ่งที่ขับเคลื่อนพวกเราในทุกๆ วัน” ที่ผ่านมา ASUS จึงยึดหลัก Customer Centric รับฟังโจทย์และความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปคิดค้นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ในทุกมิติ ให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ปีนี้ ASUS ยังคงสานต่อความมุ่งมั่นและนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยบริการหลังการขายอันแข็งแกร่งเพื่อขยายธุรกิจร่วมกับลูกค้าพาร์ทเนอร์ ด้วยการนำเสนอโซลูชั่น ดังนี้
โซลูชั่นทางการเงิน Basic Lease Structures
เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด หลายองค์กรทั่วโลกหันมาพึ่งพาไอทีในการทำงานกันมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยอดการลงทุนในไอทีลดลง เห็นได้จากหลายๆ องค์กรมีการยกเลิกหรือชะลอการซื้อสินค้าไอทีออกไป เพื่อรอระยะ เวลาและแนวโน้มทางเศรษฐกิจก่อนการตัดสินใจ ASUSไม่รอช้าที่จะนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินให้กับองค์กรเพื่อเป็นทาง เลือกสำหรับการบริหารจัดการที่สะดวกขึ้นกว่าเดิม ทั้งโมเดล การเช่าซื้อ (Lease to Own) และการเช่าใช้ (Lease to Use) ซึ่งอย่างหลังนี้จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าการเช่าซื้อตรงที่ผู้เช่าจะมี 3 ตัวเลือกในการจบสัญญา คือรีเทิร์นเครื่องกลับมาให้ทาง ASUS รีเฟรชเทคโนโลยีใหม่ได้ในช่วงเวลานั้นๆ หรือขยายระยะเวลาเช่า และผู้เช่ามีสิทธิ์ที่จะซื้ออุปกรณ์เสริมเป็นของตัวเองได้ โดยที่ราคาขายจะเป็นราคาตลาดที่ทาง ASUS ประเมินในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ราคาที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการชำระเงินที่ยืดหยุ่น (Various Payment Structure) ตามงบประมาณของแต่ละองค์กร เช่น ในกรณีชำระแบบ Flat Structure การชำระค่าเช่าเป็นจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน แต่กรณีลูกค้ามีงบลงทุนจำกัด ทาง ASUS มีการดีไซน์โซลูชั่นการจ่ายชำระที่เหมาะสมให้กับลูกค้ารายนั้นๆ หรือ Step Up Structure จ่ายค่าเช่าน้อยในปีแรก ขยับไปจ่ายมากขึ้นในปีถัดไป Step Down Structure จ่ายเยอะในปีแรก ทยอยจ่ายในปีถัดไป และโปรแกรมการเช่า 0% ในระยะ เวลา 3 ปี หรือ 36 เดือนตามเงื่อนไข Flat Structure

Software Solution ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ASUS ยังพัฒนา ASUS Control Center เป็นซอฟต์แวร์โซลูชั่นที่ช่วยให้สามารถควบคุม บริหารจัดการ และตรวจ สอบการทำงานของอุปกรณ์ภายในองค์กรได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผ่านหน้าโปรแกรมที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สามารถใช้งานได้ผ่านทางพีซี แท็บเลตและโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ฝ่ายไอทีที่มีหน้าที่ในการช่วยเหลือ สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดโควิด 19 ได้เปลี่ยนรูปแบบการทำงาน สามารถทำงานจากที่บ้านได้ ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีออนไลน์มากขึ้น จึงเกิดเป็นโจทย์ข้อใหม่ที่ว่า องค์กรจะทำอย่างไรให้พนักงานปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ต่างๆ จึงเกิดเป็น vPro Solution สำหรับธุรกิจรุ่นล่าสุดของ Intel
Intel vPro โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย เพราะฝังระบบความปลอดภัยมาในระดับ Silicon เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ช่วยตรวจสอบRansomware และการโจมตีซอฟต์แวร์แบบต่างๆ ได้ ต่างกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีแพลตฟอร์มนี้ที่ต้องต้องเปิดระบบสแกนไวรัสไว้ตลอดเวลา
อีกทั้ง Intel vPro สามารถลดระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการได้มากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ต้องเดินทางไปยังห้องปฏิบัติการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาอุปกรณ์ ก็สามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้ในทันที ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าดูกระบวนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่ เพื่อตรวจดูว่ามีโปรแกรม หรือเซอร์วิสแปลกปลอมอะไรเข้ามาทำงานในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่
นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขการตั้งค่าการทำงานต่างๆ ได้ในระดับไบออส ซึ่งโปรแกรมรีโมทคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไปทำไม่ได้ ถือเป็นอีกตัวเลือกที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการดำเนินการในองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ได้ มีระบบช่วยในการจัดการจากระยะไกล ลดภาระ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายขององค์กรได้เป็นอย่างดี ตอบสนองความต้องการของทั้งแผนกไอทีและผู้ใช้
ประสิทธิภาพการทำงานของ Intel vPro มาพร้อมโปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel® Core™ Processor
- Conference Call จะเร็วขึ้น 23%
- การทำ Power BI Edit เร็วขึ้น 46%
- เรื่องของ Performance Overall เร็วขึ้น 1.28 เท่า
- Office Productivity เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนเร็วขึ้น 19%
- Media Creation เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าเร็วขึ้น 35%

Service Solution การบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ
ลูกค้าสามารถใช้บริการหลังการขายของ ASUS ได้กับการให้บริการซ่อมถึงที่ เพื่อความสะดวกสบาย เรียกช่างประสบการณ์สูงจาก ASUS เพื่อให้บริการถึงที่ในกรณีเครื่องมีปัญหา ประหยัดเวลาไปศูนย์บริการ ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปีแรกหลังการขาย กรณีนำเครื่องออกนอกประเทศ ลูกค้าสามารถนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ ณ ประเทศที่เดินทาง ตามเงื่อนไขของประกัน 3 ปี International Warranty ที่ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้ยังมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปี Perfect Warranty ในกรณีเมื่อเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากน้ำหกใส่ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือความเสียหายจากการทำเครื่องตกหล่น สามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้งในปีแรกของการรับประกัน ASUS จะซัพพอร์ต 80% ของราคาซ่อมเครื่อง ลูกค้าจ่ายเพียง 20% เมื่อเข้าปีที่ 2 ลูกค้าสามารถต่ออายุประกันอุบัติเหตุตรงนี้ได้อีกด้วย มี VIP Service การันตีติดต่อได้ใน 30 วินาที ตลอด 24 ชั่วโมง และ Holiday Service ในกรณีวันหยุด จะให้บริการนอกสถานที่ในวันถัดไป
คุณชาร์ลส์ ลิว กล่าวว่า ในปี 2022 นี้ ASUS ต้องการส่วนแบ่งทางการตลาด Commercial ให้ได้มากกว่า 20% ในปี 2023 เพิ่มขึ้น 10% ปี 2024 เพิ่มขึ้น 15% และปี 2025 เพิ่มขึ้น 20% โดยเฉพาะในกลุ่มภาครัฐและภาคการศึกษาที่เป็นหัวใจหลักของ ASUS โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ASUS ExpertBook Series โดยเริ่มจาก
ASUS ExpertBook B3 (B3000D) โน้ตบุ๊ค 2-in-1 เหมาะสำหรับสำหรับผู้ใช้งานทางธุรกิจหรือนักศึกษาที่เน้นความคล่องตัว มาพร้อมกับ ExpertBoard คีย์บอร์ดแม่เหล็กสามารถกันน้ำหกใส่ได้ถึง 60 cc และ xpertStand ตัวเคสขาตั้งสามารถถอดออกได้ ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ในราคา 20,300 บาท

ASUS ExpertBook B5 (B5402CBA) ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทางธุรกิจที่มองหาโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง น้ำหนักเครื่อง 1.25 KG พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 12 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จเร็ว สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้จาก 0-50% ในเวลา 34 นาที มาพร้อมฟีเจอร์ AI Noise-Cancelling การตัดเสียงรบกวนรอบข้างทั้งจากต้นสายและปลายสาย ASUS ExpertWidget การตั้งปุ่มลัด ตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ไปจนถึงด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ระบบสแกนใบหน้า IR Camera, เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ, การเข้ารหัสข้อมูลก่อนบันทึกลงพื้นที่จัดเก็บของเครื่อง (TPM) เป็นต้น ในราคา 46,300 บาท

ASUS ExpertBook B9 (B9400CBA) ที่สุดของพรีเมียมโน้ตบุ๊คขนาดบางเบา เพียง 1.005KG ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริหารและคนทำงานที่ต้องเดินทางเป็นประจำ สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 16 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จเร็ว สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้จาก 0 ถึง 60% ในเวลา 44 นาที มาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ Proximity Sensor เซ็นเซอร์ตรวจจับการใช้งานผู้ใช้ โดยเครื่องจะลดความสว่างหน้าจอแสดงผลเพื่อประหยัดพลังงาน หรือล็อกตัวเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้งานไม่อยู่หน้าตัวเครื่องและจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ใช้กลับมา ในราคา 56,799 บาท
จะเห็นได้ว่า การรุกตลาด Commercial ของ ASUS ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการเพิ่มโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ โดยนำวิสัยทัศน์ “Your Vision, Our Passion วิสัยทัศน์ของคุณ คือสิ่งที่ขับเคลื่อนพวกเราในทุกๆ วัน” มาขับเคลื่อนให้ลูกค้าองค์กรเติบโตไปด้วยกัน