หลังการส่ง “บัดดี้ มาร์ท” เครือข่ายร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ที่แม็คโคร ส่งเข้ามาเพื่อดึงร้านโชห่วย หรือผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องการทำร้านค้าปลีกขนาดเล็กของตัวเอง เข้ามาทำตลาดเมื่อไม่นานมานี้ จนสร้างความฮือฮาให้กับตลาดไม่น้อย
ทั้งนี้ เพราะเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของผู้เล่นในตลาดค้าส่ง “แคช แอนด์ แครี่” ที่มีลูกค้าหลักกว่าครึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านโชห่วย ที่เปิดตัวมาเพื่อรับมือกับการแข่งขันกับทั้งเชนค้าปลีกไม่ว่าจะเป็นโลตัส ที่มีร้านนี้ขายดี หรือบิ๊กซี ที่ทำร้านโดนใจ รวมถึงร้านถูกดี มีมาตรฐานของค่ายดีที ตะวันแดง ที่ล้วนมีเป้าหมายดึงผู้ประกอบการร้านโชห่วยเข้าร่วมเชน ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนหนึ่งจะเข้ามาแชร์ฐานลูกค้าของแม็คโครไม่มากก็น้อย
“บัดดี้ มาร์ท” จึงถูกส่งเข้ามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการขยับตัวเพื่อรับกับเทรนด์ในเรื่องของการสร้างอีโคซิสเท็มที่แข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมาเพื่อต่อยอดไปสู่การทำตลาดในระยะยาว
ล่าสุด แม็คโคร ทิ้งบอมบ์ ตลาดลูกที่ 2 ด้วยการเปิดแคมเปญโปรโมชั่น ส่วนลด 2 แสนบาท หรือฟรีค่าตกแต่งร้าน ซึ่งถือเป็น 1 ในเงื่อนไขสำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมเป็นเครือข่ายของร้านบัดดี้มาร์ท
ก่อนหน้านั้น เงื่อนไขในเรื่องของการลงทุน ผู้ที่จะร่วมเข้าเป็นเครือข่ายนั้น จะต้องมีเงินลงทุน 400,000 บาท แบ่งเป็นค่าตกแต่งร้านค้า 100,000 – 200,000 บาท ตามไซส์ที่ลงทุน และอีก 200,000 บาท เป็นค่ามัดจำสินค้าที่จะขายในร้าน โดยมีสัญญาระยะเวลา 3 ปี
ส่วนขนาดของร้านนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ไซส์ ไล่ตั้งแต่ ร้านที่เป็นแพ็กเกจไซส์ S มีขนาด น้อยกว่า 50 ตร.ม.มีสินค้าในร้านประมาณ 1,600 รายการ แพ็กเกจไซส์ M ขนาด 51 – 100 ตร.ม สินค้า ประมาณ 2,200 รายการ และแพ็กเกจไซส์ L ขนาดมากกว่า 100 ตร.ม.มีสินค้าประมาณ 3,000 รายการ

เอกพล คูสุวรรณ ผู้จัดการโครงการบัดดี้มาร์ท กล่าวว่า บัดดี้มาร์ท เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่มีระบบการจัดการที่ดี พร้อมสินค้าขายดีที่มีมาตรฐาน และมีการสนับสนุนด้านการตลาดรองรับ ทำให้ร้านค้ามั่นใจว่า จะดึงดูดลูกค้าในชุมชนและสร้างรายรับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอกพล บอกอีกว่า ในขณะนี้มีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก บัดดี้มาร์ทจึงจัดทำโปรโมชั่นเพิ่มทางเลือก สร้างโอกาสเข้าถึงการลงทุน โดยจัดรายการฟรีค่าปรับปรุงร้านค้า 200,000 บาท จำกัดสิทธิ์ 300 ร้านค้าแรก ตั้งแต่วันนี้ -31 ธันวาคม 2565 เท่ากับเหลือลงทุนเริ่มต้น 200,000 บาทเท่านั้น จากเดิมที่ใช้งบลงทุนเริ่มต้น 400,000 บาท แบ่งเป็นเงินค่าค้ำประกัน 200,000 บาท และค่าปรับปรุงร้าน 200,000 บาท ขึ้นกับขนาดและสภาพของร้านปัจจุบัน
“การจัดโปรโมชั่นครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการโชห่วย และผู้ที่กำลังมองหาอาชีพที่มั่นคง เป็นการพัฒนาร้านค้าชุมชนให้มีรูปแบบที่ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างโอกาสเติบโตให้กับธุรกิจขนาดเล็ก”
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การรุกในครั้งนี้ แม็คโคร มีการจับมือกับธนาคารกรุงเทพ ในการให้สินเชื่อกับผู้สนใจที่จะเข้าร่วมเป็นเครือข่าย ซึ่งบัดดี้มาร์ทลงทุนให้คู่ค้า มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท โดยเป็นค่าติดตั้งระบบ POS ระบบบริหารจัดการร้าน อุปกรณ์ชั้นวาง ตู้แช่ และสินค้าทั้งหมดภายในร้าน
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การรุกในครั้งนี้ ทำบนจุดแข็งของแม็คโคร ที่อยู่ในตลาดค้าส่งมากว่า 33 ปี จนมีฐานลูกค้า และความเข้าใจในการทำธุรกิจร้านโชห่วย การรุกครั้งนี้ จะมีการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าของร้านค้าปลีกในชุมชน ทำให้สามารถทำการตลาดและจัดโปรโมชั่นได้ตรงใจลูกค้า รวมถึงมีระบบการสั่งซื้อสินค้าและจัดส่งถึงร้านที่รวดเร็ว ครบวงจร และการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมนำเสนอสินค้าขายดีในราคาที่ทำให้ร้านค้านำไปต่อยอดได้
การสร้างเครือข่าย B2B ที่แข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมานั้น ถือเป็นสิ่งที่ผู้เล่นในตลาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นแม็คโคร โลตัส บิ๊กซี หรือแม้แต่ยี่ปั๊วท้องถิ่นที่มีการจับมือร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ทำร้านค้าเครือข่ายโชห่วยภายใต้ชื่อ ร้านคุ้มจริง พยายามทำเพื่อสร้างเน็ตเวิร์คที่เป็นช่องทางขายที่ทรงพลังของตัวเองขึ้นมา

แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งจะช่วยในเรื่องของการมีซัพพลายเชนหรืออีโคซิสเท็มที่แข็งแกร่ง ที่จะเมคชัวร์ในเรื่องของการขาย ขณะที่เครือข่ายนี้ ยังเป็นช่องทางการขายที่ทรงพลังที่พร้อมจะถูกนำมาต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
ร้านโชห่วย หรือร้านค้าปลีกขนาดเล็กในชุมชน ถือเป็นช่องทางขายที่สำคัญที่ใกล้ชิดกับลูกค้าระดับรากหญ้าที่กระจายลงลึกในระดับหมู่บ้าน โดยก่อนหน้านั้น สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เคยออกมาระบุตัวเลข ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ที่เป็นโชห่วยนั้น มีอยู่ทั่วประเทศราวกว่า 400,000 ร้านค้า
ในจำนวนนั้น เป็นร้านค้าที่ขายสินค้า FMCG อย่างเดียวประมาณกว่า 250,000 ร้านค้า เทรนด์ที่น่าสนใจก็คือ การเติบโตของร้านค้าที่เป็นเครือข่ายกำลังถูกจับตามอง โดยร้านค้าขนาดเล็กจะมีการปรับรูปแบบหันไปขายสินค้ามากกว่าแค่สินค้า FMCG รวมถึงการเพิ่มบริการใหม่ๆ เข้าไป เพื่อสร้างรายได้เสริม นอกเหนือจากการขายสินค้า ซึ่งการทำโครงการมิตรแท้ ชุมชน ของแม็คโคร เมื่อปีที่แล้ว ก็เป็นการเข้าไปแนะนำ เพื่อยกระดับให้ร้านโชห่วย เปลี่ยนเป็น ร้าน สมาร์ท โชห่วย ที่มีรายได้เพิ่ม และเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
ที่สำคัญ ยังเป็นการปูฐานการสร้างลูกค้าประจำในกลุ่มโชห่วยได้เป็นอย่างดี.....