หลังจากบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรรายใหญ่ ที่กำลังจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันนี้ทาง BrandAge จะพาไปเทียบกันกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ในแต่ละปีขายหมู ขายไก่ได้ปีละเท่าไหร่กันบ้าง

เริ่มจากเบทาโกร ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์สุกรสัตว์ปีก และไข่ไก่ อาหารแปรรูปที่เกี่ยวข้อง และอาหารสัตว์เลี้ยง จัดจำหน่ายอุปกรณ์ฟาร์ม และการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง
มีผลิตภัณฑ์ที่วางขายภายใต้แบรนด์ BETAGRO และ S-Pure สำหรับเนื้อสัตว์อนามัย เนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารแปรรูป แบรนด์ ITOHAM ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกเกรดพรีเมียม รายได้ปี 2564 อยู่ที่ 85,424 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 839 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้มาจาก ธุรกิจอาหารและโปรตีน 68.3% ธุรกิจเกษตร 24.9% ธุรกิจต่างประเทศ 5.1% และธุรกิจสัตว์เลี้ยง 1.7% มีช่องทางการจัดจำหน่ายในไทยและต่างประเทศ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ทำธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ สุกร ไก่ เป็ด กุ้ง และปลา การเลี้ยงสัตว์ สัตว์หลักคือ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด กุ้ง และปลา และการผลิตอาหาร อาหารแปรรูป และอาหารพร้อมรับประทาน โดยมีรายได้ปี 2564 อยู่ที่ 517,584 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 13,028 ล้านบาท สัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจเลี้ยงสัตว์และแปรรูป 54% ธุรกิจอาหารสัตว์25% ธุรกิจอาหาร 21%
ปี 2564 ที่ผ่านมาสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย และ USDA ให้ข้อมูลไว้ว่าทั่วโลกมีการผลิตเนื้อไก่ 99.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 99.08 ล้านตัน ซึ่งประเทศไทยผลิตเนื้อไก่ได้ 2.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.05% จากปี 2563
สำหรับการส่งออกเนื้อสุกรทั่วโลกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเผยว่าในปี 2564 ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตสุกร 18.58 ล้านตัว ลดลงจาก 19.91 ล้านตัว ของปี 2563 เนื่องจากภาวะโรคในสุกร ส่งผลให้ปริมาณการผลิตสุกรในภาพรวมลดลง
ในปี 2564 ไทยส่งออกเนื้อสุกรแช่เย็นแช่แข็ง ปริมาณ 16,691 ตัน มูลค่า 2,048.95 ล้านบาท ลดลงจากปี 2563 โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา
นอกจากนี้ยังได้มีการเพิ่มมูลค่าสินค้า ให้เป็นอาหารพร้อมทานแช่เย็น-แช่แข็ง โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรีในปี 2564 อาหารพร้อมทานมีมูลค่าตลาดในประเทศประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท เป็นอาหารพร้อมทานแช่เย็น-แช่แข็งมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท
ซึ่งตลาดอาหารพร้อมทานแช่เย็นมีผู้ผลิตรายใหญ่คือบมจ. ซีพี ออลล์ ภายใต้แบรนด์ Ezy Choice และ Ezy GO มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 98% ของมูลค่าตลาดอาหารพร้อมทานแช่เย็นทั้งหมด อาศัยจุดแข็งจากการจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อในเครือ
ส่วนอาหารพร้อมทานแช่แข็งถูกครองตลาดโดย บมจ. ซีพี ออลล์ ภายใต้แบรนด์เซเว่น เฟรช มีส่วนแบ่งตลาด 50.9% และ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ภายใต้แบรนด์ซีพี ส่วนแบ่ง 15.0% และแบรนด์เจด ดราก้อน 11% โดยทั้ง บมจ. ซีพี ออลล์ และบมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร อยู่ในเครือบริษัทเดียวกัน ทำให้มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 76.9%