Economist Intelligence Unit หรือ EIU เปิดเผยรายงานดัชนีชี้วัดค่าครองชีพสากลล่าสุด ซึ่งสำรวจค่าครองชีพจาก 172 เมืองทั่วโลกในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนที่ผ่านมา ผลออกมาว่า เมืองนิวยอร์กและสิงคโปร์ครองแชมป์คู่กันเป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ซึ่งนิวยอร์กขึ้นมารั้งอันดับ 1 ได้เป็นครั้งแรก ในขณะที่สิงคโปร์นับเป็นครั้งที่ 8 แล้ว ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
ส่วนอันดับอื่นๆ ถัดมาได้แก่
อันดับ 3 เมืองเทล อาวีฟ ประเทศอิสราเอล (เคยเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในปีที่แล้ว)
อันดับ 4 ฮ่องกง ร่วมกับเมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
อันดับ 6 เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อันดับ 7 เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อันดับ 8 เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
อันดับ 9 เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
อันดับ 10 เมืองโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก
ส่วนเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลกคือ เมืองดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย และเมืองตริโปลีของประเทศลิเบีย
สำหรับเมืองที่ค่าครองชีพพุ่งสูงอย่างก้าวกระโดดมากที่สุด ก็คือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและมอสโคของรัสเซีย ซึ่งกระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 70 และ 88 ตามลำดับ อันเป็นผลมาจากราคาข้าวของที่พุ่งสูงขึ้นจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนนั่นเอง
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังส่งผลให้ราคาก๊าซและไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 29% ในเมืองต่างๆ ในโซนยุโรปตะวันตก เนื่องจากความพยายามลดการใช้พลังงานจากรัสเซีย ในขณะที่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 11%
ส่วนสินค้าที่มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดก็คือน้ำมัน ราคาน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 22% และยังส่งผลให้ราคาข้าวของต่างๆ สูงขึ้นเนื่องด้วยการขนส่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า อาหาร และของใช้ในครัวเรือน
ไม่เพียงแค่ประเด็นเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน เท่านั้นที่ทำให้ค่าครองชีพทั้งโลกสูงขึ้น แต่นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน (Zero-covid) ก็สร้างความปั่นป่วนให้แก่เศรษฐกิจทั่วโลกเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพิงวัตุดิบหรือมีฐานการผลิตในประเทศจีน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตค่าครองชีพที่สูงขึ้นทั่วโลก
และไม่เพียงแค่ประเทศอื่นๆ เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ในจีนเองก็ประสบปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้นเช่นเดียวกันเมืองเศรษฐกิจต่างๆ ในประเทศจีนถึง 6 เมือง ต่างขยับอันดับขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของการเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในปีนี้ สูงสุดก็คือเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรก
โดยสรุปแล้ว ทั้งจากสถานการณ์โควิด และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ค่าครองชีพเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นราว 8.1% เทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่ประเทศในโซนเอเชียอาจจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า ค่าครองชีพเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 4.5%
อ้างอิง
https://www.eiu.com/n/new-york-and-singapore-rank-as-the-worlds-most-expensive-cities/
https://edition.cnn.com/travel/article/world-most-expensive-cities-economist-2022/index.html