ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ดุเดือด และอย่างที่ทราบกันดีว่าแบรนด์อสังหาฯ แต่ละรายต่างส่ง โครงการที่ตัวเองมีลงตลาดอย่างต่อเนื่องเป็นดอกเห็ด ไม่นับเจ้าตลาดที่ยังครองตลาดอยู่เหนียวแน่น รวมถึงการทำโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจผู้บริโภค
“แบรนด์เล็กจะสู้แบรนด์ใหญ่ ชนะใจผู้บริโภคได้ ต้องมีจุดยืนและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน” วันนี้ BrandAge จึงอยากหยิบยกกรณีศึกษาแบรนด์ Bless Asset Group ปลาเล็กในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ลุกขึ้นมาสร้างความต่างจนเกิด ปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ด้วยการเลือกสร้างแบรนด์เฉพาะกลุ่มใช้กลยุทธ์ Niche Music Marketing จับกลุ่ม Modern Family จนได้รับการแชร์ต่อมากกว่า 1 พันครั้ง ขึ้นเป็น MOST EFFECTIVE REAL ESTATE BRAND 2023 ซึ่งนอกจากแคมเปญแบรนด์วีดีโออสังหาฯ ที่ได้รับการแชร์บอกต่อมากที่สุดเป็นปรากฏการณ์แบรนด์หนึ่ง ยังสามารถเพิ่มอัตราความสนใจการลงทะเบียนเยี่ยมชมบ้านแบบคุณภาพบ้านผ่านช่องทางเว็บไซต์จาก 0.5 % เป็น 10% ในช่วงแคมเปญ ถือว่าเป็นกรณีที่น่าสนใจมากทีเดียวสำหรับการสร้างแบรนด์ที่ได้ทั้งกระแสและคนที่สนใจเยี่ยมชมโครงการได้จริง ลองมาดูกันว่า สำหรับแบรนด์อสังหาน้องใหม่ไฟแรงที่เพิ่งรีแบรนด์และเร่งทำตลาดเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปได้ไม่นานนี้ Bless ทำได้อย่างไร? จึงประสบความสำเร็จ
หากเราเจาะลึกลงไปถึงกลยุทธ์ที่ Bless ใช้ 2 กลยุทธ์สำคัญที่เป็นปัจจัยความสำเร็จในครั้งนี้คือ
กลยุทธ์แรก “Be the Most Passionate Brand for Modern Family”

หลายคนอาจมองว่าการสร้างแบรนด์ให้เกิดการรับรู้ในระดับแมส จำเป็นที่ต้องใช้การสร้างแบรนด์แบบเดิม คือการลงโฆษณาทีวี ยิงโฆษณาออนไลน์ ขึ้นป้ายใหญ่ทุกหัวมุม แต่ถ้างบประมาณการตลาดจำกัด? ก็แทบจะหว่านงบประมาณลงไปโดยไม่ได้อะไรตอบแทนเลย แต่ BLESS เลือกสร้างความแตกต่างด้วยการไม่ได้ทุ่มงบการตลาดสร้าง Top of Mind Brand แบบแบรนด์เจ้าตลาดทั่วไป แต่เลือกสร้างแบรนด์ให้เป็น The Most Passionate Brand for Modern Family เน้นสร้างแบรนด์แคมเปญต่อเนื่อง เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ สร้างแพชชั่นให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าความสุขของครอบครัว อยากมีบ้านที่ดี และสร้างกลุ่ม Brand Love ที่คิดและมีแพชชั่นแบบเดียวกันกับแบรนด์ ที่อยากมีบ้านสักหลังเพื่อความสุขที่แท้จริงของครอบครัว
BLESS เข้าใจดีในด้านประชากรศาสตร์ที่เปลี่ยนไปเป็นครอบครัวไซส์เล็กรวมถึงครอบครัวขยายที่เพิ่มขึ้น และความต้องการที่เปลี่ยนไปของการอยู่อาศัยของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งตรงกับการตั้งใจดีไซน์ออกแบบโครงการบ้านและทาวน์โฮมที่คุ้มค่ารองรับตลาดนี้ในราคาจับต้องได้ แต่มาพร้อมสโมสรส่วนกลางขนาดใหญ่ท่ามกลางสวนธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่างที่หาไม่ได้ ในโครงการในระดับราคาเดียวกัน
กลยุทธ์ที่ 2 “Create Depth Emotional Connection with Modern Family”
BLESS เลือกใช้ Music Maketing เพลง “กำลังใจ” ที่กลุ่มเป้าหมายคุ้นเคยในเวอร์ชั่นที่แตกต่าง และผสาน กับ Campaign Message ที่เข้าใจง่าย โดนใจและกลับมาตอกย้ำการเป็นตัวเลือกบ้านที่ดีที่สุดของกลุ่มเป้าหมาย “บ้านที่ดี คือกำลังใจที่ดี ที่สุด” เพื่อสื่อถึงความสำคัญของครอบครัวและบ้านที่ดีในหลากหลายมิติ รวมถึงแสดงจุดยืนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการ ดีไซน์บ้านและพื้นที่รอบด้านให้เป็นที่สร้างพลังใจให้ทุกคนในครอบครัว เปลี่ยนทุกกิจกรรมในครอบครัวเป็นกำลังใจให้กัน ใช้ชีวิตให้สุขยิ่งกว่าได้ทุกวัน ตอกย้ำ Tagline “Live your Blessed Life” ของแบรนด์ ที่ BLESS สื่อสารมาตลอดถึงการทำให้ กลุ่มเป้าหมายเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตที่มีความสุขที่อย่างแท้จริงในทุกโครงการของ BLESS

Mood & Tone ของภาพและเสียงในวิดีโอโปรโมท บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตในบ้านและบรรยากาศส่วนกลางรอบบ้านที่ดี ซึ่งเป็นจุดขายหลักของโครงการจนทำให้คนที่ได้ชมรู้สึกตามได้ว่าเป็นโครงการที่ทำให้ครอบครัวดีมีความสุข เป็นกำลังใจให้กันและกัน หากสังเกตให้ดีตลอดทั้งคลิป BLESS ไม่ได้พยายามยัดเยียดให้เห็นบ้านเยอะๆ แบบโฆษณาบ้านทั่วไปแต่พยายาม สร้างการมีส่วนร่วมของคนดูกับครอบครัว ไทอินบรรยากาศส่วนกลางที่สร้างกำลังใจได้จริงอย่างกลมกลืน ซึ่งแม้คลิปโปรโมทจะมีความยาวถึง 2 นาทีกว่า แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าอัตราการดูจบเกินกว่าครึ่งหนึ่งของคนที่เข้ามาชม สะท้อนให้เห็นว่าการตลาดแบบไม่ยัดเยียดที่ BLESS นำเสนอในครั้งนี้ได้ผลที่ดี และทำให้คนสนใจแบรนด์ได้จริงจากผลลัพธ์อัตราการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ที่สูงถึง 10%
บทสรุปกรณีวิเคราะห์ศึกษาการสร้างแบรนด์ BLESS
สำหรับเคส Bless Asset Group ที่กล่าวมา BrandAge มองว่าเป็นกรณีศึกษาการตลาดอสังหาที่ดีเห็นผลลัพธ์จริงแบรนด์หนึ่ง สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าแม้จะเป็นแบรนด์เล็กที่มีงบประมาณการตลาดไม่มาก แต่การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม และสร้างจุดยืน มีภาพจำที่ชัดเจน สามารถเทิร์นคนที่สนใจเป็นยอดเยี่ยมชมโครงการ รวมถึงการวางราคาบ้านให้จับต้องได้ เลือกทำเลชุมชนขยายครอบครัว และความใส่ใจในการออกแบบส่วนกลางเหนือกว่ามาตรฐาน
หากมองกลับไปก็จะเห็นว่าความสำเร็จนี้มาจากความลงตัวระหว่างสินค้าและการตลาด ซึ่งทำควบคู่พร้อมกับการสร้างแบรนด์ แบบต่อเนื่อง โดยการเลือกใช้มีเดียแบบเจาะกลุ่มเฉพาะที่มีประสิทธิภาพ

ในฐานะที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นปีที่ 13 การรีแบรนด์แบรนด์แม่ จัด Portfolio ใหม่ เมื่อ 3 ปีที่แล้วก่อนเข้าตลาด Bless Asset Group เริ่มมุ่งมั่นกับการสร้างแบรนด์ต่อเนื่อง ซึ่งทำให้แบรนด์แม่และแบรนด์ย่อยแต่ละโครงการ ได้รับความสนใจและการ ตอบรับจากกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี สามารถสร้างตลาดเป็นของตัวเอง และสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจได้ในระยะ ยาว เคสนี้จึงนับว่าเป็นกรณีศึกษาการ Rebrand & Effective Brand Communication อีกกรณีหนึ่งให้กับบริษัทอสังหาขนาด เล็กถึงกลาง ที่กำลังคิดสร้างแบรนด์ควบคู่กับยอดขายที่ยั่งยืน