ทุกวันนี้รูปแบบการทำธุรกิจร้านอาหารมีความชัดเจนมากขึ้น จากการที่มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในสมรภูมิ อย่างต่อเนื่อง โดยเซ็กเม้นต์ที่น่าจับตาในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษก็คือ Fine Dining เพราะคนส่วนใหญ่ชอบนำมาทำเป็น Content
Fine Dining เป็นรูปแบบการรับประทานอาหารประเภทหนึ่งที่เน้นมาตรฐานสูงสุด เพราะฉะนั้นระดับ ราคาที่ร้านวางไว้ก็ย่อมสูงตามไปด้วย คือมีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยต่อคนเกิน 500 -1,000 บาทขึ้นไป และอาจสูงไปถึง หลายพันบาทในบางร้าน
ขณะเดียวกัน จากการแข่งขันที่รุนแรงก็ทำให้ร้านอาหารประเภท Chain Restaurant หลายแบรนด์ต่างก็ พยายามยกระดับการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นไปอีก จนหลายร้านมีราคาขยับขึ้นมาทับกับร้านอาหาร Fine Dining แล้ว
ในความเป็นจริงร้านอาหาร Chain Restaurant และ Fine Dining นั้นมีความแตกต่างในรายละเอียดหลาย ด้าน ไพศาล อ่าวสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิสโตร เอเชีย จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจร้านอาหาร ท่านหนึ่งของเมืองไทย อธิบายถึงคำจำกัดความของร้านอาหาร Fine Dining ว่า ร้านอาหารประเภทนี้ต้องสร้าง บรรยากาศแกรนด์ๆ มาพร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพระดับพรีเมียม รสชาติดีไม่พอแต่ต้องตกแต่งสวย เป็นเอกลักษณ์ และสุดท้ายคือการบริการเหนือชั้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและมีความสุข กลับไป
“ตัวอย่าง เช่น บ้านสุริยาศัย ที่นำบ้านเก่าอายุกว่า 100 ปีมาทำเป็นร้านอาหารชาววัง อาหารที่เสิร์ฟก็จะ เน้นคุณภาพที่ครบเครื่อง แต่รสชาติจะไม่จัดจ้าน สาเหตุเพราะกุลสตรีชั้นสูง ไม่นิยมรับประทานอาหารแบบแซ่บ ซี้ดซ้าดได้ แต่ร้านอาหารแบบ Chain Restaurant จะปรุงรสชาติจัดรสจัดอย่างไรก็ได้ แซ่บแค่ไหนก็ได้ แต่อาหาร ชาววังทำไม่ได้ เพราะกลุ่มเป้าหมายคือเจ้านายชั้นสูง” ในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ ร้านอาหาร Fine Dining ไม่ใช่ว่าจะเอาเนื้อส่วนไหนมาทำก็ได้ แต่ต้องเอาส่วนที่ดี ที่สุดมาทำ เช่น ต้องเอาเนื้อส่วนเทนเดอร์ลอย หรือเนื้อวากิว เอ5 เท่านั้น ส่วนการเซตอัพ Portion ก็แตกต่างกัน Chain Restaurant จะใส่ให้พอมีบ้างแต่ไม่ได้เน้นความหรูหรา แต่ร้านอาหาร Fine Dining จะเน้นไปที่การออกแบบ ประสบการณ์ บางร้านถึงกับมีการเอาอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาตร์เข้ามาประยุกต์ใช้
“Fine Dining ไม่ได้ทำสาขาเยอะ เพราะเน้นความแตกต่างของแต่ละสาขาต่อให้เป็นแบรนด์เดียวกัน นี่คือ ความต่างอย่างชัดเจน เพื่อให้คนยอมเดินทางมากินในแต่ละสาขาที่ต่างกันจึงต้องสร้างเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ แต่ละโลเคชั่น เมนูแต่ละที่จะมีบางส่วนที่ไม่เหมือนกัน ต้องสร้างเอกลักษณ์เฉพาะที่”
เรื่องสุดท้าย คือราคา ถ้าแบ่งระดับราคาจากสัญลักษณ์ $$$ เราจะสามารถแยกร้านอาหารได้ดังนี้
$ : ร้านอาหารทั่วไป
$$ : ร้านอาหารทั่วไป ที่มีห้องปรับอากาศ และ Chain Restaurant
$$$ : ร้านอาหารทั่วไป ที่มีห้องปรับอากาศ เน้นบริการที่ดี เช่น Chain Restaurant, Casual Dining
$$$$-$$$$$ : ร้านอาหาร Fine Dining รวมถึงร้านอาหาร Chain Restaurant, Casual Dining บางส่วน
$$$$$$ : ร้านอาหาร Fine Dining ที่ได้รับรางวัลระดับโลก เช่น 2 หรือ 3 ดาว Michelin จาก Michelin Guide ขึ้นไป เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.brandage.com/article/403https://www.brandage.com/article/34983