มิสทิน – เรโซนา
จาก Emotional สู่ Functional
ตลาด Deodorant ใช้เรื่อง Emotional อยู่ดีๆ ก็มีผู้หาญกล้า พยายาม กลับไปเล่นในจุดเดิมตั้งแต่เริ่มแรกของตลาด โดยผู้หาญกล้ารายนั้นคือ มิสทิน ที่ออกสินค้า คือ ฟอร์ช โรลออน และมีหนังโฆษณาชุดเต่าเรียกแม่ มาสร้างความฮือฮาเป็น Talk of the town ช่วงกว่า 10 ปีที่แล้ว
ในครั้งนั้น หนังโฆษณาชุดนี้ ได้รับการตอบรับและโจษขานอย่างมาก เพราะมีเนื้อหาที่ออกมาในแนวตลก จำง่าย ซึ่ง คุณปริยชาต ปลาดตา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์บริษัท เฟรมไลน์ คนทำโฆษณาชุดนี้ เคยเล่าให้ฟังถึงเหตุผลของการทำโฆษณาออกมาแนวนี้ว่า “เมื่อเราขายยากำจัดกลิ่นตัว ทำไมไม่พูดถึงเรื่องกลิ่นตัว แล้วใช้ฟอร์ช โรลออน ช่วยกำจัดกลิ่นนั้น”
หนังจะใช้เต่า เป็นตัว Represent ถึงเรื่องกลิ่นตัว ที่ทำออกมาแล้วหนังน่ารักมากและกลายเป็นจุดที่เรียกความสนใจจากคนดูได้ดี แม้สินค้าประเภท Deodorant คนใช้จะ Sensitive มาก แต่ฟอร์ช โรลออน เป็นสินค้าขายตรงที่ใช้คนเข้ามานำเสนอการขาย ไม่ใช่ขายแบบแมสที่เมื่อผู้ซื้อหยิบ แล้วจะรู้กันทั่ว จุดนี้เลยกลายเป็นที่มาของการหันกลับมาเล่นในเรื่องของปมด้อยอีกครั้ง ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จในยกแรกที่หนังออกมาแล้ว เป็น Talk of the town ในช่วงนั้น แถมแรงมากเสียด้วย
ปัจจุบัน Benefit จากการใช้ Deodorant ได้มีแยกย่อยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เน้นเรื่องระงับกลิ่นกาย การที่นีเวียสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดแทนที่เรโซนาของยูนิลีเวอร์ได้นั้น ส่วนหนึ่งคงต้องบอกว่า มาจากการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่ให้มากกว่าการระงับกลิ่นกาย นั่นคือ การให้ Value Added ในเรื่องของความขาวใต้วงแขน ซึ่งนีเวียถือเป็นรายแรกที่นำจุดขายในเรื่องนี้มาใช้ และประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากนั้นจึงมีคนตามเข้ามาอีกมากมาย แต่นีเวียก็ฉีกหนีไปนำเสนอในเรื่องของการมากกว่าความขาว นั่นคือ ขาวด้วย เนียนด้วย เรียกได้ว่า ทั้งขาวทั้งเนียน
จุดหนึ่งที่นีเวีย พยายามฉีกออกไปก็คือ นอกจาก Emotional แล้ว ยังมีการนำเสนอในเรื่องของ Functional ตรงๆ คือ ไม่ใช่ใช้แล้ว แฟนรักแฟนหลงเท่านั้น แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ใช้แล้ว ขาวเนียน ไม่มีกลิ่นตัวจริงๆ จุดนี้ กลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้นีเวียเป็นผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่นมาตลอด 2 – 3 ปีหลังจากที่ล้มเรโซนาลงได้
ความน่าสนใจในการทำตลาดเมื่อร่วม 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่อยู่แค่การป้องกันตำแหน่งของนีเวียเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความพยายามครั้งใหม่ของเรโซนาในการกลับมาด้วย เพราะในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ยูนีลีเวอร์ เปลี่ยนฟอร์มการทำตลาดใหม่ จากที่จะชนกับคู่แข่งแบบไม่กลัวเจ็บ ก็หันมาสร้างตลาดใหม่ที่มีโอกาสทางการตลาดมากกว่า
เรโซนาหันไปสร้างตลาดต่างจังหวัด โดยใช้กลยุทธ์ไซส์ซิ่งออกขนาด 20 บาท มาเพื่อจับสาวๆ ต่างจังหวัด เพราะมองว่า โอกาสในการใช้ของสาวกลุ่มนั้นมีมากกว่า แต่ติดที่สินค้าที่มีอยู่ในตลาดมีราคาแพง จึงหันมาใช้กลยุทธ์ไซส์ซิ่งเพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการทดลองใช้
ไม่เพียงเท่านั้น เรโซนายัง Back to basic ด้วยการหันไปขายเรื่องการระงับกลิ่นกาย แทนการขายความขาวเนียนใต้วงแขน เพราะมองว่า ในท้ายที่สุดแล้ว คนใช้ Deodorant เพราะต้องการความขาว หรือต้องการการระงับกลิ่นกายกันแน่ จุดนี้น่าคิดมาก เพราะครั้งนี้เป็นการฝ่ากระแสของตลาดที่ถูกลากมาทางนั้น และสาวส่วนใหญ่ในยุคนี้ ก็กล้าที่จะใส่เสื้อแขนสั้นโชว์รักแร้กันเต็มที่เพราะมั่นใจในความขาวของตัวเอง
Deodorant เป็นสินค้าที่เล่นกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเต็มตัว มีเรื่อง Emotional ที่เกี่ยวข้องกับเสน่ห์และความเราใจมาเป็นตัวผลักดัน ขณะที่ Benefit ที่แท้จริงของสินค้าประเภทนี้ จะอยู่ที่การระงับกลิ่นกายหรือเสน่ห์ความขาว ใต้วงแขน ซึ่งทั้งเรื่องของอารมณ์ และฟังก์ชั่นของสินค้ายังถูกใช้ควบคู่กันมาจนถึงทุกวันนี้