BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,806
VIEWS

“ความขัดแย้งในครอบครัว” ปัญหาใหญ่ของธุรกิจ “กงสี” ทางออกคืออะไร?

พ.ค. 30, 2566 S.Vutikorn
มีตัวเลขที่น่าสนใจชุดหนึ่ง คือกว่า 80% ของตัวเลข GDP ประเทศไทยมาจากรายได้ของธุรกิจครอบครัว นอกจากนี้บริษัทจำนวน 3 ใน 4 ของธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็ยังเป็นกลุ่มธุรกิจครอบครัว 

ธุรกิจครอบครัวจึงถือเป็นสัดส่วนธุรกิจที่ใหญ่มากจนอาจเรียกได้ว่าเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจประเทศไทย 

ดังนั้น การรักษาและส่งต่อธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืนจึงถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยด้วยเช่นกัน 

ที่ผ่านมาธุรกิจครอบครัวต้องเจออุปสรรคในการบริหารงานหลายเรื่อง ซึ่งถือเป็นความท้ายใหม่ๆ เช่น

1. ความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและภาษี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายรับ รายจ่ายของกงสี อาทิ เรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีที่ดินรกร้าง ฯลฯ ที่มีอัตราการเรียกเก็บที่สูงขึ้น

2. ความเปลี่ยนแปลงระหว่างเจนเนอเรชั่น โดยเฉพาะในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา หลายครอบครัวต้องเสียผู้บริหารทางธุรกิจไป โดยที่ยังไม่ได้มีการวางแผนธุรกิจครอบครัวไว้ ในขณะที่หลายครอบครัวเริ่มมองเรื่องการวางแผนส่งต่อธุรกิจ ซึ่งการส่งไม้ต่อธุรกิจครอบครัวนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนก่อน เนื่องจากรุ่นลูก รุ่นหลาน ที่เป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ หลายคนอยากมีอิสระ อยากสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่หลายครอบครัวที่ต้องขายธุรกิจ เพราะว่าลูกหลานไม่รับช่วงต่อ

แต่อีกปัญหาที่เป็นคลื่นใต้น้ำ แต่มีพลังทำลายรุนแรงไม่แพ้กันก็คือความขัดแย้งในครอบครัว

พีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Wealth Planning and Non Capital Market Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ลูกค้ากลุ่ม Private Banking กว่า 15% ต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัวอันเนื่องมาจากการจัดการธุรกิจครอบครัวและทรัพย์สินกงสี

ที่สำคัญก็คือความขัดแย้งนี้ส่วนใหญ่เป็นปัญหาระดับรุนแรง จนครอบครัวแก้ปัญหาเองไม่ได้ ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพากฎหมายเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งจากสถิติพบว่า การใช้กฎหมายเข้ามาตัดสินจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเลวร้ายลงไปมากขึ้นกว่าเดิม

ต้นตอของปัญหา

หลายคนคงอยากจะรู้ว่าคนรวยเหล่านี้เขาทะเลาะกันเรื่องอะไร KBank Private Banking ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้ 

ถ้าไม่นับรวมเรื่องการทุจริต ธุรกิจครอบครัวมักเริ่มมาจาก

1. เรื่องความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกับครอบครัวจีนที่ยึดถือธรรมเนียมดั้งเดิม คือให้ความ สำคัญกับนามสกุลจึงทำให้ลูกชายมีบทบาทมากกว่าลูกสาว เพราะสังคมไทยเจ้าสัวยุคก่อนชอบบังคับให้ลูกๆ มาดูแลธุรกิจในแต่ละเรื่องผ่านความคิดเป็นของตัวเอง ลูกๆ จะพูดอะไรไม่ได้ จนกระทั่งเจนเนอเรชั่นแรกเริ่มวางมือจะมีความขัดแย้งมากขึ้น เช่น พ่อวางแผนธุรกิจหลักให้ลูกชาย ส่วนลูกสาวให้ทำธุรกิจอื่นๆ ที่เป็นรองทำให้เป็นเรื่องความขัดแย้งทางความรู้สึก

และในท้ายที่สุด ปัญหานี้จะเริ่มลามจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่ง เพราะว่าคู่ขัดแย้งจะได้รับข้อมูลจากฝั่งที่ตัวเองใกล้ชิด ซึ่งทำให้เกิดความล่มสลายของระบบกงสี

2. เรื่องการจัดการทรัพย์สินของกงสีที่ไม่ลงตัว เช่น ลูก 4 คนได้ที่ดินเป็นมรดกมา บางคนอยากขาย บางคนอยากเก็บ ทำอย่างไรจะตกลงกันได้ จะขายราคาเท่าไหร่ ขายแล้วแบ่งกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความขัดแย้งเริ่มต้นที่ลามไปถึงเรื่องอื่นๆ 

การแก้ปัญหาต้องใช้นักกฎหมาย + นักจิตวิทยา


เมื่อปัญหาครอบครัวเดินมาถึงจุดที่ไม่สามารถพูดคุยกันในบ้านได้อีกต่อไป ครอบครัวส่วนใหญ่จึงมัก จะใช้นักกฎหมายหรือทนายเข้ามาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาจนเกิดการฟ้องร้องกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก่อนที่จะมีการตัดสินทางกฎหมายนั้นก็คือความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเริ่มบาดหมางอย่างจริงจัง เพราะว่ามีนักกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการต่อสู้เพื่อเอาชนะทางข้อกฎหมาย และทำให้เรื่องเล็กๆ บางเรื่องขยายตัวจนนำไปสู่การแตกแยกของกงสีแบบถาวร

คำแนะนำของพีระพัฒน์ ก็คือบางครั้งคนกลางอย่างธนาคารก็สามารถเข้ามามีส่วนช่วยในการแก้ ปัญหาเหล่านี้ได้

“ส่วนใหญ่มองว่าธนาคารมีความเป็นกลาง เลยมาปรึกษาอะไรที่เป็นคนกลาง เพราะเมื่อไหร่ที่ขัดแย้งและมีการเชิญนักกฎหมายเข้ามา บรรยากาศครอบครัวจะเปลี่ยนไปทันที เนื่องจากจะเป็นเรื่องของการเอาชนะทางกฎหมาย เพราะทนายมองเรื่องข้อกฎหมายอย่างเดียว ไม่มีทักษะในการประนีประนอม แต่ธนาคารที่เป็น Private Banking ส่วนใหญ่จะมีทีมงานที่มีประสบการณ์ในการไกล่เกลี่ยได้ เพราะมีทีมงานที่ทำธรรมนูญครอบครัว มีทีมนักกฎหมาย และทีมนักจิตวิทยาที่จะช่วยแก้ ปัญหา”

ขั้นตอนการแก้ปัญหากงสี


โดยทั่วไปการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอน คือ

1.  วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการทำให้ครอบครัวกลับมาคืนดีกัน โดยคู่ขัดแย้งจะต้องเล่าปัญหาความขัดแย้ง เพื่อให้ทีมที่ปรึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา

2.  กำหนดแผนการไกล่เกลี่ย โดยตรวจสอบปัญหาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว

3. เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยโดยหาผู้เชี่ยวชาญการไกล่เกลี่ยทั้งทางด้านกฎหมายและจิตวิทยามาทำ งานร่วมกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะมี 3 แนวทาง คือ

3.1 ตกลงกันได้ตามข้อเสนอ โดยมีการนำนักกฎหมายเข้ามาช่วยในการร่างข้อตกลงร่วมกัน

3.2 คู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้ กรณีนี้จำเป็นต้องหานักกฎหมายที่คู่กรณีทุกฝ่ายร่วมกันเลือกมา เพื่อช่วยระงับข้อพิพาท โดยเน้นข้อกฎหมายเพื่อยุติข้อพิพาทแทนการฟ้องร้อง และจบด้วยการทำสัญญาร่วมกัน

3.3 ระงับข้อพิพาทไม่สำเร็จ กรณีนี้คู่พิพาทจะต้องไปดำเนินการฟ้องร้องกันในชั้นศาลต่อไป

ซึ่งจากประสบการณ์ที่ทำงานมาของพีระพัฒน์ พบว่าผลลัพธ์ของความขัดแย้งนั้น มีค่าเฉลี่ยทั้ง 3 แบบที่สูสีกัน

“ที่ผ่านมา เราเจอเคสทั้ง 3 แบบเลย สัดส่วนพอๆ กัน มีทั้งที่ตกลงได้ พี่หรือน้องยอมแยกจากกงสีไปแต่ความสัมพันธ์ยังมีอยู่ พี่หรือน้องยอมขายที่ดินมรดก ซึ่งธนาคารช่วยประเมินราคาที่ดินให้ เพราะมีทีมงานประเมินที่ดินอยู่แล้ว เราเข้าไปช่วยพี่น้องคำนวณว่าแต่ละคนจะได้เงินเท่าไหร่ ถ้าจะออกจากกงสีไป และก็มีแบบที่ตกลงกันไม่ได้ มีจบแบบต้องไปศาล

3 จุดเด่นของบริการ Reconciliation Service เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและยุติปมความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว คือ 1. รักษาสายสัมพันธ์ครอบครัว 2. ยุติความขัดแย้งในระยะเวลาอันสั้น 3.จัดการกงสีและธุรกิจได้อย่างราบรื่น” 

ธรรมนูญครอบครัว เครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดปัญหา

พีระพัฒน์ อธิบายว่า จากการที่ทีมงานได้ให้บริการลูกค้ารวมกว่า 4,000 ราย หรือประมาณ 790 ครอบ ครัว พบว่ากว่า 15% ของลูกค้าที่มีความต้องการวางแผนการบริหารสินทรัพย์ครอบครัวต้องเผชิญกับปมปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัวถึงขั้นสะดุดหยุดลงได้ ซึ่งหากธุรกิจครอบครัวของลูกค้าไม่สามารถไปต่อได้ อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย

ในขณะเดียวกัน หากปัญหาความขัดแย้งต้องเดินเข้าสู่กระบวนการศาล ผลที่ตามมาก็คือจะนำไปสู่การฟ้องร้องที่ยืดเยื้อและมีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงสร้างความเครียดและผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่มสลายของธุรกิจครอบครัวและกงสี

ดังนั้นคำแนะนำก็คือ ครอบครัวไหนที่มีขนาดใหญ่และกลัวว่าจะเกิดปัญหาในอนาคตให้รีบหาผู้เชี่ยว ชาญมาจัดทำ “ธรรมนูญครอบครัว”

ธรรมนูญครอบครัว คือบันทึกข้อตกลงร่วมกันของคนในครอบครัวเกี่ยวกับการวางแผนและจัดการเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องธุรกิจครอบครัว เช่น นโยบายการทำงานของสมาชิกในธุรกิจครอบครัว รวมถึงเรื่องสิทธิและหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว เพราะจะเป็นตัวกำหนดกฎ กติกา และเงื่อนไขในการทำงานร่วมกันเพื่อลดความขัดแย้งของคนรุ่นปัจจุบัน และป้องกันการเกิดปัญหาของสมาชิกรุ่นต่อๆ ไปที่เข้ามาสืบทอดธุรกิจ

“ค่าใช้จ่ายในการเขียนธรรมนูญครอบครัวจะตกประมาณ 4-5 แสนบาทต่อเคส เช่น การคิดค่าใช้จ่ายในการประชุม 10 ครั้ง เพราะมีสำนักกฎหมายที่รับทำธรรมนูญครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ถูกกว่าค่าทนายเวลาเกิดปัญหาขึ้นมา เพราะทั้ง 2 ฝั่งต้องจ้างทนาย”

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วยได้

อีกหนทางหนึ่งในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของระบบกงสีที่ได้ผลก็คือการปรับโครงสร้างการจัดการธุรกิจครอบครัวด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักคือการขยายธุรกิจหรือระดมทุน แต่เอาเข้าตลาดเพื่อเป็นการป้องกันความขัดแย้งของเจนเนอเรชั่นถัดไปที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต 

พูดง่ายๆ ก็คือเปลี่ยนการทำงานจากระบบกงสีไปสู่ระบบการบริหารงานที่เป็นมาตรฐาน โดยคนในกงสี Exit มาเป็นผู้ถือหุ้นแทน โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารงาน ส่วนเรื่องการบริหารงาน ถ้าคิดว่ายังจำเป็นต้องบริหารต่อก็ทำได้ หรือจ้างนักบริหารมืออาชีพเข้ามาสานต่อก็ได้

“ธุรกิจครอบครัวยังไงก็ยังเป็นครอบครัวอยู่ แม้ว่าจะเข้าตลาด สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจะเป็นเรื่องของรูปแบบมากกว่า เช่น การทำให้กงสีเป็น Professional มากขึ้น เอามือปืนเข้ามาบริหาร แต่ว่าโครงสร้างยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact