หากพูดถึงผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างแบบสำเร็จรูปพฤกษา เรียลเอสเตท ถือได้ว่าเป็นอันดับ1ในวงการอสังหาริมทรัพย์ซึ่งขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ พฤกษา ด้วยนวัตกรรมมาโดยตลอด
ปีที่ผ่านมา พฤกษาทำตลาดโดยเน้นกลยุทธ์พฤกษา 4.0 เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่มีไลฟ์สไตล์ต่างไปจากเดิมโดยเน้นทำ 4 เรื่องคือ Smart Product พัฒนาสินค้าเพิ่มการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวSmart Marketing เน้นทำDigital Marketing ตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัลSmart Home Application สร้าง Home Service Application ที่รวบรวมบริการต่างๆ แบบครบวงจร ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อบริการลูกบ้าน เรื่องสุดท้ายคือ Smart Construction นำนวัตกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัยมาใช้ในการก่อสร้าง
ปีนี้ พฤกษา ตอกย้ำความเป็นอันดับ 1 ในวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการมุ่งพัฒนาคุณภาพบ้าน ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย ต่อยอดกลยุทธ์ พฤกษา 4.0 ด้วยการสร้าง Pruksa Quality Standardเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานบ้านพฤกษา
“ในปีนี้กลยุทธ์ของเราจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหนึ่งคือการรักษาความเป็นเบอร์ 1 ของพฤกษาเอาไว้พร้อมทั้งมุ่งให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เรื่องที่สองคือมุ่งสร้างแบรนด์เพื่อให้เป็น Trust Markและสามคือการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารที่ดิน ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่เราต้องการทำให้เพิ่มขึ้นเพื่อให้แบรนด์ของพฤกษาเติบโตในระยะยาวเราจะปรับ Portfolio ตามตลาด สำหรับปีนี้ตลาดคอนโดมิเนียมบูมมาก รองลงมาก็คือทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว เราพยายามจะปรับPortfolio ของเราให้เติบโตล้อไปกับตลาดด้วยเช่นกัน”คุณปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)กล่าวถึงกลยุทธ์บุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ของพฤกษา
สำหรับPruksa Quality Standard จะโฟกัสที่ 4 เรื่องสำคัญคือ Safety Homeพฤกษาโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบพรีคาสท์ซึ่งมีความปลอดภัย โครงสร้างภายในแข็งแรง และสามารถป้องกันแผ่นดินไหวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต Healthy Homeเป็นเรื่องของอากาศภายในบ้านที่สามารถถ่ายเทได้ ไม่อับชื้น มีการจัดวางเรื่องของประตูหน้าต่างให้ลมเข้าออกสะดวกGreen Homeบ้านประหยัดพลังงาน หลังคา Skylight ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในบ้าน ระบบไฟ LED ทั้งหลังและการนำแผงโซล่าร์เซลล์มาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้า สุดท้ายคือเรื่องของSmart Homeระบบ Home Automationช่วยควบคุมการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ง่ายเพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน สามารถสั่งให้เปิดแอร์ เปิดไฟ หรือปัจจุบันเทรนด์เรื่องของการสั่งของออนไลน์กำลังเติบโต พฤกษามีระบบSmart Locker ที่ลูกบ้านสามารถเปิด-ปิด Locker เวลามีคนมาส่งของโดยไม่ต้องให้ขึ้นไปส่งถึงห้อง