การพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดนิ่งผลักดันให้เจียไต๋สามารถเป็นผู้นำธุรกิจเกษตรมายาวนานกว่าศตวรรษ และด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กร คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้ซึ่งมีแนวคิดในการเสาะหานวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อพัฒนาองค์กรเสมอ จึงทำให้เจียไต๋สามารถคงความเป็นผู้นำของกลุ่มธุรกิจด้านปัจจัยการผลิต ซึ่งเป็นธุรกิจแรกเริ่มไปพร้อมๆ กับการพัฒนากลุ่มธุรกิจใหม่ (New S-Curve) อย่างธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภค
โดยที่ผ่านมา ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ที่เป็นธุรกิจตั้งต้นของเจียไต๋ได้มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ อัตราการงอกสูง ทนร้อน ทนโรค เพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกได้ผลิตผลที่ดี เป็นที่ต้องการของตลาด และผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและบริโภคพืชผักผลไม้ที่สด สะอาด และปลอดภัย โดยในปัจจุบัน เจียไต๋มีสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนถึง 9 แห่ง

พัฒนา Input Provider สู่ Solution Provider
ดร.วัลลภัช แก้วอำไพ ประธานบริหารด้านกลยุทธ์องค์กร บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า เจียไต๋ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 102 ปีโดยไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อมอบสิ่งที่ดีมีคุณภาพให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งในศตวรรษใหม่นี้ เจียไต๋ได้ปรับจากการเป็น Input Provider สู่การเป็น Solution Provider ส่งมอบโซลูชั่นทางการเกษตร เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการใหม่ๆ เกิดเป็น New S-curve อย่างธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร หรือ AgTech ภายใต้แบรนด์ธุรกิจใหม่ที่ชื่อฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) ซึ่งประกอบด้วยสินค้า เช่น โดรนเพื่อการเกษตร โรงเรือนอัจฉริยะ เป็นต้น

ครอบคลุมต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เจียไต๋มุ่งเป้าหมายในการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งสามารถตอบโจทย์และช่วยสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับทั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มคู่ค้า และกลุ่มลูกค้า อาทิ
ธุรกิจเมล็ดพันธุ์เจียไต๋และเมล็ดพันธุ์เจียไต๋ โฮมการ์เด้น ได้วิจัยและปรับปรุงสายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพมากถึง 485 สายพันธุ์ ใน 42 ชนิดพืช และเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์ไทยรายแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน International Seed Testing Association (ISTA)
ธุรกิจปุ๋ยตรากระต่าย ท่ามกลางสถานการณ์ราคาปุ๋ยที่ผันผวนในปีที่ผ่านมา ปุ๋ยตรากระต่ายได้เสาะหาโซลูชั่นเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยได้คิดค้นและส่งปุ๋ยสูตรใหม่ 10-10-10 สู่ตลาด พร้อมแนะนำวิธีการผสมปุ๋ยให้เกษตรกรได้เลือกใช้ตามความต้องการของพืชที่ตนปลูก ซึ่งเป็นทางเลือกให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในช่วงที่ปุ๋ยสูตรอื่นๆ ขาดตลาดและมีราคาสูงได้
ธุรกิจอารักขาพืชเจียไต๋ ได้พัฒนาองค์ความรู้และทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานผลิตภัณฑ์อารักขาพืช โดยรวบรวมเป็นโซลูชั่นการปลูกข้าวที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถใช้กับโดรนเพื่อการเกษตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก เพิ่มคุณภาพของผลิตผลข้าว
ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร ภายใต้แบรนด์ฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) นำเสนอนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร โรงเรือนอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มชุมชนเกษตร พร้อมสร้างแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ โดยมีกูรูแนะนำข้อมูลการเพาะปลูก สินค้า และบริการทางการเกษตรครบในที่เดียว
และธุรกิจผลสดและร้านอาหาร ผลสดเจียไต๋ฟาร์มและร้านอาหารเจียไต๋ฟาร์ม อีทเทอรี เป็นการต่อยอดปลายน้ำของการเกษตร ยกระดับและเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตรจากฟาร์มของเกษตรกร ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลสดได้ด้วยระบบ i-Trace
AgTech แก้ปัญหา 3 ด้าน
ปีที่ผ่านมา เจียไต๋ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่อย่างธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร (AgTech) ภายใต้แบรนด์ฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) ที่มีโดรนเพื่อการเกษตรและโรงเรือนอัจฉริยะเพื่อรับมือและแก้ปัญหาด้านการเกษตรของประเทศไทยในประเด็นหลักๆ 3 ด้าน ได้แก่ Climate Change สภาพอากาศแปรปรวนนำมาซึ่งความแห้งแล้ง และส่งผลต่อภาคการเกษตรโดยตรง Food Security ความมั่นคงทางอาหารที่นานาประเทศกำลังให้ความสำคัญ และ Aging Society แนวโน้มอายุเฉลี่ยของแรงงานภาคการเกษตรไทยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในอนาคตการเกษตรไทยอาจจะขาดแคลนแรงงานที่มีศักยภาพเพียงพอ

ดร.วัลลภัช กล่าวว่า ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร (AgTech) ภายใต้แบรนด์ฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหา หรือ Pain Points ทั้ง 3 ด้านดังกล่าวยังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้วงการเกษตรไทย โดยเปลี่ยนจากเกษตรแบบยังชีพสู่เกษตรแบบมืออาชีพที่ประกอบไปด้วย 3 มิติ ได้แก่
Precision Agriculture การเกษตรแม่นยำ เช่น การปลูกข้าว นอกจากโซลูชั่นในการปลูกข้าวแล้ว เจียไต๋นำเสนอการใช้โดรนเพื่อการเกษตรเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพ่นและการหว่าน สามารถวิเคราะห์และพ่นเฉพาะจุดที่ต้องการได้, วิเคราะห์และสำรวจพื้นที่แปลงในรูปแบบของ Smart Cultivation ผสานการใช้ Automation ต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ โรงเรือนอัจฉริยะยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเพาะปลูกได้ด้วยระบบต่างๆ ภายในโรงเรือน อาทิ ระบบ Evaporation ระบบให้น้ำ ให้ปุ๋ย ระบบสแลนพรางแสง เป็นต้น
Protected Agriculture การเกษตรแบบป้องกันด้วยโรงเรือนอัจฉริยะ ปกป้องพืชผลและควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับแต่ละชนิดพืช รวมถึงการใช้ IoT เพื่อประเมินสภาพอากาศ ประเมินโรคพืช หรือความเสี่ยงต่างๆ
Productive Agriculture เพิ่มผลิตผลทางการเกษตร ผ่านการส่งมอบองค์ความรู้ด้านการใช้ผลิตภัณฑ์อารักขาพืชและโซลูชั่นต่างๆ อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และปลอดภัยให้กับเกษตรกร เพื่อให้เกิด Green Agriculture ในวงการเกษตรไทย
พลิกโฉมวงการเกษตรไทยเป็นเกษตรอัจฉริยะ
เจียไต๋ตั้งเป้าพลิกโฉมวงการเกษตรไทยสู่การเกษตรแบบมืออาชีพด้วยเกษตรอัจฉริยะ เสริมสร้างภาพลักษณ์ของอาชีพเกษตรกรรมให้เป็นอาชีพที่มั่นคงและสมาร์ท เพื่อดึงให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับอาชีพด้านนี้ นอกจากนี้ ยังสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพให้กับเกษตรกร สร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน และเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร
สำหรับแนวทางการต่อยอดให้องค์กรพัฒนา หรือเสาะหา Innovation ต่อไปในอนาคตนั้น เจียไต๋กำลังร่วมเสาะหาโซลูชั่นในการรับมือและแก้ปัญหาเรื่องการแปรปรวนของสภาพอากาศ เพื่อให้เกิด Clean Technology และ Green Agriculture เกษตรปลอดภัยอย่างยั่งยืน
“เจียไต๋ได้มุ่งเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรของไทย รวมไปถึงร่วมสร้าง Clean Technology หรือเทคโนโลยีเกษตรที่ปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีด้านนวัตกรรมอย่าง Innovation Cycles ของ Joseph Schumpeter ที่กล่าวว่าในระหว่างปี 2020 ไปจนถึง 25 ปีข้างหน้า ซึ่งเรากำลังอยู่ในเวฟที่ 6 นั้น ธุรกิจต่างให้ความสำคัญเรื่อง AI & IoT, Robots & Drones, และ Clean Tech ทั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายของสภาพอากาศ โดยในเรื่องนี้ เจียไต๋เราได้ให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัยและเหมาะสม เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้ ให้เกษตรกรใช้ได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัยต่อตัวเอง ต่อผู้บริโภค และต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเรื่องของ Zero Waste ในภาคการเกษตรที่เราก็ให้ความสำคัญ ทั้งนี้เพื่อพัฒนาการเกษตรของไทย พร้อมๆ กับสร้างความยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วน”