ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เลอโนโว ตระหนักดีว่าสามารถมีส่วนช่วยสร้างความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้วยเหตุนี้การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวจึงมุ่งเน้นที่การประหยัดพลังงาน การนำพลาสติกใช้แล้วมารีไซเคิลเพื่อเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ การใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนในโรงงานผลิต ซึ่งเหล่านี้คือตัวอย่างบางส่วนของการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน และแก้ปัญหาโลกร้อนอันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ
“เลอโนโวตั้งเป้าในการเป็นบริษัท Net-Zero ภายในปี 2050 โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เป้าหมายของเราได้รับการตรวจสอบและรับรองโดย Science Based Targets Initiative (SBTi) โดยการจะไปสู่ความเป็น Net-Zero ในปี 2050 นั้น เลอโนโวได้กำหนดเป้าหมายต่างๆ ไว้ อาทิ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลง 50% ภายปี 2030 ตั้งเป้าในการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องเดสก์ท็อปและเซิร์ฟเวอร์ให้กินไฟน้อยลง 50% และโน้ตบุ๊คกินไฟน้อยลง 30% อีกทั้งภายในปี 2023 เราได้มีการตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 1 ล้านตันจากห่วงโซ่ Supply Chain ของเลอโนโว เพื่อสร้างกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน” คุณธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว อินโดจีน กล่าวถึงเป้าหมายของเลอโนโวในการเดินหน้าลดผลกระทบเชิงลบให้กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาเลอโนโวมีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนไปแล้วในหลายมิติ ตัวอย่าง เช่น ทำงานร่วมกับ Carbon Disclosure Project หรือ CDP คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ผู้สร้างระบบตรวจวัดรายงาน และเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นมาตรฐานสำหรับองค์กรหรือเมืองต่างๆ ทั่วโลก เพื่อผลักดันให้ซัพพลายเออร์และคู่ค้าของเลอโนโวหันมาให้ความสำคัญกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่ตัวเองสร้างขึ้น รวมถึงช่วยหามาตรการลดผลกระทบดังกล่าว เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero แบบองค์รวม
นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำโครงการ Supplier Emissions Mitigation Program เพื่อให้ซัพพลายเออร์เข้าร่วมในการกำหนดเป้าหมายสู่ความเป็น Net-Zero ของตัวเองภายใต้เกณฑ์มาตรฐานแบบ Science-based Targets นอกเหนือจากการทำงานกับซัพพลายเออร์ในการตั้งเป้าหมาย เลอโนโวได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทขนส่ง อาทิ Maersk เพื่อขนส่งสินค้าทางทะเล และ DB Schenker และ Lufthansa Cargo เพื่อขนส่งสินค้าทางอากาศผ่านการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน
กระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน เลอโนโวได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโรงงานผลิตที่ไม่เพียงล้ำสมัยแต่ยังคำนึงถึงความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่าง เช่น โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวที่อู่ฮั่น ซึ่งเป็นโรงงานแรกและโรงงานเดียวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ได้รับการรับรองจาก CESI ในประเทศจีน หรือตัวอย่างจากสำนักงานแห่งใหม่ของเลอโนโวที่ประเทศฮังการีที่ได้มีการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ซึ่งสามารถผลิตกำลังไฟได้มากถึง 0.5 เมกะวัตต์ ซึ่งเปรียบเทียบได้เพียงพอกับพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน 100 หลัง หรือหมู่บ้านขนาดย่อม โดยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เลอโนโวนำมาตอบโจทย์เรื่องของความยั่งยืน ลด Carbon Footprint คือการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้วัสดุที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ด้วยการบูรณาการนำวัสดุที่ใช้แล้วหรือเหลือใช้เข้ามาผนวกในผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ตั้งแต่ปี 2005 ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวได้ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในการจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวัสดุจากกระบวนการรีไซเคิลแบบปิด หรือ Closed-loop Recycled Content เข้ามาใช้ในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อลดปริมาณขยะและสร้างความยั่งยืน โดยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปี 2023 เลอโนโวได้นำเอาวัสดุรีไซเคิลมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวแล้วเกือบ 300 ผลิตภัณฑ์
ตัวอย่าง เช่น โน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 ที่เปิดตัวในงาน CES 2023 ประกอบด้วยพลาสติก Post Consumer Content หรือ PCC สูงถึง 97% ในช่องใส่แบตเตอรี่ และ 95% ในกล่องลำโพงและอะแดปเตอร์ AC ส่วนของ ThinkPad Z ซีรีส์ใหม่ที่ใช้กับ ThinkPad Z13 และ Z16 มีเน้นใช้วัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขณะที่ยังคงความทนทาน เช่น หนังวีแกนทำจากพลาสติกรีไซเคิล 100% อะลูมิเนียมรีไซเคิล 75%
อีกตัวอย่างหนึ่ง คือการออกแบบบรรจุภัณฑ์กล่องใส่โน้ตบุ๊คในตระกูล ThinkPad ให้สามารถปิดล็อกได้โดยไม่ต้องใช้เทปพลาสติกเพื่อซีลปิดกล่องจึงเป็นการช่วยลดการใช้เทปพลาสติกได้เป็นจำนวนมากถึง 54 ตันต่อปี และภายในปี 2025 เลอโนโวตั้งเป้าการนำพลาสติกรีไซเคิลประเภท PCR (Post-consumer Recycled Content) น้ำหนักรวม 300 ล้านปอนด์ มาใช้ในการทำบรรจุภัณฑ์ อีกทั้งตั้งเป้าให้ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของเลอโนโวทั้งหมดในอนาคตมีส่วนประกอบจากพลาสติกรีไซเคิลแบบ PCR
นอกจากนี้ ในปี 2018 เลอโนโวมีการใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ชีวภาพที่ทำจากเส้นใยไม้ไผ่และอ้อยที่ย่อยสลายได้ 100% มาผลิตเป็นกล่องใส่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่ากล่องรุ่นเก่าแต่ยังคงความแข็งแรง ทดแทนการใช้ลังกระดาษและโฟมแบบเดิม ช่วยลดการปล่อย CO2 ที่เกิดจากกระบวนการขนส่งได้เพิ่มขึ้น 6.7%
“ภายในปีงบประมาณ 2029/30 เลอโนโว ได้รับมาตรฐานฉลากสิ่งแวดล้อม EPEAT ระดับ Gold และใบรับรอง ENERGYSTAR สำหรับผลิตภัณฑ์ ThinkPad ทั้งหมด เรายังมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรา เช่น ThinkPads, ThinkVision, Yoga, ThinkCentre ที่ตรงตามเกณฑ์การใช้งาน EPEAT™ Post-Consumer Recycled Content หรือ PCC 10% ขึ้นไป”

คุณธเนศ กล่าวเสริมด้วยว่า หัวใจสำคัญของการทำเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ประสบความสำเร็จ คือการมีความเชื่อมั่นและเข้าใจตรงกันทั้งองค์กรว่า นโยบายสีเขียวจะนำพาบริษัทและ Stakeholders ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรคู่ค้า พนักงาน และลูกค้าไปสู่การสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม
นอกจากนั้น เลอโนโวยังมุ่งมั่นและสนับสนุนให้องค์กรไปสู่ Net-Zero Standard โดยนำ Science Based Targets มาใช้ ทั้งนี้การไปสู่มาตรฐานดังกล่าว ไม่เพียงแค่ให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเลอโนโวเท่านั้น แต่ยังแบ่งปันการดำเนินการของเราให้บริษัทอื่นๆ ได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน
ประการสุดท้าย การดำเนินธุรกิจระดับโลกและระดับท้องถิ่นของเลอโนโวจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกิจกรรมการกุศลของเลอโนโว อาทิ กิจกรรมส่งเสริมผลกระทบเชิงบวกทางสังคมการบริจาคเพื่อการกุศลของบริษัทจะขับเคลื่อนผ่านผู้เชี่ยวชาญในชุมชน และผู้นำพนักงานในองค์กร เพราะเราทราบดีว่าการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบเชิงลบกับสังคมจำเป็นต้องให้แต่ละท้องถิ่นเป็นคนดูแลเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ หรือโลกร้อน ถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องมีการดำเนินการโดยเฉพาะ เลอโนโวเชื่อว่าการนำนวัตกรรมอัจฉริยะเข้ามาช่วยจะสร้างให้โลกมีความยั่งยืนมากขึ้น แผนการในปีนี้ของเลอโนโวจึงมองถึงการปรับปรุงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายเชิงรุก จากนั้นลงมือทำจริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายวัดผลการปฏิบัติงานในแต่ละเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปในแนวทางที่วางไว้
“เราจะทำงานผ่านความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก เพื่อลด Carbon Footprint จากทุกกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจทั่วโลกของเราอย่างต่อเนื่อง โดยลงมือทำตามนโยบายด้านสภาพอากาศและพลังงานขององค์กรอย่างจริงจัง ปรับใช้กลยุทธ์แก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนระยะยาวแบบทำทันที กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายทั้งองค์กร ซึ่งสนับสนุนนโยบายและกลยุทธ์ข้างต้น รวมทั้งแสดงผลความคืบหน้าของการทำได้ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายแบบปีต่อปีตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Management System-EMS เพื่อให้เลอโนโวสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง” คุณธเนศ กล่าวปิดท้าย