หลังจากปิดดีลการเข้าซื้อปั๊มน้ำมันโลโก้เสือ “ESSO” โดย “บางจาก” เมื่อต้นปีนี้ โดยเข้าซื้อหุ้นมากกว่า 65% ของเอสโซ่จากเอ็กซอนโมบิล มูลค่าตั้งต้นซื้อขายตามมูลค่ากิจการที่ 55,500 ล้านบาท
ทีนี้ เรามาดูกันว่า เมื่อ ESSO เข้ามารวมกับบางจากแล้ว จะใหญ่ขนาดไหน ? เริ่มจากจำนวนสาขาของสถานีบริการน้ำมัน เมื่อบางจาก กับ ESSO รวมกันจะมี 2,193 สถานี ซึ่งจะเป็นผู้เล่นสำคัญเทียบเท่ารายใหญ่ในตลาดทันที
หากเทียบกับผู้เล่นในตลาดสถานีบริการน้ำมันรายอื่นอย่าง OR มี 2,183 สถานี PTG มี 2,166 สถานี Shell 634 สถานี คาลเท็กซ์ 400 สถานี และ SUSCO 254 สถานี
ขณะเดียวกัน บางจาก จะมีความสามารถการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจ Non-Oil อย่างการขยายสาขาธุรกิจร้านกาแฟที่มีอยู่นั่นคืออินทนิลที่มี 1,023 สาขา การได้สาขา ESSO เพิ่มมาอีก 832 สถานี หมายความว่านี่คือโอกาสในการขยายสาขาร้านกาแฟอินทนิล ไปได้อีกมากทันที
นอกจากนี้ ผลประกอบการของบางจาก ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งหากดูผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บางจากมีรายได้ 149,754 ล้านบาท รวมกับ ESSO ที่มีรายได้ 111,545 ล้านบาท รวมกันจะสร้างรายได้เกือบ 300,000 ล้านบาท โดยผู้เล่นใหญ่สุดในตลาดอย่าง OR มีรายได้อยู่ 387,396 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บางจาก และ ESSO ยังมีรายได้จากธุรกิจโรงกลั่นรวมอยู่ด้วย โดยหลังเข้าซื้อกิจการ บางจากจะมีกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้น เป็น 228,600 บาร์เรลต่อวัน
ซึ่ง OR นั้นไม่มีรายได้จากธุรกิจโรงกลั่น แต่มีธุรกิจโรงกลั่นในเครือ PTT เช่น PTTGC, IRPC, Thaioil ที่มีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 688,900 บาร์เรลต่อวัน
สรุปแล้ว ในวันที่บางจากรวมกับพี่เสือ Esso สิ่งที่จะได้เห็นจากนี้คือ
- สถานีบริการน้ำมัน ESSO จะเปลี่ยนเป็นบางจากทั้งหมดภายในระยะเวลา 2 ปี
- โอกาสที่ร้านกาแฟอินทนิลจะเข้าไป อยู่ใน ESSO ทุกสาขา
- บางจากจะกลายเป็นผู้เล่นสำคัญของตลาดสถานีบริการน้ำมัน และโรงกลั่นทันที