Carlos Sainz ยอดนักขับจากทีม “ม้าลำพอง” Ferrari คว้าแชมป์ Formula One Singapore Airlines Singapore Grand Prix (GP) 2023 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอย่างพลิกความคาดหมาย ยุติสถิติชนะต่อเนื่องของ Max Verstappen นักขับจากทีม Red Bull เป็นสีสันสำคัญ ตอกย้ำความสำเร็จของการตัดสินใจนำการแข่งขันกีฬา ซึ่งถือได้ว่าสร้างความตื่นเต้นมากที่สุดเข้ามาแข่งในประเทศ
นี่เป็นชัยชนะครั้งที่ 2 ในอาชีพของ Sainz โดยแซง Lando Norris จากทีม McLaren และ Lewis Hamilton จาก Mercedes เป็นการจบการแข่งขันแบบที่แฟนๆ แทบไม่ได้เห็นมาทั้งฤดูกาล ก่อนหน้านี้ทีม Red Bull ชนะ 14 รายการติดต่อกัน และ Max Verstappen นักขับหลักของทีมชนะ 10 รายการติดต่อกัน
Verstappen จบอันดับ 5 ตามหลัง Charles Leclerc จาก Ferrari กระนั้นก็ยังคงเป็นอันดับ 1 ในตารางคะแนนรวมการแข่งขันชิงแชมป์โลก มีคะแนนมากกว่า Sergio Pérez เพื่อนร่วมทีม 151 คะแนน
Singapore Grand Prix เป็นรายการหนึ่งของการแข่งขัน Formula One World Championship จัดขึ้นที่ Marina Bay Street Circuit จุดเด่นคือเป็นการแข่งขันตอนกลางคืน ระยะทาง 5.063 กม. 24 รอบเส้นทางถนนเลียบอ่าวแห่งแรกในเอเชีย
สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัด Singapore Grand Prix มาตั้งแต่ปี 1966-1973 จากนั้นหยุดไปช่วงหนึ่ง กลับมาแข่งอีกในปี 2008 การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติที่สำคัญรายการนี้ ได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในสนามที่ท้าทายและมีเอกลักษณ์ที่สุดในปฏิทิน F1 ล่าสุดสัญญาขยายไปถึงปี 2028
ข้อมูลระบุว่า รัฐบาลสิงคโปร์ใช้เงินจัดงานเฉลี่ยประมาณปีละ 90 ล้านดอลลาร์ เป็นการรับผิดชอบร่วมกันของรัฐบาล 60% และเอกชน เช่น โรงแรมตากอากาศ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ฯลฯ อีก 40%
Singapore Grand Prix เป็นงานสำคัญถูกมองว่าเป็นช่องทางการทำ Nation Branding ในเวทีโลก บัตรจำนวน 100,000 ใบ Sold Out ทุกครั้ง
The Business Times สื่อของสิงคโปร์รายงานว่า คาดว่าจะมีผู้ชมประมาณ 250,000 คน ในช่วงการแข่งขัน 3 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ (15 ก.ย.) ถึงวันอาทิตย์ ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมคาดหวังรายรับรวมจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากพรมแดนเปิดใหม่ทั้งหมดแล้ว
ทั่วเกาะสิงคโปร์มีโรงแรมมากกว่า 430 แห่ง มีห้องพักมากกว่า 70,000ห้อง ยกตัวอย่างราคาที่พักช่วงการแข่งขัน โรงแรม Fairmont Singapore ห้องขนาด 484 ตารางฟุต คืนละ 1,405 ดอลลาร์สิงคโปร์ (36,700 บาท) โรงแรม Pan Pacific Singapore ห้องขนาด 495 ตารางฟุต คืนละ 1,580 ดอลลาร์สิงคโปร์(41,300 บาท) ส่วนโรงแรม Ritz-Carlton Millenia ห้อง Premier Suite คืนละ 4,800 ดอลลาร์สิงคโปร์(125,500 บาท)
ข้อมูลของคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ระบุว่า Singapore Grand Prix 2022 สร้างรายได้มากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (39,240 ล้านบาท) รวมการใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และความบันเทิง สร้างงานมากกว่า 3,000 ตำแหน่งในภาคการท่องเที่ยวและการบริการ และกว่า 10,000 ตำแหน่งในภาคอื่นๆ เช่น การก่อสร้าง โลจิสติกส์ และการขนส่งนอกจากนั้นการแข่งขันยังช่วยส่งเสริมสิงคโปร์เป็นทั้ง Global City และ Tourism Destination เป็นอานิสงส์จากมีถ่ายทอดสดไปยังผู้ชมกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก
ภายใต้จุดเด่นที่มีมาตลอดของ F1 ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำของผู้ผลิตรถยนต์ การขับเคี่ยวของนักขับเก่งที่สุดของโลกตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน การจัดแข่งขันช่วงกลางคืนสะท้อนเสน่ห์ในฐานะเมืองที่มีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้น
การแข่งขันจัดขึ้นบนสนามแข่งที่คดเคี้ยวผ่านสถานที่สำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ในฐานะเมืองที่มีความเป็นสากล นอกจากนั้นการสนับสนุนจาก Sponsor ที่ส่วนใหญ่เป็น Global Brand เป็นปัจจัยสำคัญยกระดับชื่อเสียงของแบรนด์ประเทศสิงคโปร์สู่ระดับ World Class เวทีโลก
และนี่คือต้นแบบที่น่าศึกษาของการสร้าง Nation Brand โดยใช้ Soft Power เป็นจักรกลในการขับเคลื่อนที่ทรงพลัง
นักสังเกตการณ์ชี้ว่า ความท้าทายและเป้าหมายของสิงคโปร์ไปไกลกว่าความพยายามในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล และภาคเอกชนที่แข็งขันอย่างไม่ต้องสงสัย
ที่มา
www.theguardian.com/sport/2023/sep/17/carlos-sainz-holds-off-lando-norris-to-win-dramatic-singapore-f1-grand-prix