หลังขายกิจการเอสโซ่ให้กับกลุ่มบางจาก “เอ็กซอนโมบิล” เดินหน้าสร้างความชัดเจนให้กับองค์กรด้วยธุรกิจน้ำมันเครื่อง-เคมีภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นเสาหลักต่อไปในอนาคต เพราะที่ผ่านมาเอ็กซอนโมบิลทำธุรกิจหลายอย่างในมือ ซึ่งน้ำมันใสเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
มาโนช มั่นจิตจันทรา ผู้จัดการฝ่ายขายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น บริษัท เอ็กซอนโมบิล มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมุ่งหน้าทำตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นโมบิลซึ่งเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 90 ปีอย่างจริงจัง โดยปัจจุบันน้ำมันเครื่องโมบิลทำสินค้าครอบคลุมในตลาดที่หลากหลาย อาทิ Mobil 1 สำหรับรถยนต์ B2C , Mobil Super สำหรับตลาด B2B , Mobil Delvac รถยนต์เชิงพาณิชย์ และ Mobil SHC น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องจักรภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้จากข้อมูลกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน พบว่าน้ำมันเครื่องโมบิลมีส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งกลุ่ม B2C และ OEM ประมาณ 5-7%
“หลังจากที่ขายกิจการเอสโซ่ให้กับบางจากไป ทำให้น้ำมันเครื่องโมบิลจะถูกถอดออกปั้มน้ำมันเอสโซ่ แต่ลูกค้าก็ยังสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์โมบิล ได้ที่ร้านค้าอะไหล่กว่า 700 แห่งทั่วประเทศ หรือนำรถเข้ารับบริการด้วยผลิตภัณฑ์โมบิล ได้ที่ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์กว่า 1,400 แห่ง ซึ่งรวมถึงเครือข่ายการดูแลรถยนต์ภายใต้แบรนด์โมบิล ศูนย์บริการบี-ควิก และ ออโต้วัน อย่างไรก็ตามการนำสินค้าออกจากปั้มน้ำมันเอสโซ่ในครั้งนี้ ไม่กระทบบริษัทมากนัก เพราะรายได้จากช่องทางจำหน่ายผ่านปั้มน้ำมันมีไม่ถึง 5%”
นอกจากผลิตภัณฑ์หล่อลื่นโมบิล เพื่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เอ็กซอนโมบิล ยังทำธุรกิจเคมีภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ต่างๆ ของเอ็กซอนโมบิล สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ จำหน่ายโดยตรงไปยัง และผ่านตัวแทนจำหน่าย
“ธุรกิจน้ำมันเครื่องมีโอกาสทางการตลาดอีกมาก เพราะเป็นสินค้าที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และเป็นหนึ่งในสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ที่สำคัญเรายังพัฒนาน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตของตลาดดังกล่าว”