นับตั้งแต่ปี 2532 ที่เข้ามาสร้างตลาดค้าส่งโมเดิร์นเทรดที่มีรูปแบบการให้บริการ Cash & Carry ผ่านระบบสมาชิก แม็คโครก็แทบจะเป็นรายเดียวในตลาดที่ไม่มีคู่แข่งขัน โดยแม็คโครเองมีการแตกโมเดลร้านค้าส่ง “ฟู้ด เซอร์วิส ที่จับกลุ่มผู้ประกอบการ HoReCa และผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย และกลายเป็นสมรภูมิที่ถูกจับตามองจากการเข้ามาทำตลาดของกลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้แบรนด์ GO Wholesale
โดยมีแผนเปิดตัวอย่างชัดเจนว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีการเปิดสาขาทั้งหมด 4 สาขา สาขาแรกในวันที่ 27 ตุลาคมที่บริเวณด้านหน้าสโตร์แบรนด์ไทวัสดุ × BnB Home สาขาสมุทรปราการ (ศรีนครินทร์-วงแหวนกาญจนาฯ) สาขาที่ 2 ในเดือนพ.ย.ที่เชียงใหม่ ซึ่งจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นสาขาของ BnB Home บริเวณด้านข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต ส่วนสาขาที่ 3 และ 4 จะเปิดในเดือนธันวาคม ที่พัทยาบริเวณที่เป็นสาขาของ BnB Home เดิม และสาขาอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ที่อาคารสโตร์แบรนด์ ไทวัสดุเดิม และภายใน 5 ปี จะเปิดสาขารวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 40 – 50 สาขา และน่าจะช่วยผลักดันให้สามารถทำยอดขายได้ 7 – 8 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมี “บิ๊กซี ฟู้ด เซอร์วิส” ของบีเจซี ที่เปิดสาขาไปแล้ว 5 สาขา ที่สาขาโชคชัย 4 สาขาเมืองทองธานี สาขาปาล์มไอส์แลนด์ ถนนเทพารักษ์ สำโรง สาขาถนนเอกชัย บางบอน และล่าสุดสาขาบางนา

ผู้บริหารของบิ๊กซี คือ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ “BRC” บอกว่า ตลาดฟู้ดเซอร์วิส ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย การเปิดบิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิสจึงเป็นเสมือนการเข้ามาเทสต์ตลาดและพร้อมจะบุกอย่างจริงจัง แม้จำนวนสาขายังมีไม่มากนัก แต่บิ๊กซีก็ใช้รูปแบบของออนไลน์เข้ามาช่วยทำตลาด โดยมีเซอร์วิสในเรื่องของการจัดส่งให้และจะใช้สาขาเดิมอย่างบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต และบิ๊กซี ฟู้ดเพลส ที่เป็นฟอร์แมตซูเปอร์มาร์เก็ต เข้ามาเป็นเครือข่ายสนับสนุนในการทำตลาด
การเข้ามาแชร์ตลาดของทั้ง 2 ราย โดยเฉพาะกลุ่มเซ็นทรัล น่าจะเข้ามาเขย่าตลาดนี้ให้มีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้แม็คโครเองมีการปรับเกมการทำตลาดของตัวเองใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาโมเดลสาขาในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเข้ามาเติมเต็มการทำตลาดให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งในวงกว้างและลึก
สิ่งที่น่าสนใจก็คือแม็คโครอยู่ในตลาดค้าส่งของบ้านเรามากว่า 30 ปี มีการพัฒนาฟอร์แมตสโตร์ให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้า ตลอดจนโลเคชั่นที่เข้าไปเปิด ทำให้วันนี้ แม็คโคร มีฟอร์แมตของสโตร์ถึง 5 ฟอร์แมต ไล่ตั้งแต่
1. แม็คโคร คลาสสิก มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ยประมาณ 5,500 – 12,000 ตารางเมตร จับกลุ่มผู้ประกอบการร้านโชวห่วย และร้านค้าปลีกรายย่อย
2. แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 1,000 – 5,000 ตารางเมตร จับกลุ่มกลุ่มโฮเรก้าโดยเฉพาะ เช่น อาหารสด และอาหารแช่แข็ง อาหารแห้ง เครื่องครัว อุปกรณ์ในการเตรียมอาหาร และของใช้ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม
3. อีโค พลัส พื้นที่เฉลี่ย 7,000 ตารางเมตร กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการย่อยโดยรูปแบบสาขานี้จะมีพื้นที่อาหารสดให้กับกลุ่มโฮเรก้าเพิ่มขึ้น เน้นเปิดในทำเลพื้นที่ที่มีธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและจัดเลี้ยงจำนวนมาก และมีศักยภาพในการเติบโต เช่น สาขาพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ (หางดง) เป็นต้น
4. แม็คโครฟู้ดช็อป มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ย 600 – 800 ตารางเมตร จับกลุ่มโฮเรก้าในพื้นที่ สามารถซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกล เพราะเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าอาหารสด อาหารแช่แข็งขนาดเล็กแต่ครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร
5.Hybrid Wholesale โมเดลล่าสุดที่เพิ่งเปิดสาขาแรกไปที่สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.66 ที่ผ่านมา โดยเป็นโมเดลที่ผสมผสานระหว่างร้านค้าส่งแม็คโคร ที่นำความแข็งแกร่งของแม็คโคร ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 30,000 รายการ ในราคาค้าส่งที่ดีที่สุด มาผสานความเป็นไลฟ์สไตล์ของโลตัส มอลล์ ที่มีศูนย์อาหารและร้านค้าชั้นนำกว่า 30 ร้านค้า โรงเรียนกวดวิชา แหล่งรวมความบันเทิงแบบครบวงจร

โมเดลใหม่ที่เปิดตัวมานี้ ไม่มีสโตร์ในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตของโลตัสเข้ามาเปิด เนื่องจากไม่ต้องการให้มาแย่งแชร์กันเองบางส่วน แต่เป็นการเอาจุดแข็งในเรื่องของการบริหารไลฟ์สไตล์มอลล์ของโลตัส เข้ามาเปิดในรูปแบบของช้อปปิ้งมอลล์ เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ
การเผยโฉม Hybrid Wholesale แห่งแรกที่จังหวัดสมุทรปราการนี้ แม็คโครเล็งเห็นศักยภาพที่โดดเด่นของจังหวัด ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมใกล้กรุงเทพฯ มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง และเป็นศูนย์รวมผู้ประกอบการ และผู้บริโภคกว่า 750,000 ครัวเรือน ที่มองหาแหล่งรวมสินค้าคุณภาพครบครัน ในราคาคุ้มค่า สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของ แม็คโครในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจค้าส่งที่พร้อมสนับสนุนชุมชนให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพในท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโต
แม็คโคร สาขาสมุทรปราการ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร เป็นการนำความแข็งแกร่งของแม็คโคร ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 30,000 รายการ ในราคาค้าส่งที่ดีที่สุด มาผสานความเป็นไลฟ์สไตล์ของโลตัส มอลล์ ที่มีศูนย์อาหารและร้านค้าชั้นนำกว่า 30 ร้านค้า โรงเรียนกวดวิชา แหล่งรวมความบันเทิงแบบครบวงจร นอกจากนี้ยังมีบริการรถสองแถวรับ-ส่งฟรี ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการในสาขาใหม่นี้กว่า 8,000 คนต่อวัน

ธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) บอกว่า แม็คโครประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยมากว่า 34 ปี ภายใต้พันธกิจคู่คิดธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย ที่พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ พร้อมขยายสาขาหลากหลายรูปแบบตามกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ สอดรับแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และการเติบโตของร้านค้าปลีกรายย่อยและร้านอาหาร
“การบุกเบิกรูปแบบ Hybrid Wholesale จึงเป็นการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม และเป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตของคนในชุมชน พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งยังมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต”
ปัจจุบัน แม็คโครมีสาขาในฟอร์แมต ฟู้ดเซอร์วิส ประมาณกว่า 30 สาขาจากสาขาทั้งหมดของแม็คโครที่มีประมาณ กว่า 140 สาขา โดยสัดส่วนรายได้ของแม็คโครกลุ่มใหญ่ยังคงมาจากลูกค้าร้านโชวห่วย 50% ลูกค้าธุรกิจ HoReCa 30% และอื่นๆ 20% มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 3 ล้านราย เป็นลูกค้าโชวห่วย 7 แสนราย ลูกค้า HoReCa 5 แสนราย และอื่นๆ อีก 1.8 ล้านราย กระจายตามกลุ่มบริการ โรงงาน ปั๊มน้ำมัน และรถทัวร์ เป็นต้น
ถือเป็นอีกการปรับกลยุทธ์ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....