ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คำว่า “Soft Power” ถูกใช้อย่างแพร่หลาย เดิมทีหลายคนอาจเข้าใจว่า Soft Power ต้องมาจากวงการบันเทิงรึเปล่านะ? แต่แท้ที่จริงแล้วอะไร ๆ ก็สามารถเป็น Soft Power ได้ทั้งนั้น เพราะทุกอย่างล้วนมีบ่อเกิดจากวัฒนธรรมทั้งสิ้น
หากจะกล่าวถึงตัวอย่างของ Soft Power ที่ชัดเจนที่สุด คงต้องหยิบยกเคสของประเทศที่ส่งต่ออำนาจอ่อนนุ่มนี้อย่างประสบความสำเร็จมาเล่า เช่น ประเทศญี่ปุ่น ผู้ให้กำเนิดมังงะที่ถือส่วนแบ่งตลาดการ์ตูนทั่วโลกมากกว่า 70% แน่นอนว่าการ์ตูนแมวหุ่นยนต์อย่าง “โดราเอม่อน” ก็ได้ส่งออก Soft Power ผ่านขนมหวาน “โดรายากิ” แบบเนียน ๆ แต่จริง ๆ แล้วนั่นเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ส่งออกวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า Cool Japan เช่นกันกับที่เกาหลีใต้มี Hallyu เป็นวาระแห่งชาติเลยทีเดียว
เมื่อเทียบกับประเทศไทย ก็คงต้องเป็นข้าวเหนียวมะม่วง อาหารไทยแสนอร่อย หรือไม่ก็วัดอรุณฯ ที่เป็นจุดเช็คอินที่ใคร ๆ ก็ต้องมา
อย่างที่อีจุนโฮ พระเอกซีรีส์ King The Land เล่าว่าตอนมาถ่ายทำที่ไทย 3 อาทิตย์ น้ำหนักของเขาขึ้น 5 กิโลกรัม กินสามมื้อต่อวัน เมนูที่กินคือปูผัดผงกะหรี่ สเต็กหมู ข้าวผัด ผัดผักบุ้ง เห็นหรือยังว่าอาหารเรามีแต่ของเด็ด ๆ ทั้งนั้น
แต่จะดีแค่ไหนหากเรามีแลนด์มาร์คที่รวมทุกอย่างที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย ซึ่งก็คือ “ICONSIAM”
ปัจจุบัน ICONSIAM เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศไทยแล้ว และยังเป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องมาถ่ายภาพเก็บไว้ ไปจนถึงหนึ่งในถานที่ถ่ายทำซีรีส์หรือภาพยนตร์ และแน่นอนว่าซีรีส์ King The Land ที่เปิดกองที่ ICONSIAM ได้เรียกนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเข้ามามากมาย ซึ่งค่อนข้างเหนือความคาดหมาย จากเดิมที่มีแต่กลุ่มชาวจีนและอินเดีย
สำหรับ ICONSIAM ห้างสรรพสินค้าที่มีอายุเพียง 5 ปี แต่เข้ามายกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุมชน และยังเพิ่มมูลค่าที่ดินบริเวณเจริญนครและใกล้เคียงอีกด้วย แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยเข้ามาเยี่ยมชม ICONSIAM อาจจะงงว่าเป็น Soft Power อย่างไร? BrandAge Online จะเล่าให้ฟังเอง

ไอเดียของ ICONSIAM มีสารตั้งต้นมาจาก “สิ่งที่ดีที่สุดของไทย” มาผสานกับ “สิ่งที่ดีที่สุดของโลก” กล่าวคือเป็นการนำเสนอทุกความความสร้างสรรค์ของศิลปะวัฒนธรรมไทย ซึ่งถือว่าเป็น Soft Power พร้อมกับความยิ่งใหญ่ของสิ่งมหัศจรรย์จากทั่วทุกมุมโลก ออกมาในรูปแบบของศูนย์การค้าติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไม่ได้มีเป้าหมายทำรายได้จากการนำแบรนด์ต่าง ๆ มาจำหน่าย หรือเผยแพร่วัฒนธรรมไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นศูนย์รวม “พหุวัฒนธรรม”
อย่างที่ นายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล กล่าวว่า “มนุษย์ล้อก็ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ นั่นก็คือ “อารยสถาปัตย์” การออกแบบที่ทำให้ทุกคนที่ได้ไปเยือน รู้สึกถึงความเป็นมิตร ที่เขาต้อนรับเราเป็นอย่างดีผ่านการออกแบบดีไซน์ ICONSIAM จึงเสมือนเป็นดัชนีชี้วัดถึงความพร้อมของประเทศไทย ด้วยการสร้างให้สถานที่แห่งนี้ให้เป็นมิตรภาพแก่คนทั้งมวล ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ใช่คนพิการ ไม่ใช่คนที่ต้องเป็นภาระของคนรอบข้าง ที่ไม่หลงลืมใครไว้ข้างหลัง และไม่ทิ้งใครไว้ในรถ”
ด้วยวิถีชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา นิยมสัญจรด้วย “เรือ” เป็น Signature ที่ทุกคนต้องมาลองนั่งดู จากที่ไม่รู้ว่าจะนั่งไปไหนต่อนอกจากวัดอรุณฯ ซื้อของที่ท่าราชวงศ์ ถัดมาก็มี ICONSIAM ที่เข้ามาสร้างสีสันให้ธุรกิจการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยากลับมาคึกคัก หรือจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสีทองก็สามารถเดินเข้าห้างฯ ได้ทันที จนเรียกได้ว่าครอบคลุมทั้ง รถ ราง เรือ เลยทีเดียว
สนุกและตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มเดินทาง เมื่อได้เดินเข้าไปชม ICONSIAM ก็ตื่นตาเข้าไปอีก เต็มไปด้วยวัฒนธรรม กิจกรรมตามเทศกาล รวมถึงอาหารต่าง ๆ ของไทย จนสามารถสร้างฐานลูกค้าประจำได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ด้วยกลยุทธ์การส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย จัด World Class Event เพิ่มยอด Traffic อย่างสม่ำเสมอ และยังเป็นศูนย์รวมงานศิลปะไทยและระดับโลก เพื่อยกระดับวงการศิลปะและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศิลปะได้ในเวลาเดียวกัน

“เราภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่การเติบโตทางธุรกิจของไอคอนสยาม ได้ส่งต่อความสำเร็จและความรุ่งเรืองไปยังพันธมิตรโดยรอบจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่อยู่ในเมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 12,700 ราย ได้เติบโตไปกับเรา และกลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว และเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมากใน social media ทั่วโลก รวมถึงแบรนด์ไทยอีก 840 ราย บนพื้นที่ “ไอคอนคราฟต์” ชั้น 4-5 ที่สามารถนำเสนอผลงานของช่างฝีมือไทย เพื่ออวดสายตานักเดินทางจากทั่วโลกเช่นกัน” นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าว
เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและทั่วโลกตามนโยบายของภาครัฐ แคมเปญฉลองครบรอบ 5 ปีของไอคอนสยามครั้งนี้ จึงทุ่มงบ 500 ล้านบาท เตรียมกิจกรรม World Class Event โปรโมชั่นเร้าใจ และกิจกรรมบันเทิงมากมาย โดยนำ Soft Power ของไทยในด้านต่าง ๆ มาเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ทุกคนมาเยี่ยมชม
รวมถึงร่วมมือกับททท. และกทม. จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในช่วงปลายปี เช่น การแสดงแสงสี วิจิตร เจ้าพระยา งาน Amazing Thailand Countdown 2024 เป็นต้น แคมเปญจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เป็นระยะเวลา 5 เดือน จึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 70%
มากไปกว่านั้น การเข้ามาของ ICONSIAM ยังนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่รอบ ๆ โดยเฉพาะย่านเจริญนคร-คลองสาน จุดประกายให้กับนักลงทุนหันมาสนใจทำเลนี้ ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับราคาสูงขึ้นกว่า 3 เท่า โดยที่ดินริมแม่น้ำติดถนนเจริญนคร จากราคาตารางวาละ 150,000-250,000 บาท เป็นตารางวาละ 800,000 ถึง 900,000 บาท
และฝั่งตรงข้ามบนถนนเจริญนคร จากตารางวาละ 150,000 บาท ณ วันนี้ ขยับราคาเป็น 640,000 ต่อตารางวา นอกจากนี้เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งคมนาคมที่มีทั้ง รถ-ราง-เรือ เข้ามาเสริมทำให้พื้นที่ย่านเจริญนคร – คลองสานตรงนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น

คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังกล่าวไว้เพิ่มเติมอีกว่า หัวใจสำคัญในความสำเร็จของเมือง จริง ๆ แล้วภาครัฐก็เป็นผู้อำนวยความสะดวก แต่ถ้าสังเกตว่าโครงการต่างที่ดี ๆ ภาคเอกชนก็เป็นคนทำด้วย ไอคอนสยามที่ผ่านมาจัดกิจกรรมริมน้ำต่าง ๆ มากมาย ทั้งเทศกาลเล่นว่าว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะเป็นสถานที่ที่ครอบครัวสามารถไปใช้ชีวิตทำกิจกรรมซึ่งหาได้ยาก และงานเคาตน์ดาวน์ที่ไอคอนสยาม ซึ่งตอนนี้ก็ขึ้นไปปรากฏบนแผนที่โลกแล้ว
แสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญ เมืองไม่สามารถไปด้วยภาครัฐอย่างเดียว ภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก แต่ความเก่งในการจัดอีเวนต์ในการเข้าใจจิตใจของนักท่องเที่ยว คุณชัชชาติมองว่าเอกชนเก่งกว่า อย่างปีนี้ก็เป็นปีที่ ICONSIAM เน้นเรื่อง Soft Power กระตุ้นการท่องเที่ยว ภาครัฐบาลก็มีแนวคิดจะจัดกิจกรรมคัลเลอร์ฟูลแบงค็อก สร้างสีสันให้กรุงเทพฯ ช่วงปลายปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนสุดท้ายคือธันวาคมก็จะมีโครงการวินเทอร์เฟสติวัล
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ ICONSIAM จะขาดไปไม่ได้ในการปั้นศูนย์การค้าเป็น Soft Power คือการสนับสนุนจากภาครัฐ ในการผลักดันนโยบาย