McLaren Racing กำลังก้าวต่อไปกับโครงการ "Circular Car" ซึ่งมีเป้าหมายสร้างรถ Formula 1 ที่ยั่งยืนสมบูรณ์แบบ สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อหมดอายุการใช้งานการมุ่งเน้นแนวทาง Sustainability อย่างจริงจัง สาเหตุสำคัญเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า การผลิตรถ F1 เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยรวมมากที่สุด
ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา การแข่งขัน Formula 1 สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ติดตามมากมาย เช่น Singapore Grand Prix ปี 2024 มีการบันทึกประวัติศาสตร์เรื่องใหม่ๆ ทั้งเป็นการแข่งขันช่วงกลางคืนครั้งแรกของฤดูกาล เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นที่ Marina Bay Street Circuit ถนนริมอ่าว ตั๋วเข้าชมขายหมดตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน
ส่วนการแข่งขัน Carlos Sainz ทีม Ferrari ทำเวลาตำแหน่งโพลโพซิชั่นในรอบคัดเลือกที่ 1:29.984 วินาทีทำลายสถิติก่อนหน้าซึ่ง Lewis Hamilton ทีม Mercedes ทำไว้ 1:30.015 วินาที จากนั้นเขาก็ชนะการแข่งขันวันรุ่งขึ้น เป็นชัยชนะครั้งที่ 2 ในอาชีพ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ British Grand Prix ปี 2022
ส่วน US Grand Prix ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ตุลาคม เวลาประเทศไทย) Max Emilian Verstappen จากทีม RedBull Racing คว้าแชมป์มี Lando Norris ทีม McLaren ตามมาเป็นที่ 2 โดยรถที่ Norris ใช้ผลิตด้วยคาร์บอนไฟเบอร์รีไซเคิล ซึ่งบริษัทผู้ผลิตเชื่อว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซตลอดอายุการใช้งานได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับคาร์บอนไฟเบอร์มาตรฐาน หรือเทียบเท่าการปล่อยก๊าซคาร์บอน 27 ตันต่อวัสดุแต่ละตันที่ใช้
Kim Wilson ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของ McLaren Racing กล่าวว่าการพัฒนารถ F1 แบบ Circular เต็มรูปแบบ อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ Moonshot บริษัทในเครือ
โครงการ "Circular Car" ของ McLaren Racing คืบหน้าเป็นลำดับ เริ่มจากปี 2022 มีการทดสอบใช้แผงกระดูกงู(Flax-based Keel Panel) ที่ทำจากผ้าลินินในรถช่วงการแข่งขัน Abu Dhabi Grand Prix การทดสอบประสบความสำเร็จ และ McLaren วางแผนที่จะใช้ส่วนประกอบที่ทำจากผ้าลินินมากขึ้นในรถของพวกเขาในอนาคต
มีการทำงานร่วมกับบริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่ง เพื่อพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนใหม่ๆ ตัวอย่าง เช่น ทีมงานกำลังทำงานร่วมกับ Bcomp เพื่อพัฒนาส่วนประกอบตัวถังที่ทำจากผ้าลินิน และกับ Teijin พัฒนาคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์ชนิดใหม่ที่รีไซเคิลได้ง่ายกว่า
“เรารู้ว่านวัตกรรมในพื้นที่นี้มีศักยภาพที่จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนที่ทะเยอทะยานของเรา” Wilson กล่าว
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุที่ยั่งยืนมากขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก้าวไปสู่เป้าหมายในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2030
การมุ่งสู่ Circular Economy เป็น 1 ใน 4 เสาหลักในกลยุทธ์ความยั่งยืนของ McLaren ซึ่งร่วมมือกับ Deloitte และ V Carbon เพื่อทำให้การผลิตรถยนต์ F1 ตามโครงการ "Circular Car" เป็นไปได้จริง
“ในฐานะทีม เรามี Passion ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในวงการกีฬา แต่ก็ทำสิ่งนี้ได้โดยลำพังไม่ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อบรรลุเป้าหมาย”
McLaren เป็นทีม F1 ทีมแรกที่ลงแข่งโดยใช้แชสซีส์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมดในปี 1981 และไม่นานมานี้ ทาง McLaren ได้เปิดตัวเส้นใยปอจากชีวภาพเพื่อทดแทนคาร์บอนไฟเบอร์แบบดั้งเดิมในปี2020 ซึ่งนำไปใช้ใน Car Seat ของรถที่ Lando Norris นักขับของทีมใช้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในความเป็นจริง การพัฒนารถ F1 ตามแนวคิด Circular สมบูรณ์แบบนั้นเป็นงานที่ซับซ้อนและท้าทายMcLaren เป็นหนึ่งในหลายทีมใน Formula 1 ที่กำลังทุ่มเทอย่างหนักเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าโครงการจะประสบความสำเร็จเมื่อใด แต่ทีมงานก็มุ่งมั่นที่จะทำให้รถมีความยั่งยืนมากขึ้นในปีต่อๆ ไป
ความเคลื่อนไหวของ McLaren ทำให้คาดการณ์ได้ไม่ยากว่า การแข่งขัน Formula 1 ในอนาคตอันใกล้ได้ผนวก Sustainable ไว้บน Track เรียบร้อยแล้ว
ที่มา www.sustainability-beat.co.uk/2023/10/17/mclaren-circular-car/