ดัชมิลล์
กับความสำเร็จในกลุ่มวัยรุ่น
ความเป็น Uniqueness & Differentiation ที่ติดตัวมากับแบรนด์ดัชมิลล์ตั้งแต่การแจ้งเกิดในตลาดโยเกิร์ตของบ้านเราเมื่อปี 2527 ก็คือ Benefit ที่ดัชมิลล์ นำเสนอให้กับผู้บริโภคจะถูกต่อยอดจากคุณประโยชน์พื้นฐานของสินค้าด้วยเรื่องของ Emotional ที่เริ่มจากตัวรสชาติที่มีความแตกต่างจากการนำน้ำผลไม้มาผสมในคัพโยเกิร์ต และนมเปรี้ยวพร้อมดื่มรายแรกของตลาด และต่อยอดในเรื่องของ Beauty Inside ที่สามารถเปล่งประกายการดูดีของตัวเองออกมาได้ด้วยการบริโภคสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างคัพโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม
สิ่งหนึ่งที่ดัชมิลล์ไม่เคยละเลยมาตั้งแต่การลงตลาดก็คือ การให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมการตลาดรวมถึงการสื่อสารตลาดที่พุ่งตรงมายังกลุ่มวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ โดยดัชมิลล์เริ่มต้นจากตัวคัพโยเกิร์ตก่อนที่จะขยายมายังนมเปรี้ยวพร้อมดื่มผสมน้ำผลไม้ ซึ่งสิ่งที่ดัชมิลล์มองแตกต่างจากผู้เล่นในตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่มที่มีอยู่เดิมอย่างยาคูลท์ นอกจากเรื่อง Product Differentiation ที่เป็นนมเปรี้ยวผสมน้ำผลไม้รายแรกในตลาดแล้ว ดัชมิลล์ยังพุ่งตรงเข้าไปเล่นวัยรุ่นซึ่งในครั้งนั้นถูกมองว่า มีข้อจำกัดมากมายโดยเฉพาะการดื่มนมนอกบ้าน ที่กลุ่มวัยรุ่นจะมองว่า การถือกล่องนมเพื่อเดินดื่มนั้นเป็นเรื่องของเด็กๆ วัยรุ่นเขาไม่ทำกัน
โจทย์การตลาดดังกล่าว ถูกมานำตี และแก้ด้วยกลยุทธ์ครบสูตร เพื่อทำให้วัยรุ่นเปลี่ยนทัศคติว่า ถ้าอยากแข็งแรงหรือออยากดื่มอะไรอร่อยๆ ก็ขอ “อย่าได้แคร์” ถือกล่องดัชมิลล์เข้าไปเถอะ เพราะโจทย์ใหญ่ในช่วงเวลานั้นก็คือ วัยรุ่นจะไม่ถือกล่องนมดื่ม โดยเฉพาะการดื่มนอกบ้าน เพราะการดื่มนมเป็นเรื่องของเด็กๆ ไม่ใช่คนที่โตแล้วแบบพวกเขา
การเปลี่ยนภาพดังกล่าว ดัชมิลล์มีการดีไซน์กล่องของนมเปรี้ยวดัชมิลค์ใหม่ด้วยการออกแพ็กเกจจิ้งแบบไซส์สลิมรายแรก พร้อมใช้การสื่อสารกับผู้บริโภคผ่าน 2 พรีเซ็นเตอร์ขวัญใจวัยรุ่นในช่วงนั้นอย่างเต๋า และ มอส เพื่อสร้างแบบอย่างความเท่ มีเสน่ห์และแรงดึงดูดจากเพศตรงข้าม
ผลจากการเปลี่ยนทัศนคติผ่านกลยุทธ์ที่ครบเครื่องดังที่ว่านี้ ทำให้ดัชมิลล์สามารถครองใจวัยรุ่น และแก้จุดด้อยในเรื่องของทัศนคติได้สำเร็จ จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่มได้สำเร็จ โดยมีกลุ่มวัยรุ่นเป็นแฟนสำคัญของแบรนด์ ขณะที่นมพร้อมดื่มรายอื่นๆ ต่างก็มีกลุ่มเป้าหมายเป็นครอบครัวโดยพ่อแม่จะซื้อให้ลูกๆดื่ม
ดัชมิลล์ ใช้วัยรุ่น เป็นกลุ่มที่เข้ามาสร้างการ Create Switching Brand ในบ้านเพื่อผลักดันให้นมเปรี้ยวดัชมิลล์ เข้ามาแชร์พื้นที่ในตู้เย็นของแต่ละบ้าน ซึ่งดัชมิลล์มีการนำเรื่องคุณประโยชน์ของนมเปรี้ยวเข้ามาสื่อสารกับกลุ่มแม่บ้านที่เป็นคนตัดสินใจซื้อ โดยดัชมิลล์เองมีการซอยย่อยตัวโปรดักท์ให้ออกมาจับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มอย่างละเอียดมากขึ้นโดยเฉพาะนมเด็ก ที่ดัชมิลล์ยังคงใช้ความอร่อยและคุณประโยชน์เป็นตัวผลักดัน
สิ่งที่ผลักดันให้ดัชมิลล์ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่มและคัพโยเกิร์ตแบบทิ้งห่างคู่แข่งขันก็คือ ความต่อเนื่องในการทำกิจกรรมการตลาดที่ดัชมิลล์ไม่เคยละสายตาไปจาก Core Target อย่างวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ ไล่ตั้งแต่ การจัดประกวดดัชชี่บอย ดัชชี่เกิร์ล ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์ที่สร้างฮือฮาอย่างมากในฐานะที่สามารถสะท้อนภาพหรือรีเลทมายังแบรนด์ดัชมิลล์ที่มีการต่อยอดในเรื่องของการดูดี หรืออย่างการสื่อสารการตลาดที่ดัชมิลล์เน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่นที่แม้ในช่วงหลังมานี้ตลาดนมพร้อมดื่มเริ่มมีการเซ็กเม้นต์ที่ย่อยมากขึ้นก็ตาม แต่วัยรุ่นก็ยังเป็นกลุ่มหลักที่ดัชมิลล์พูดคุยด้วยเป็นประจำทั้งการทำผ่านโฆษณาและกิจกรรมอีเว้นต์ต่างๆ
ถ้านับตัวเลขอายุของแบรนด์นี้ที่อยู่ในตลาดบ้านเราแล้ว ดัชมิลล์กำลังก้าวเข้าสู่คนวัยกว่า 30 ปีแล้ว แต่สิ่งที่ดัชมิลล์ทำได้สำเร็จก็คือ การมีภาพของแบรนด์ที่ทันสมัยและอยู่ในกระแสของกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลา ซึ่งดัชมิลล์มีการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
อย่างในช่วงที่กระแสของ “โคเรีย ฟีเวอร์” ฮิตเอามากๆ ดัชมิลล์ก็ไม่ตกเทรนด์ด้วยการดึงนักร้องชื่อดังของเกาหลีอย่างเรน – ซอง - จีฮุน เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งในครั้งนั้น เป็นความพยายามเพื่อที่จะสร้างกระแสให้กับแบรนด์ดัชมิลล์ เพื่อตีกันคู่แข่งขันที่เป็นเครื่องดื่มจากเซ็กเม้นต์อื่นๆที่เข้ามาแชร์ตลาดนมเปรี้ยว
หรืออย่างการหันไปเล่นกับสื่อออนไลน์ที่กำลังมาแรง ด้วยการสนับสนุนโครงการ Top Teen Idol Vote เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดขวัญใจวัยรุ่นเมืองไทยกับเว็บไซต์ sanook.com และ เวอร์จิ้น ฮิต การใช้กลยุทธ์สปอนเซอร์ชิพ มาร์เก็ตติ้งของดัชมิลล์ในครั้งนั้นก็เพื่อสะท้อนจุดยืนที่แข็งแกร่งของการเป็นแบรนด์สำหรับวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่มาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้น และเป็นผู้นำในตลาดอย่างแข็งแกร่งมายาวนาน สิ่งที่แบรนด์นี้ทำก็คือ การวางตัวเองให้เป็นแบรนด์ของผู้บริโภคทุกกลุ่มที่สรรสร้างสิ่งที่ช่วยดูแลสุขภาพของพวกเขา การเล่นกับลูกค้าทุกกลุ่มนี้ถูกส่งผ่านมายังตัวสินค้าที่มีตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม
ดัชมิลล์ต้องการให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในทุกช่วงชีวิตของผู้บริโภค โดยไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหน ก็มีสินค้าที่ประโยชน์ต่อร่างกายรอรับอยู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของแบรนด์ลีดเดอร์ที่เติบโตมาอย่างแข็งแกร่งมานาน
แต่การเติบโตมากับกลุ่มวัยรุ่นในช่วงเวลาหนึ่งของดัชมิลล์ ก็เป็นตัวสะท้อนให้เห็นภาพว่า กลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นยังคงทรงพลัง และเป็นแรงส่งที่ดีของทุกแบรนด์ที่จะเข้ามาใช้ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นฐานตลาดที่สำคัญในระยะยาว.....