Eras Tour ของ Taylor Swift หนุนส่งยอดนักร้องชาวสหรัฐ ก้าวสู่ความเป็นอภิมหาเศรษฐีพันล้าน (Billionaire Club) เป็นหนึ่งใน Entertainer ที่เข้าถึงสถานะดังกล่าวโดยอาศัยดนตรี และการแสดง ซึ่งไม่ได้เป็นนักธุรกิจ เป็นผลมาจากทุ่มเททำงานอย่างหนัก ลงทุนเฉียบคม การตลาดโดดเด่น และช่วงเวลาที่เหมาะสม
นับจากปี 2016 Lyndsey McKenna นักข่าวและนักวิจารณ์เพลงนิตยสารบิลบอร์ด บัญญัติคำว่า Swiftnomic ในบทความ "The Taylor Swift Formula" ให้รายละเอียดว่า Swift ประสบความสําเร็จในอุตสาหกรรมเพลง เป็นผลจากการฝึกฝนเรื่องการร้องเพลงอย่างหนัก ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ช่วงดังกล่าวมีทรัพย์สินสุทธิราว 400 ล้านเหรียญ
ล่าสุด Bloomberg คาดว่า Eras Tour ของ Swift ซึ่งปัจจุบันวัย 33 ปี จะสร้างรายได้มากกว่า 2,200 ล้านดอลลาร์หนุนส่งเข้าสู่ Billion Dollar Club มูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 เธอเคยทำ World Tour มาแล้ว มีรายได้มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์ และ Reputation Stadium Tour ปี 2018 สร้างรายได้ 315 ล้านดอลลาร์
Eras Tour เริ่มต้นเดือนมีนาคม 2023 เป็นทัวร์ที่สร้างรายได้สูงสุดตลอดกาลถึงปัจจุบัน ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายตั๋ววันเดียวทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์คอนเสิร์ต ในภาพรวม Forbes คาดว่าจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนช่วง Summer แก่ระบบเศรษฐกิจสหรัฐ 4,300 ล้านดอลลาร์
รายละเอียดเฉพาะยอดขายตั๋ว แยกตามภูมิภาค สิ้นสุดวันที่ 30 ตุลาคม 2023 อเมริกาเหนือ 780 ล้านดอลลาร์ยุโรป 150 ล้านดอลลาร์เอเชีย 100 ล้านดอลลาร์ที่เหลือคาดว่าจะมาจากทัวร์ออสเตรเลียและอเมริกาใต้เป็นหนึ่งในทัวร์ที่ช่วยตอกย้ำสถานะของ Taylor Swift ให้เป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จำนวนผู้ชมเฉลี่ยต่อการแสดงระหว่างทัวร์อยู่ที่ประมาณ72,459คน โดยผู้เข้าชมใช้เงินจํานวนมากไปกับตั๋ว ซื้อเสื้อยืด โปสเตอร์ และสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและการทัวร์ อาหารและเครื่องดื่ม ค่าโรงแรมที่พัก ฯลฯ เป็นที่ยอมรับว่า ทัวร์ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก
ล่าสุด ภาพยนตร์ Taylor Swift: The Eras Tour เข้าฉายในบ็อกซ์ออฟฟิศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2023 และฉายในโรงภาพยนตร์กว่า 3,800 แห่งทั่วโลก ทำรายได้ทะลุ 200 ล้านเหรียญ บวกรายได้เพิ่มเติม 50 ล้านดอลลาร์จากการขายและสตรีมแบบดิจิทัล
นอกจากนั้น ยอดขายจากเพลงยังเป็นส่วนสำคัญของรายได้อัลบั้ม "Midnights" ซึ่งเปิดตัวในปี 2022 อยู่ที่ประมาณ230 ล้านดอลลาร์ มาจากฐานแฟนคลับเฉพาะที่สนับสนุนต่อเนื่องนําไปสู่ยอดขายอัลบั้มที่สูงและการสตรีมจํานวนมาก
ก่อนหน้านี้ ปี 2020 ความสําเร็จของ Swift ถูกนำมาเผยแพร่ ตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ "Swiftnomics: The Business Behind Taylor Swift's Success" โดย Lyndsey McKenna นักข่าวนิตยสารบิลบอร์ดคนเดิม หนังสือได้รับการยกย่องว่าสามารถวิเคราะห์กลยุทธ์ทางธุรกิจได้ละเอียดรวมถึงมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพลงโดยรวม
ปี 2022 จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์อย่างเดียว Swift มีรายได้ประมาณ 20 ล้านเหรียญ มาจากการร่วมงานกับ Apple, Coca-Cola, Keds และ Sony เพลงของเธอยังถูกนำเสนอในภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ทั้ง The Hunger Games, Grey's Anatomy และ Gossip Girl รวมถึงการทำ Co-Brand สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อของเธอด้วย เช่น รองเท้าผ้าใบ Keds และคอลเลคชั่นเครื่องสำอาง CoverGirl
ด้านอสังหาริมทรัพย์ Swift มีการลงทุนใน 4 รัฐ พอร์ตคาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 150 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้มีคฤหาสน์เบเวอร์ลีฮิลส์มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ อสังหาริมทรัพย์ริมทะเล17.75 ล้านดอลลาร์ในโรดไอแลนด์ และทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ในนิวยอร์กซิตี้
กล่าวโดยสรุป Taylor Swift เป็น Entertainer หญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถใช้ประโยชน์จากชื่อเสียง และความนิยม สร้างรายได้จำนวนมากจากแหล่งต่างๆ ก้าวเข้าสู่ Billionaire Club แบบที่ยากจะมีใครเลียนแบบได้ง่ายๆ
ที่มา CNN,Forbes,Bloomberg