ตลอด 5 ปีแรกของการเปิดให้บริการของไอคอนสยาม ศูนย์การค้าดังริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกลุ่มสยามพิวรรธน์และพันธมิตรนั้น ค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่การนำเสนอเรื่องของการช้อปปิ้ง แต่ก้าวข้ามไปสู่ การสร้างเมืองครบวงจร จนสามารถผลักดันตัวเองให้ก้าวขึ้นไปเป็น “โกลบอล เดสติเนชั่น” ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด บอกว่า แรงส่งสำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักไอคอนสยาม มาจากการวางกลยุทธ์ โดยให้ความสำคัญกับร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลกในการจัดกิจกรรม World Class Event ภายในศูนย์การค้าตลอดทั้งปี พร้อมยกระดับงานเทศกาลและประเพณีไทยที่สำคัญให้กลายเป็นกิจกรรมระดับโลก เช่น งานลอยกระทง ประเพณีงานสงกรานต์ การละเล่นว่าวไทย เป็นต้น
“เรามีการจับมือกับภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรมระดับโลก หรือ Global Cultural Influence ผ่านการปั้น Soft power ของไทยสู่เวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น ดีไซเนอร์ และอื่นๆ ในทุกมิติ”
เขาบอกว่า ส่วนหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรู้จักไอคอนสยามนั้น มาจาก การมีกองถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงรายการเรียลิตี้จากหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและเกาหลี ที่ยกกองเข้ามาถ่ายและเผยแพร่ออกไป อาทิ ซีรีส์ดัง ‘King the Land’ ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักไอคอนสยามเป็นอย่างดี และกลายเป็นหมุดหมายหนึ่งที่ถูกปักไว้ในกรณีที่มาเที่ยวประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม การมีกลุ่มเป้าหมายส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยว ก็ส่งผลกระทบบ้างในกรณีที่เกิดสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ที่นำมาสู่การปรับกลยุทธ์ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าคนไทยระดับบีบวก โดยเพิ่มสัดส่วนเป็น 60% จากเดิมที่กว่าครึ่งจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว
การปรับกลยุทธ์ในครั้งนั้น ตามมาด้วยการเพิ่มน้ำหนักให้กับการจัดโปรโมชั่น รวมถึงการจัดอีเว้นต์ที่ส่วนหนึ่งมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะ ในช่วงการระบาดของโควิด – 19 มองเห็นเทรนด์ที่คนไทยหันมาช้อปสินค้าลักชัวรี่แบรนด์มากขึ้น
เขายกตัวอย่างให้เห็นภาพ กับอีเว้นต์ฉลองครบรอบ 5 ปีที่จัดระหว่างวันที่ 9 – 11 พ.ย.66 มีไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่จากศิลปินชื่อดังระดับโลกและเหล่าซุปเปอร์สตาร์ก้องฟ้าเมืองไทยกว่า 40 ชีวิต ที่มาเข้าร่วมเดินพรมแดงท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี นำโดยศิลปินระดับอินเตอร์อย่าง “อีจุนโฮ” พระเอกซีรีส์ดัง ‘King the Land’ เมมเบอร์บอยแบนด์สุดฮอตวง ‘ทูพีเอ็ม’ (2PM) ที่บินลัดฟ้ามาเมืองไทยเพื่อร่วมงานฉลองในครั้งนี้ พร้อมศิลปินอีกมากมาย รวมถึงศิลปินชื่อดังระดับโลก “มาร์ค ต้วน” (Mark Tuan) ที่บินมาร่วมฉลองในค่ำคืนนี้ด้วย พร้อมชมการแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled แสงสีเสียงสุดตระการตาที่รังสรรค์พิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ตอกย้ำแนวคิด “สิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก

“ปีนี้ ถือเป็นปีที่มีผลประกอบการออกมาค่อนข้างดี โดยใน 6 เดือนแรกของปี มีตัวเลขยอดขายของร้านค้าในศูนย์เพิ่มขึ้นกว่า 25% ขณะที่ตัวเลขของทราฟิกหรือคนหมุนเวียนในศูนย์ก็เพิ่มขึ้นถึง 70% ซึ่งในสเต็ปที่ 2 ของการทำตลาดนั้นคือ 3 – 5 ปีถัดจากนี้ไป เรายังคงต่อเนื่องกลยุทธ์เดิมที่ให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้งให้กับลูกค้า”
คุณสุพจน์ บอกว่า ในช่วงปลายปี สัดส่วนของลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว น่าจะขยับขึ้นมาที่ 50% ซึ่งเป็นไปตามซีซั่นของการท่องเที่ยวบ้านเรา โดย 5 อันดับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการมากสุด ประกอบไปด้วย จีน มาเลเชีย รัสเซีย สปป.ลาว และเกาหลี
ส่วนแผนที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ในกลางปี 2567 จะมีการรีโนเวทศูนย์ใหม่ ใช้งบ 1,000 ล้าน โดยจะมีการเพิ่มพื้นที่ร้านค้าใหม่ๆ ที่ยังขาดทั้งในส่วนของลักชัวรี่ แบรนด์ เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ และฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ หรือร้านอาหาร โดยในส่วนหลังนี้ จะมีการเติมเต็มร้านอาหารชื่อดังระดับโลกที่ยังไม่มีในบ้านเราเข้ามาในศูนย์เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
คุณสุพจน์ บอกว่า มีแบรนด์ดังที่อยู่ในลีสต์มากมายกว่า 50 แบรนด์ โดยจะมองว่าไอคอนสยามขาดอะไร และร้านประเภทไหนที่ลูกค้าต้องการให้มี แต่ยังไม่มีก็จะเสริมเข้าไปในการรีโนเวทในครั้งนี้ โดยหลังการรีโนเวท จะสามารถเติมแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาได้อีก 40 – 50 แบรนด์
ไม่เพียงเท่านั้น ตามแผนอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า จะมีการเพิ่ม Attraction ใหม่ๆ เข้ามาในศูนย์ โดยมีพื้นที่ชั้น 8 ที่มีพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ซึ่งเดิมถูกวางไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเรื่องราวชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาของคนไทย ซึ่งในแผนอาจจะมีการเติมเต็มสิ่งใหม่ๆ เข้าไปเพิ่ม อาทิ อาร์ตแกลลอรี เป็นต้น
ปัจจุบัน มิกซ์ของร้านค้าในศูนย์ของไอคอนสยาม จะมีสัดส่วนของแฟชั่นและแอสเซสเซอรี่ ประมาณ 50% ร้านอาหาร 20% และเฮลท์แอนด์บิวตี้ 30% การรีโนเวทในกลางปีหน้า จะยังคงสัดส่วนมิกซ์ของร้านค้าในศูนย์ในอัตราเฉลี่ยใกล้เคียงกับของเดิม โดยไอคอนสยาม ถือเป็นศูนย์การค้าที่มีแบรนด์ชั้นนำ เข้ามาเปิดร้านในรูปแบบของแฟล็กชิพ สโตร์ หลายแบรนด์ อาทิ LV , Hermes และแอปเปิ้ล สโตร์ เป็นต้น
ส่วนการใช้จ่ายต่อบิลของลูกค้าที่วัดจากตัวเลขลูกค้าที่ถือบัตรสมาชิก จะมีเฉลี่ยประมาณ 30,000 – 40,000 บาทต่อบิล ซึ่งลูกค้าที่เป็นเมมเบอร์ จะมีถึง 40% ที่มีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
เป็นอีกการขยับตัวครั้งใหญ่ เพื่อรับกับการทำตลาดในช่วง 5 ปีที่ 2 ของไอคอนสยาม....