ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเดินหน้าโตทุกมิติ เร่งพัฒนาเศรษฐกิจ ปรับนโยบายต่างประเทศ มุ่งสร้างความเข้มแข็งผ่านการลงทุน Mega Project หนุนเพิ่มทั้งท่องเที่ยว เชิญชวน Conglomerate ระดับ Global ตั้ง Regional Head Quarter จัดเต็มสิทธิประโยชน์หวังขึ้นแท่นผู้นำภูมิภาคตะวันออกกลางระยะยาว
การขับเคลื่อนตาม Vision 2030 ซึ่งริเริ่มโดย Mohammed Bin Salman หรือ MBS มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย จุดมุ่งหมายหลักเพื่อกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมันไปสู่เศรษฐกิจใหม่(รายได้จาก Non-Oil อยู่ที่ 6% ของ GDP)
ก้าวเข้าสู่ปี 2024 เพียง 2 สัปดาห์มีความคืบหน้าของการลงทุนใหม่ๆ ต่อเนื่องเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของราชอาณา จักรในการสร้างโอกาสใหม่ๆ อย่างจริงจัง
เริ่มจาก Public Investment Fund (PIF) Sovereign Wealth Fund ของซาอุดีอารเบีย ปี 2023 พวกเขาทุ่มงบลงทุนแซงหน้ากองทุนระดับโลกทุกราย ไม่เว้นแม้แต่ Benchmarking ของโลกอย่างสหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์
ในขณะที่ CNBC รายงานว่า PIF ลงทุน 3,600 ล้านดอลลาร์ (126,000 ล้านบาท) ใน Palantir Technologies บริษัท AI ในสหรัฐอเมริกาผู้เชี่ยวชาญทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม
เช่นเดียวกับ BloomBerg รายงานถึงความคืบหน้า Mega-City Project ซึ่งประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสง อาทิตย์มูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์ (175,000 ล้านบาท) โรงงานผลิตไฮโดรเจนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (35,000 ล้านบาท) และการเป็นพันธมิตรให้บริการแท็กซี่บินได้กับโบอิ้งและแอร์บัส
ส่วน Reuters รายงานว่า วันที่ 1 มกราคม 2024 เป็นเส้นตายการตั้ง Regional Head Quarter-RHQ ในริยาด เมืองหลวง ทั้งนี้ Tech Firm ระดับโลก ได้แก่ Amazon.com Inc., Google และ Microsoft Corp.ของ Alphabet Inc. ได้รับใบ อนุญาตแล้ว ก่อนหน้านี้บริษัทอื่น ๆ ที่เพิ่งได้รับใบอนุญาต คือ Airbus SE, Oracle Corp. และ Pfizer Inc.
ล่าสุด The Ministry of Investment หรือกระทรวงการลงทุน เพิ่มเติมว่า บริษัทมากกว่า 200 แห่ง เช่น Mastercard, PwC Siemens และ PepsiCo ได้รับใบอนุญาตเปิด Regional Head Quarter ในริยาดแล้ว
Moves ของซาอุดีอาระเบียเกิดขึ้นทุกทิศทางครบถ้วนอย่างแท้จริง
จับตาดูว่า ราชอาณาจักรซาอุดีาระเบียจะสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อไหร่ ? และอลังการแค่ไหน ?!
ที่มา vision2030.gov.sa/ar/ PIF (Public Investment Fund) website และ reuters.com/